ข่าว

พายุถล่มพิษณุโลกเสียหายหนัก!

พายุถล่มพิษณุโลกเสียหายหนัก!

06 พ.ค. 2558

พายุถล่มเมืองพิษณุโลกเสียหายหนัก จนท.-ทหารเร่งช่วยเหลือบ้านเรือนปชช.ที่ได้รับความเสียหายในเขตอ.เมือง ขณะที่จ.พิจิตรพายุกระหน่ำ บ้านพังเสียหายหลายร้อยหลังคาเรือน

 
         6 พฤษภาคม 2558 ผู้สื่อข่าวสำรวจความเสียหายบ้านเรือนประชาชนและทรัพย์สินต่าง ๆ ในเขตอ.เมืองพิษณุโลก ที่ถูกลมพายุพัดเสียหายในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา มีความเสียหายวงกว้าง นับเป็นลมพายุที่พัดแรงมากที่สุดระลอกหนึ่งในช่วงฤดูร้อนนี้ที่เกิดขึ้นในเขตอ.เมืองพิษณุโลก โดยพบว่า จุดที่เสียหายวงกว้างมากที่สุดอยู่บริเวณตำบลพลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก พายุลมแรง ได้พัดเสาไฟฟ้าแรงสูง ริมถนนสิงหวัฒน์ จากแยกพบายพาสบ้านกร่างเข้าเมืองพิษณุโลกหักโค่นลงจำนวน 23 ต้น โดยสภาพเสาไฟและสายไฟฟ้าได้หักโค่นลงมาทับอาคารร้านค้าและบ้านเรือนประมาณตลอดแนวถนนสิงหวัฒน์ รวมทั้งต้นไม้ริมทางและเกาะกลางถนนได้รับความเสียหายหักโค่นจำนวนมาก เช้าวันนี้ จนท.แขวงการทางพิษณุโลกได้นำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมเลื่อยยนต์มาตัดกิ่งไม้ที่หักโค่นและเคียร์ให้พ้นเส้นทางสัญจร ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กำลังเร่งเข้ามาดำเนินการแก้ไขเสาไฟฟ้าแรงสูงที่หักโค่น ด้านทหารจากกองพลทหารราบที่ 4 ได้จัดกำลังพลไปช่วยเหลือบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายในเขตอ.เมืองพิษณุโลก
 
         ทั้งนี้ ผลจากพายุลมแรงเมื่อคืนวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอ.เมืองพิษณุโลก ได้รายงานสถานการณ์ความเสียหายจากลมกรรโชกแรง เบื้องต้น จากการแจ้งของกำนัน ผญบ. และอปท. ยอดสรุป ความเสียหายบ้านเรือนประชาชน ดังนี้ บ้านเรือนราษฎรเสียหายรวม 24 หลัง แยกเป็น 1. ต.พลายชุมพล จำนวน 17 หลัง (ม.1 จำนวน 4 หลัง ม.2 จำนวน 2 หลัง ม.4 จำนวน 6 หลัง ม.5 จำนวน 5 หลัง) 2. ต.บ้านกร่าง จำนวน 2 หลัง (ม.3 จำนวน 1 หลัง ม.6 จำนวน 1 หลัง) 3. ต.หัวรอ รวม 2 หลัง (ม.1 จำนวน 1 หลัง ม.2 จำนวน 1 หลัง) 4. ต.สมอแข ม.7 บ้านชินลาภ จำนวน 3 หลัง
 
         ขณะที่ที่บ้านเลขที่137/1 ม.3 ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายสายัน ศรีนวล เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 19.30-20.00 น. มีลมพัดมาอย่างแรงมาก ส่งผลให้หลังคาชั้นสองของบ้านตนถูกลมพัดปลิวหายไปเกือบหมด ทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายจำนวนมาก และกระแสไฟฟ้าดับนานหลายชั่วโมง กว่าจะใช้ไฟฟ้าได้ประมาณเที่ยงคืน เป็นลมพายุที่พัดแรงมากที่สุดนับที่เคยเจอมาในเขตอ.เมืองพิษณุโลก
 
         ด้านนางอุดม คุ้มแสง ที่มีร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์มือถือริมถนนสิงหวัฒน์ ม.3 ต.พลายชุมพล ขาเข้าเมืองพิษณุโลก เปิดเผยว่า ลมพายุได้พัดแผ่นสังกะสี จากป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามร้านค้าตน ได้พัดแผ่นสังกะสีมาถูกรถยนต์เก๋งของตนและร้านค้าได้รับความเสียหาย ยังไม่ทราบว่าจะขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานไหนได้ หรือจะมีใครรับผิดชอบให้ได้
 
         ส่วนที่เทศบาลนครพิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แรงของลมพายุ ได้พัดหลังคาบริเวณลานจอดรถเสาหักโค่นลงมา ทับรถยนต์ของเทศบาลนครพิษณุโลกที่จอดไว้ได้รับความเสียหายจำนวน 5 คัน ขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการแก้ไข
 
