ข่าว

‘อธิษฐานของสาวปากน้ำโพ’ส่งให้เจอ‘รักแท้’หนุ่มเมืองมะกัน

‘อธิษฐานของสาวปากน้ำโพ’ส่งให้เจอ‘รักแท้’หนุ่มเมืองมะกัน

07 พ.ค. 2558

‘อธิษฐานของสาวปากน้ำโพ’ส่งให้เจอ‘รักแท้’หนุ่มเมืองมะกัน : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ เรื่อง... กวินทรา ใจซื่อ เรียบเรียง... เสาวลักษ์ คงภัคพูน

 
          ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่ออธิษฐานขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นอกจากขอให้ร่ำรวย สุขภาพแข็งแรง ค้าขายคล่องแล้ว มักมีเรื่องของความรักและหัวใจที่ต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในการขอพรเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะหนุ่มสาวที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตการมีครอบครัว ก็อยากสร้างหลักปักฐานฝากชีวิตไว้กับคนดีๆ สักคน
 
          เช่นเดียวกับ “ศิรินันท์ อเนกเวียง” สาวนครสวรรค์ มักจะอธิษฐานขอให้เจอรักแท้ทุกครั้งที่ไปทำบุญ เพียงผ่านหน้าวัดหรือเห็นกำแพงวัดจะยกมืออธิษฐาน “ขอให้รักแท้ของลูกมาหาสักทีเถอะ ไม่ต้องหล่อ ไม่ต้องรวย แต่ไม่เอาลูกติดนะคะ” ฝากความหวังไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่นาน แล้ววันหนึ่งความรักที่เธอฝันถึงก็ผ่านเข้ามาในชีวิต
 
          ในปี 2552 สมัยนั้นโปรแกรมแชทผ่านเอ็มเอสเอ็นได้รับความนิยมอย่างมาก เพื่อนสมัครให้ "ศิรินันท์" เพื่อใช้เป็นสะพานข้ามไปหารักแท้ เผื่อจะพบใครสักคนในโลกออนไลน์ แต่ด้วยความที่เธอไม่สนใจนัก เล่นบ้างไม่เล่นบ้างจนปิดไป ต่อมาพี่สาวแต่งงานกับสามีเป็นคนอเมริกัน พี่สาวอยากให้น้องสาวมีคู่จึงสมัครเอ็มเอสเอ็นให้ใหม่อีกครั้ง ไม่นานมีหนุ่มๆ เข้ามาขอสานสัมพันธ์หลายคน
 
          ภาพสาวชาวไทยกับมอเตอร์ไซค์คู่ใจ คาวาซากิวิคเตอร์ เป็นภาพประทับใจของ "แรนดี แอ็คลี" ทหารเรือชาวเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ทันทีที่พบเขาบอกว่า ยิ่งอ่านโปรไฟล์ของหญิงสาวที่รู้สึกว่ามีลักษณะนิสัยที่คล้ายกัน ทั้งการฟังเพลง ชอบรถจักรยานยนต์ โสด ไม่เคยแต่งงาน ไม่มีลูกติด ทำให้ตัดสินใจส่งจดหมายไปทักทาย
 
          “รออยู่หลายวัน" คุณศิรินันท์" ไม่ตอบจดหมายกลับเหมือนเธอไม่สนใจ แต่รู้สึกถูกใจ ต้องการทำความรู้จัก อยากศึกษานิสัยใจคอ จึงส่งจดหมายไปอีกครั้งแล้วถามเธอว่าจะไม่รับเราไว้พิจารณาบ้างหรือ” แรนดี กล่าว 
 
          จดหมายฉบับแรกจากหนุ่มอเมริกันรายละเอียดโปรไฟล์ที่ไม่สร้างความประทับใจให้ เพราะทั้งมีลูกติด 2 คน อายุ 18 และ 19 ทำให้กังวลปัญหาแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงและภาพที่เหมือนคนแก่มาก จึงไม่ตอบจดหมายกลับไป ไม่นานเขาส่งมาอีกแล้วบอกว่าไม่รับเขาไว้พิจารณาเหรอ เพื่อนสนิทและพี่สาวก็ให้เหตุผลว่าลูกเขาโตแล้ว ไม่น่ามีปัญหา คิดอยู่หลายวัน จนวันที่ 14 กุมภาพันธ์ จึงตัดสินใจตอบจดหมาย แรนดีตอบกลับด้วยความดีใจพร้อมกับส่งรูปถ่ายมาให้ดู จากนั้นทั้งคู่สานสัมพันธ์ผ่านแชท
 
          เมื่อหญิงสาวยอมรับแล้ว แรนดีโทรศัพท์มาทักทายพี่สาวและพี่เขยที่อยู่รัฐเทกซัส เมื่อพี่เขยการันตีว่าหญิงสาวที่เขาตัดสินใจคบหานั้นเป็นคนดี ทำให้เขาตัดสินใจเดินทางมาพบที่เมืองไทยหลังจากที่คุยกันเพียง 2 เดือน
 
          “ส่วนตัวเป็นคนชอบดูดวง แต่เชื่อ 50:50 หมอดูบอกว่าหนุ่มๆ ที่ผ่านมาเข้ามายังไม่มีคนที่ใช่ แต่บอกไว้ว่าเนื้อคู่จะมาเร็วดังม้ามืด มาปุ๊บพาไปบ้านทันทีเลย ช่วงนั้นก็ยังไม่เชื่อคำทำนาย เราเริ่มแชทกันช่วงเดือนกุมภาพันธ์จนเดือนเมษายน คุณแรนดีตัดสินใจเดินทางมาหาที่เมืองไทย เขามาพร้อมกับเรื่องที่ทำให้ตกใจคือขอหมั้น เพราะเพิ่งพูดคุยกันแค่ 2 เดือนกว่าๆ สุดท้ายตัดสินใจรับหมั้น แต่ให้เขาไปพูดเรื่องหมั้นต่อหน้าแม่และพี่สาวซึ่งเขายินยอม แต่ช่วงที่เดินทางไปที่บ้าน คุณแรนดีก็กลัวๆ กล้าๆ ถามตลอดทางว่า ถ้าแม่กับพี่สาวไม่ยอมผมจะทำยังไง พอไปถึงแกก็ขอหมั้นต่อหน้าแม่และพี่สาว จำได้ว่าแม่บอกว่าฝากลูกสาวด้วย ไม่เรียกร้องอะไรขอให้รักและดูเราดีๆ” ศิรินันท์ กล่าว 
 
          ระยะเวลาเพียง 2 เดือนที่ได้รู้จักกันจนตัดสินใจหมั้น "ศิรินันท์" ยอมรับว่ากังวลใจเพราะยังไม่ได้เรียนรู้กันมากนัก ในช่วง 10 วันที่แรนดี้มาอยู่เมืองไทยทั้งคู่จึงเรียนรู้นิสัยใจคอ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ความชอบของแต่ละฝ่าย ช่วงที่เดินทางมาเมืองไทย แรนดีนำเอกสารการทำวีซ่ามาด้วย หากต่างฝ่ายยอมตกลงใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันจะให้หญิงสาวเซ็นเอกสารเพื่อให้เดินทางไปอยู่ที่อเมริกาด้วยกัน
 
          หลังจากแรนดีกลับไปอเมริกาก็ส่งเอกสารยื่นวีซ่าเดือนพฤษภาคม จากนั้นเดือนตุลาคมปี 2553 ก็ย้ายไปอยู่อเมริกา 6 ปีที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเขาเสมอต้นเสมอปลาย เป็นคนใจเย็น เอาใจใส่ดูแลเราอย่างดี ส่วนกับลูกเลี้ยงแรกๆ ก็มีปัญหากันบ้าง แต่ก็ใช้เวลาในการทำความเข้าใจ ปรับตัวเข้าหากัน
 
          ช่วงแรกที่อยู่อเมริกาต้องปรับตัวกับหลายเรื่องทั้งสภาพอากาศ วัฒนธรรม อาหารการกิน ผู้คน ต่างบ้านต่างเมือง ไร้ญาติมิตรและเพื่อนฝูง ต้องอยู่กับลูกเลี้ยง 2 คนของสามีที่ยังไม่ยอมรับ สิ่งที่ต้องทำคือความอดทน อดกลั้นและความดีที่เชื่อว่ามีความจริงใจ แบ่งปัน ยามเจ็บป่วยก็ดูแล ทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น จากการต่อต้านเปลี่ยนมาเป็นเริ่มเรียนรู้และยอมรับกัน ช่วง 2 ปีแรกเป็นช่วงของการปรับตัว เรียนรู้ จริงๆ แล้วความรักไม่ใช่แค่คนสองคนแล้ว ยังมีครอบครัวเขา ลูกเขาที่ต้องเรียนรู้ด้วย แรกๆ มีปัญหากับลูกเขาบ้างเรื่องวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เคยขอหย่ากับคุณแรนดีถึง 3 ครั้ง เพราะมีปัญหาลูกเลี้ยงแม่เลี้ยงที่เริ่มบานปลาย จนทุกคนมานั่งพูดคุยกัน ต่างฝ่ายต่างขอโทษและปรับตัว สถานการณ์จึงเริ่มดีขึ้น
 
          “คุณแรนดีเป็นคนดีมากๆ เขาจะเอาใจใส่ คอยง้อตลอด และเขาเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้ดิฉันยอมทนอยู่ที่อเมริกาต่อ เมื่อก่อนถ้าโกรธแล้วอย่าหวังว่าจะคืนดี แต่ภายในวันนั้นก็เปลี่ยนตัวเองตัดใจให้อภัยกัน ไม่เคยโกรธกันข้ามวันเพราะเราจะพูดกันก่อนแต่งงานว่า ถ้าทะเลาะกันคุณต้องห้ามเดินหนี เพราะฉันง้อคนไม่เป็น ที่สำคัญภาษาฉันไม่เก่ง คุณคนเดียวที่ต้องอภัยให้ฉัน”
 
          ปัจจุบันทั้งคู่อาศัยอยู่อเมริกา ชีวิตคู่ที่ผ่านมากว่า 5 ปี มีทั้งทุกข์ สุข ซึ่งศิรินันท์ บอกว่า การเป็นสะใภ้อินเตอร์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไป ที่สำคัญเมื่อมีปัญหาต้องพูดคุยปรับความเข้าใจกัน เวลาว่างรวมกลุ่มกับเพื่อนชาวไทยที่เป็นสะใภ้ใช้ชีวิตต่างประเทศ เปิดเพจขึ้นหลายเพจ เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการตอบคำถามช่วยเหลือเพื่อนๆ ชาวไทยที่อาจจะมีปัญหา เพื่อให้กำลังใจ เตือนสติหญิงสาวที่คิดว่าการเป็นสะใภ้ต่างชาติเป็นเรื่องสบาย ฝันแต่สิ่งดีๆ อยากให้เห็นว่าการเป็นสะใภ้อินเตอร์มีทั้งความทุกข์และสุข แต่ขึ้นอยู่ว่าจะฝ่าฟันชีวิตคู่มาได้แค่ไหนกับสิ่งใหม่ที่ต้องเจอ และในมุมมองของความรัก กว่าจะอยู่ด้วยกันได้ต้องมีทั้งความอดทนและแก้ไขชีวิตคู่ไปด้วยกัน
 
........................................
(หมายเหตุ ‘อธิษฐานของสาวปากน้ำโพ’ส่งให้เจอ“รักแท้”หนุ่มเมืองมะกัน : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์  เรื่อง... กวินทรา ใจซื่อ   เรียบเรียง...  เสาวลักษ์ คงภัคพูน)