
ดินไหว4.6พังงา-ภูเก็ต-กระบี่รับรู้แรงสั่นไหว
06 พ.ค. 2558
กรมอุตุฯชี้แผ่นดินไหวในทะเลทางใต้เกาะยาวใหญ่ ขนาด 4.1 พังงา-ภูเก็ต-กระบี่ รับรู้แรงสั่นไหว ไม่เข้าเกณฑ์ สึนามิ
6 พ.ค.58 ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง แผ่นดินไหวบริเวณ อ.เกาะยาว จ.พังงา เมื่อวันที่ 6 พฤษาคม พ.ศ. 2558 เมื่อเวลา 04.18 น. เกิดแผ่นดินไหวมีจุดศูนย์กลาง อยู่บริเวณ อ.เกาะยาว จ.พังงา ที่ละติจูด 7.85 องศาเหนือ ลองจิจูด 98.54 องศาตะวันออก ความลึก ประมาณ 4 กิโลเมตร ขนาด 4.6 ทางทิศใต้ของเกาะยาวใหญ่ อ.เกาะยาว จ.พังงา ได้รับแจ้งรู้สึกสั่นไหวบริเวณ จ.พังงา จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่
ด้าน นายบุรินทร์ เวชบรรเทิง รองอธิบดีกรมอุตุวิทยา กล่าวถึงกรณีเหตุแผ่นดินไหวในทะเลทางใต้เกาะยาวใหญ่ อ.เกาะยาว จ.พังงา เมื่อ 04.18 น.ที่ผ่านมา ว่า เกิดจากรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่ยังมีพลังในทะเล อยู่ไม่ห่างไกลจากภูเก็ตและพังงา แต่แผ่นดินไหวในทะเลครั้งนี้ ไม่เข้าเกณฑ์ทำให้เกิดคลื่นสึนามิ เพราะอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง และการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนที่พลังบริเวณนี้ไม่ได้เป็นในลักษณะแทนที่น้ำหรือเกิดในแนวดิ่ง แต่เกิดในลักษณะขัดเฉือนกัน ส่วนใหญ่แผ่นดินไหวใหญ่ในทะเลที่เสี่ยงต่อไทยที่กรมอุตุนิยมวิทยาติดตามอยู่ตลอด 24 ชม. จะเป็นบริเวณเกาะสุมาตราซึ่งเป็นแนวมุดตัวของเปลือกโลก ทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ได้
ภูเก็ต - ชาวไทยใหม่เกาะสิเหร่ภูเก็ตอพยพหลังเกิดแผ่นดินไหวที่พังงา
เวลา 04.18 น. วันนี้ (6 พ.ค.) เกิดเหตุแผ่นดินไหวในทะเล ขนาด4.6ความลึก10กม.บริเวณตอนใต้เกาะยาว จ.พังงา ทางทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ต ห่างจากภูเก็ตประมาณ 18กิโลเมตร รู้สึกสั่นไหวหลายพื้นที่ใน จ.ภูเก็ต และ จ.พังงา และกระบี่ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ประชาชนในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ส่วนใหญ่รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนระยะประมาณ 1 -2 วินาที
สำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าว ทำให้ประชาชนจำนวนมากต่างก็ตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนมีการแชร์ข้อความเพื่อสอบถามถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเฟชบุ๊ก ในไลน์ และช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ซึ่งครั้งนี้ ประชาชนรู้สึกได้ถึงความสั่นสะเทือนประมาณ1-2 นาทีและแรงกว่าเมื่อวันที่ 25 มี.ค.2558 ที่ผ่านมานอกจากยังมีต่อว่าศูนย์ฯเตือนภัยเพราะแจ้งข้อมูลช้า
นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ ประชาชนในหลายพื้นที่ของภูเก็ตสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ และรู้สึกสั่นสะเทือนแรงกว่าเมื่อวันที่25 มี.ค.2558 ที่ผ่านมา โดยสั่นสะเทือนกว่า2 นาที ซึ่งตนอยู่ภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตยังรู้สึกได้หลังจากเกิดเหตุได้ประสานไปยังกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้าน โดยเฉพาะริมทะเลให้ตรวจสอบระดับน้ำและความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ยังได้สั่งการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยภูเก็ต ติดตามเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหายเกิดขึ้นแต่อย่างใด และระดับน้ำยังคงปกติ ไม่มีการประกาศเตือนสินามิ
ขณะที่นางละม้าย กี่สุ้น ชาวบ้านที่อยู่ใกล้สะพานหิน ภูเก็ตอ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า ขณะที่นอนหลับอยู่ในบ้านรู้สึกเหมือนมีใครมาขย่มขาเตียง พอตื่นขึ้นมาเห็นหลอดที่อยู่บนฟ้าเพดานสั่นสะเทือน จึงคิดว่าแผ่นดินไหวอย่างแน่นอน จากนั้นได้เปิดทีวีดูจึงรู้ว่าแผ่นดินไหวจริง ซึ่งครั้งนี้สั่นสะเทือนแรงมากกว่าปกติ ทำให้คนภายในบ้านตื่นกันหมดแล้วไม่มีใครกล้านอนต่อ และนั่งดูทีวีติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด
นายวิรัช ประมงกิจ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านม.4 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นนั้นชาวไทยใหม่บ้านเกาะสิเหร่ทุกหลังรู้สึกได้ โดยครั้งนี้แรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ส่งผลให้ชาวบ้านอพยพหนีไปอยู่ที่โรงเรียนบ้านเกาะสิเหร่เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากเกรงจะเกิดสึนามิโดยตนได้โทรไปสอบถามที่ศูนย์เตือนภัยฯ ทางศูนย์ฯบอกว่า ไม่ต้องหวาดกลัวเนื่องจากทางศูนย์ฯไม่ได้ประกาศให้อพยพและเตือนภัยสึนามิ จึงแจ้งให้ชาวบ้านได้กลับเข้าหมู่บ้านตามปกติ แต่ยังคงเฝ้าระดับน้ำทะเลอย่างใกล้ชิด หากระดับน้ำผิดปกติก็จะอพยพชาวบ้านไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยทันที
ตรัง - แผ่นดินไหวพังงาเชื่อไม่เกิดสึนามิ
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ตรัง แจ้งประชาชนชนริมชายฝั่งทั้ง 4 อำเภอ อย่าตื่นตระหนกเหตุแผ่นดินไหวที่ จ.พังงา เพราะเป็นรอยเลื่อนแขนงที่มีพลังน้อย และแทบไม่มีโอกาสเกิดสึนามิที่ จ.ตรัง หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหว เมื่อเวลา 04.18 น. ในทะเลขนาด 4.6 ลึก 10 กิโลเมตร บริเวณตอนใต้เกาะยาว จ.พังงา โดยสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ถึง 3 จังหวัด คือ จ.พังงา กระบี่ และภูเก็ต นั้น นายสมเกียรติ อินทรคำ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง กล่าวว่า วันนี้ตนได้มีการทำหนังสือถึงสื่อมวลชนทุกแขนงและ อบต.ในพื้นที่ เพื่อช่วยแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้นที่ 4 อำเภอริมชายฝั่ง ได้แก่ อ.สิเกา อ.กันตัง อ.ปะเหลียน และ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ทราบ และขออย่าได้ตื่นตระหนกตกใจ หรือกังวลกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวในครั้งนี้ เพราะอยู่ห่างจากจังหวัดตรัง ประมาณ 200 กิโลเมตร เป็นรอยเลื่อนแขนงที่มีพลังน้อย และโอกาสจะเคลื่อนไหวจนเกิดสึนามิน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจังหวัดตรัง มีการก่อสร้างหอเตือนภัยไปแล้ว 25 จุด ในพื้นที่ 4 อำเภอริมชายฝั่ง รวมทั้งมีการจัดตั้งศูนย์วิทยุสื่อสารวีอาร์ ที่บริเวณ 4 แยกตลาด อตก. อำเภอเมืองตรัง ซึ่งจะสามารถกระจายข่าวไปยังทุกๆ พื้นที่เป้าหมายริมทะเล ภายในระยะเวลาแค่ 10 นาที หลังจากได้รับข้อมูลแจ้งเตือนภัยมาจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมอุตุนิยมวิทยา ผ่านทางระบบดาวเทียม และระบบข้อความสั้น (sms) ทางโทรศัพท์มือถือ สำหรับรอยเลื่อนสำคัญที่อยู่ในทะเลอันดามันอยู่ห่างจากฝั่งจังหวัดตรัง ประมาณ 800 กิโลเมตร หากเกิดสึนามิกว่าจะคลื่นจะซัดเข้าหาฝั่งก็จะใช้เวลาประมาณ 1.30-2 ชม. ก็คิดว่าเป็นเวลาที่เพียงพอสำหรับการอพยพประชาชนให้ปลอดภัย
สงขลา - นักวิชาการยืนยันแผ่นดินไหวที่อ.เกาะยาว จ.พังงา ไม่รุนแรง
ดร.ไพบูลย์ นวลนิล นักวิชาการด้านแผ่นดินไหว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเหตุแผ่นดินไหว ที่อ.เกาะยาว จ.พังงา ว่า แผ่นดินไหวที่อ.เกาะยาว ไม่มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เนปาล แต่อย่างใด
“แผ่นดินไหวขนาดนี้ ขนาด 4 ขึ้นไป มันก็ไหวของมันทุกวันๆละ 15-20 ครั้งอยู่แล้วทั่วโลก แล้วทำไมไม่โยงไปถึงแผ่นดินไหวที่ปาปัวฯบ้าง เพราะปาปัวยังอยู่ใกล้อ.เกาะยาวมากกว่าเนปาล ขนาดก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ระหว่าง 7.4 กับ 7.8 ฉะนั้นอย่าไปเชื่องโยงกัน”
ส่วนแผ่นดินไหวที่อ.เกาะยาว เกิดขึ้นเนื่องจากว่ามันมีแขนงของรอยเลื่อนของคลองมะรุ่ย มันก็เกิดแผ่นดินไหวมาแล้ว 2-3 ครั้งแล้วสำหรับปีนี้ (2558) เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะนำไปเชื่อมโยงกับแผ่นดินไหวที่เนปาลได้ เพราะก่อนหน้าที่เกิดแผ่นดินไหวนี้ก่อนหน้าที่จะเกิดแผ่นดินไหวที่เนปาลคุณจะอธิบายยังไง
“เราต้องพูดและอธิบายด้วยเหตุและผล เพราะตอนนี้ยังไม่เกิดแผ่นดินไหวที่เนปาลตรงนี้มันก็ไหวมาแล้ว ที่นี้ความหมายถ้าเราจะโยงกับแผ่นดินไหวเนปาล ถามว่าแล้วตอนนี้ที่เกิดแผ่นดินไหวทั่วโลกวันละ 15-20 ครั้ง มันเกิดจากเนปาลเหรอ แล้วก่อนหน้านี้ที่มันจะเกิดแผ่นดินไหวที่เนปาลแล้วมันเกิดจากอะไร”
เนื่องจากตอนนี้คนพยายามที่จะโยงแผ่นดินไหวที่เนปาล เนื่องจากแผ่นดินไหวที่เนปาล ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก ทุกคนก็พยายามโยงกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นหลังจากเนปาล เช่นที่ปาปัวฯ ซึ่งแผ่นดินไหวที่ปาปัวฯ เมื่อปลายเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา มันก็ไหว 7.5 มาแล้ว แต่ไม่มีใครพูดถึงเพราะไม่มีความเสียหาย
หรือล่าสุดเมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา แผ่นดินไหวที่ปาปัวฯ 7.4 คนก็พูดถึงน้อย เพราะว่าคนไม่ตาย แต่พอเนปาลคนตายกันมาก คนก็พยายามโยงว่ามันเชื่องโยงกับแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นหลังจากเกิดที่เนปาล เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะลดกระแสตรงนี้ ก็บอกว่าแผ่นดินไหวขนาด 4 ขึ้นไปทั่วโลกมันก็ไหววันละ 15-20 ครั้งอยู่แล้ว
สรุปก็คือแผ่นดินไหวที่อ.เกาะยาว จ.พังงา เนื่องจากมีแขนงรอยเลื่อนของคลองมะรุ่ย มันก็ไหวมาก่อนที่เนปาลจะไหวเสียอีก ฉะนั้นถ้าใครจะบอกว่าแผ่นดินไหวที่เนปาลทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่อ.เกาะยาวหรือเปล่ามันจะต้องมีคำอธิบายที่เกิดก่อนหน้านี้อย่างไร
“ถ้าเราจะรายงานข่าวเพื่อจะบอกว่าเพื่อเป็นการตอบข้อสงสัย สำหรับแผ่นดินไหวที่อ.เกาะยาว ว่ามันจะโยงกันหรือไม่ เราก็ต้องอ้างข้อมูลทางสถิติว่า แผ่นดินไหวขนาด 4 ทั่วโลกมันก็ไหว 15-20 ครั้งต่อวันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นแผ่นดินไหวที่อ.เกาะยาว มันไม่ได้เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย”
ส่วนแนวโน้มจะรุนแรงหรือไม่สำหรับแผ่นดินไหวที่อ.เกาะยาว หรือรอยเลื่อนคลองมะรุ่ย หรือแขนงรอยเลื่อนคลองมะรุ่ยนั้น ดร.ไพบูลย์ กล่าวว่า โอกาสที่จะเกิดแผ่นไหวรุนแรงคงไม่มี เนื่องจากรอยเลื่อนนี้ไม่สามารถสะสมพลังงานจนทำให้เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ขนาด 7 เหมือนกับในแนวมุดตัวได้
ซึ่งแผ่นดินไหวแนวมุดตัวที่เกิดคือเมื่อปี 2547 ที่สุมาตรา คือการที่แผ่นเปลือกโลกมาชนกันก็เหมือนกับที่เกิด 26 ธันวาคม 2547 ซึ่งแผ่นดินไหวพวกนั้นมันจะเกิดในแนวมุดตัว ก็เหมือนกับเนปาล ก็เป็นแผ่นดินไหวแนวมุดตัวเช่นกัน ก็คือการที่แผ่นเปลือกโลกสองแผ่นมาชนกันแล้วแผ่นนึงมุดไปอยู่ใต้อีแผ่นนึง ซึ่งหากแผ่นดินไหวแนวมุดตัวจะทำให้เกิดผินดินไหวที่รุนแรงได้
สำหรับการปฎิบัติตัวของประชาชนที่พื้นที่เกิดแผ่นดินไหวที่รู้สึกได้ถึงการสั่นไหวก็ให้ออกมาอยู่กลางแจ้งในที่ปลอดภัย เป็นเบื้องต้น ถ้าขับรถอยู่ก็จอดรถแล้วลงจากรถมาก่อน แต่ไม่ต้องตกใจ ส่วนทางด้านโครงสร้างอาคารนั้นก็ไม่ได้รับความเสียหาย เพราะขนาด 4.6 ศูนย์กลางอยู่ในทะเล คงจะไม่กระทบต่อโครงสร้างของอาคาร
“ แค่คนรับรู้การสั่นไหวเท่านั้นเองแต่ไม่สามารถทำให้โครงสร้างอาคารเกิดความเสียหายได้” ดร.ไพบูลย์ กล่าว
--------------------------------------------------
(ที่มาภาพ : สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว)