 
พิจิตร-พายุกระหน่ำบ้านเรือนปชช.พังเสียหายหลายร้อยหลังคาเรือน
 
 
         ผู้สื่อข่าวรายงานว่าชาวบ้านเร่งเก็บสังกะสีและทรัพย์สินที่มีค่า หลังจากเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ได้เกิดพายุกรรโชกแรงและมีลูกเห็บตก ในเขตอำเภอสามง่าม อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน ของทั้ง 2 อำเภอ เกือบ 300 หลังคาเรือน ได้รับความเสียหาย โดยมีกว่า 20 หลังคาเรือน ที่ลมพายุกรรโชกแรง ได้พัดเอาหลังคาบ้านเรือนประชาชนเสียหายไปทั้งหลัง โดยเฉพาะที่ หมู่ที่ 1 บ้านหลังถนน ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี และภายในเขตเทศบาลสามง่าม ตำบลสามง่าม ที่บ้านเรือนประชาชนถูกลมพัดเสียหายแบบทั้งหลังคาเรือน นอกจากนั้นยังมีผลไม้พื้นบ้าน อย่างมะม่วง และยุ้งข้าวปลุกที่ถูกลมพายุพัดเสียหายเช่นกัน
 
         โดยล่าสุดทาง ผู้นำหมู่บ้าน ได้เร่งออกสำรวจ และตัดต้นไม้ที่ขวางทางเข้าออกหมู่บ้านหลายแห่งเพื่อเส้นทางการจราจร รวมถึงสำรวจความเสียหายเพื่อขอความช่วยเหลือไปยังองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่อไป
 
         นายเล็ก สังขภัณทร์ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/3 หมู่ 1 ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี เปิดเผยว่า ลมพายุได้พัดมาอย่างแรง จนพัดเอาหลังคา บ้านและฟาร์มเป็ดของลูกชาย จนเสียหาย จนต้องไล่เป็ดออกไปอยู่กลางทุ่งในช่วงกลางดึกเพราะเกรงว่าหลังคาจะถล่มลงมาทับเป็ดมูลค่ากว่า 500,000 บาทตาย นอกจากนั้นตนเองต้องนำผ้าห่มมาคลุมนางเผื่อน สังขภัณทร์ ภรรยาที่ป่วย และไปหลบที่มุมบ้าน เนื่องจากเกรงว่า นางเผื่อน จะช็อคเสียชีวิต จากเหตุการที่มีพายุพัดรุนแรง
 
 
อุตรดิตถ์ - พายุลูกเห็บถล่มเมืองลับแล บ้านเรือนเสียหายจำนวนมาก
 
 
         เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 6 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายเวช อ่อนวงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลด่านแม่คำมัน อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายหลังช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนตกอย่างรุนแรงและเกิดพายุลูกเห็บถล่มสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนชาวบ้าน ขณะที่ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 110 หมู่ 6 ตำบลบ้านด่านนาขาม พบยายบาง ขำคำ อายุ 78 ปี นั่งตัวสั่นนั่งตัวสั่น ยกมือไหว้ท่องบทสวดมนต์ให้ตัวเองและลูกหลานแคล้วคลอดปลอกภัย อยู่ใต้ถุนบ้านหลังดังกล่าว
 
         ทั้งนี้ยายบาง ยังคงตกใจกับเหตุการณ์บ้านถูกพายุลูกเห็บก้อนขนาดใหญ่ ถล่มบ้านจนหลังคาสังกะสีเป็นรูพรุนขนาดเส้นผ่านศูนย์ใหญ่สุด 2 นิ้ว พร้อมระบุว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ประสบภัยพายุฤดูร้อนและเกิดลูกเห็บตก จนบ้านพังเสียหาย และหวั่นใจไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาซ่อมแซมบ้าน
 
         นายเวช กล่าวว่าได้เกิดพายุฤดูร้อน ฝนตกอย่างรุนแรงและที่สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนชาวบ้านเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปี ของอำเภอลับแลคือ การเกิดพายุลูกเห็บขนาดก้อนเท่ากำปั้นและตกเป็นจำนวนมาก ชนิดสาดมาเป็นขบวน พื้นดินขาวเต็มไปหมด แต่ไม่มีใครกล้าเก็บภาพเพราะมีทั้งพายุ ฝนและลูกเห็บตก นานกว่า 30 นาที ส่งผลให้บ้านเรือนชาวบ้านโดยเฉพาะหลังคาทั้งสังกะสีและกระเบื้อง แตกเป็นรูพรุนพังเสียหาย 8 หมู่บ้าน 50 หลังคาเรือน
 
         ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอย่างไรก็ตามยังมีชาวบ้านได้เก็บลูกเห็บจำนวนหนึ่งแช่ในช่องฟิดตู้เย็นไว้ แต่ด้วยกระแสไฟฟ้าดับ จึงทำให้จากก้อนเท่ากำปั้นละลายเหลือก้อนไม่ใหญ่มากนัก นายก อบต.ด่านแม่คำมัน ได้นำมายืนยันถึงขนาดของลูกเห็บ ชาวบ้านและเด็กรุ่นใหม่ต่างนำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายเก็บไว้ ด้วยความตื่นเต้น
 
         อย่างไรก็ตาม นายสมคิด ผานุการณ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอุตรดิตถ์ ระบุว่าหลังเกิดพายุฤดูร้อนในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ช่วงกลางดึกที่ผ่าน ล่าสุดได้รับรายงานมีบ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหายกว่า 100 หลัง พื้นที่ 3 อำเภอคือ อำเภอทองแสนขัน อำเภอตรอน และรุนแรงสุดที่ตำบลด่านแม่คำมัน อำเภอลับแล ที่ถูกพายุลูกเห็บถล่ม ซึ่งได้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน