
เสรีภาพใต้ไอ้โอ๊บ
เสรีภาพใต้ไอ้โอ๊บ : 'จอกอ'จักร์กฤษ เพิ่มพูน
เวลาที่จะแทนค่าสัญลักษณ์ความเป็นทหารที่ดุดัน น่าเกรงขาม คำหนึ่งที่ใช้เรียกขานกัน คือคำว่าท็อปบู๊ท เป็นรองเท้าหุ้มข้อแบบทหาร หรือคำที่เรียกกันภาษาเขาชนไก่ ก็เรียกว่าไอ้โอ๊บ เป็นที่เข้าใจกันได้ว่า หมายถึงรองเท้าหุ้มข้อยาวถึงหน้าแข้ง ที่ทหารใส่กันยามออกรบ ส่วนคำว่าเสรีภาพ เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้พูดกันอยู่เสมอ โดยเฉพาะในองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน
2-3 ปีมานี้ องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน แคมเปญ “เสรีภาพภายใต้ความรับผิดชอบ” มาอย่างต่อเนื่อง ครั้งสุดท้าย ในวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก เมื่อวันอาทิตย์ (3 พ.ค.) แน่นอนว่าการย้ำเตือนตัวเอง และการประกาศเจตนารมณ์ในการใช้เสรีภาพด้วยความรับผิดชอบนั้น คือศีลขั้นพื้นฐานของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทุกคน
แต่เราคงพูดได้ไม่เต็มคำ และอาจรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง เพราะคำว่าเสรีภาพบนความรับผิดชอบนั้น มันถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขหลายประการ ทั้งอำนาจทุน การผลิตสื่อในรูปแบบของสินค้าอุตสาหกรรม ที่เอายอดขายเป็นตัวตั้ง รวมทั้งอำนาจรัฐทหาร ที่มีหลักคิดในการจำกัดเสรีภาพ ด้วยเหตุผลที่แตกต่างจากคนทั่วไป
ในขณะเดียวกัน สังคมก็ยังมองภาพ ความไม่รับผิดชอบของสื่อไม่ชัดมากนัก คำว่าผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ซึ่งหมายถึงคนที่ทำมาหากินอยู่กับอาชีพนี้ กับผู้ใช้สื่อโดยทั่วไป เช่น สื่อสังคมออนไลน์ สื่อที่มีพื้นฐานมาจากข่าวบันเทิง สื่อการเมืองที่มีวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนกลุ่มความคิดทางการเมือง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ ถูกเหมารวมเป็นสื่อที่ต้องเรียกร้องความรับผิดชอบทั้งหมด
หากตัดสื่อที่มีฐานะพิเศษออกไป จากความคาดหวัง และเข้าใจอย่างที่สื่อเหล่านั้นเป็น เราก็ไม่อาจปฏิเสธได้เช่นกันว่าสื่อที่ทำมาหากินในอาชีพเป็นรายได้หลักของชีวิตนั้น ก็ยังมีคำถามถึงความรับผิดชอบอยู่ไม่น้อย แต่ความไม่รับผิดชอบเหล่านั้น ไม่ได้ถูกจัดการอย่างเห็นผลน่าพึงพอใจทั้งจากองค์กรสื่อที่สังกัด องค์กรวิชาชีพสื่อ รวมทั้งสังคมทั่วไป
และก็ไม่ได้แปลว่า หากองค์กรวิชาชีพสื่อ กลายเป็นองค์กรสูงสุดที่มีอำนาจตามกฎหมายแล้ว จะจัดการสื่อนอกแถวได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ข้อถกเถียงในเรื่องนี้คงมีมากมาย เช่น ความไม่รับผิดชอบนั้นอยู่ในระดับองค์กร ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งก็เป็นกลุ่มที่ออกแถลงการณ์อยู่เสมอ เช่น ความไม่รับผิดชอบนั้นมา
จากการตัดสินของผู้มีอำนาจ ที่มีหลักคิดในเชิงอำนาจนิยม ถึงแม้จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ก็อาจถูกกระทบจากอำนาจพิเศษได้ ด้วยข้อหาความไม่รับผิดชอบ
องค์กรสมาชิกสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติรายหนึ่ง ถูกสั่งให้จัดการเรื่องความไม่รับผิดชอบ เมื่อพิจารณาเนื้อหาของเรื่องร้องเรียนแล้ว ก็เห็นจริงเฉพาะการใช้ถ้อยคำ หรือการคาดเดาที่อาจไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง
แต่นี่ก็เป็นอีกประเด็นที่ต้องเข้าใจวิธีการทำสื่อที่แตกต่างจากช่อง 11 หรือสื่อรัฐทั้งหลาย พวกเขาอาจไม่ได้ใช้ภาษาราชการ หรือเห็นดีเห็นงามกันไปทั้งรายการโดยไม่มีข้อโต้แย้งเลย แต่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ ประเด็นสาธารณะ ที่สื่อนั้นพยายามสะท้อนให้เห็นระบบอุปถัมภ์ที่เข้าไปวุ่นวายกับงานการของรัฐ
แน่นอนที่สุด หากข้อความนี้ไม่จริง หรือแสดงถึงความพยายามที่จะบิดเบือนความจริง จนส่งผลกระทบต่อรัฐบาล ก็เป็นความรับผิดชอบของพวกเขาที่มีต่อคนอ่าน คนดู และคนฟัง หรือถ้าเป็นความผิดตามกฎหมายผู้ที่อ้างว่าเสียหายก็จัดการได้ตามกฎหมายปกติที่มีอยู่
ในขณะเดียวกันองค์กรวิชาชีพที่สื่อนั้นสังกัด ก็ต้องแสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่ตรวจสอบกันเองอย่างสุจริต ไม่ปกป้องกันเอง ด้วยเหตุผลที่อธิบายได้
เรื่องนี้องค์กรวิชาชีพตัดสินว่าไม่ผิดจริยธรรม ผู้ร้องมิได้อุทธรณ์ คำร้องเรียนก็เป็นที่ยุติ
เรื่องเสรีภาพกับความรับผิดชอบ มิใช่ถ้อยคำที่จะมาพูดกันให้สวยหรู แต่ถ้ามั่นใจในการใช้เสรีภาพโดยยึดหลักความรับผิดชอบเคร่งครัดแล้ว ก็จะต้องกล้าหาญพอที่จะยืนหยัดและต่อสู้กับอำนาจอย่างเต็มกำลัง



