
เจ้าหน้าที่รัฐกับการค้ามนุษย์
เจ้าหน้าที่รัฐกับการค้ามนุษย์ : บรรณาธิการประจำวันที่6พ.ค.2558
ปัญหา “โรฮิงญา” ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นแต่คาราคาซังมานานหลายปี ช่วงที่ดูจะเป็นข่าวครึกโครมมากที่สุดก็ตอนที่มีการเสียชีวิตจากการหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย กลุ่มมนุษยชนหรือแม้แต่สหรัฐอเมริกา ก็ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ในระดับต้นๆ ล่าสุดมีการลดระดับความพยายามต่อการแก้ปัญหาในประเทศไทยลงไปเหลือ “เทียร์ 3” เป็นระดับต่ำหรืออยู่ในขั้นวิกฤติ จะว่าไปแล้วปัญหาการค้ามนุษย์ในบ้านเราโดยเฉพาะแรงงานอพยพจากประเทศเพื่อนบ้านที่หลบหนีเข้ามาทำงาน ทำให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบ กักขัง ไปจนถึงขั้นการทำร้ายร่างกายกัน มีทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บ ส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานไร้ฝีมือ กลุ่มประมงมีความชัดเจนมากที่สุด ขณะเดียวกันปัญหาการค้ามนุษย์กับกลุ่มอพยพโรฮิงญา ก็มีที่มาที่ไปต่างกันคนละด้าน คนละแบบ กลุ่มอพยพจากถิ่นยะไข่ประเทศพม่า หลบหนีเข้ามาก็เพื่อหาทางต่อไปยังประเทศที่สาม ชาวโรฮิงญา ส่วนใหญ่เป็นคนมีฐานะ จึงพยายามหลบหนีออกจากพื้นที่จากปัญหาการเมือง การสู้รบ การไม่ยอมรับของประเทศถิ่นฐานและประเทศข้างเคียงเช่นบังคลาเทศ การหลั่งไหลแบบนี้จึงเป็นช่องว่างให้เจ้าหน้าที่รัฐของไทยบางคน บางกลุ่มเข้าไปแสวงหาประโยชน์โดยร่วมกันทำเป็นขบวนการ
มีรายงานข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงระบุว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐทั้งกลุ่มการเมืองและข้าราชการประจำ เข้าไปมีส่วนในการเรียกรับผลประโยชน์จากกลุ่มผู้อพยพ มีการเรียกเงินจากญาติที่ยังอยู่ในพื้นที่ บางรายไม่ได้ก็สังหารทิ้ง เชื่อกันว่าหลุมฝังศพบนเขารูปช้าง จ.สงขลา เป็นหนึ่งในสถานที่กลบทำลายหลักฐานเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ หากดูจากหมายจับและการโยกย้ายเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนออกนอกพื้นที่ก็น่าจะโยงใยกัน ข้าราชการทั้ง 2 ส่วนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องรอผลการสอบสวนดำเนินคดีก่อน แต่ในพื้นที่ต่างทราบกันว่า ข้าราชการส่วนใดเข้าไปมีส่วนรู้เห็นเพราะลำพังขบวนการค้ามนุษย์ไม่น่าจะเล็ดลอดหูตาของเจ้าหน้าที่ไปได้ หากผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องเอาจริงเอาจัง และแคมป์ดังกล่าวก็อยู่ห่างจากฐานของตชด.เพียงไม่กี่มากน้อย เพราะเหตุใดเจ้าหน้าที่จึงไม่ระแคะระคายเรื่องดังกล่าว ว่ากันว่าชาวโรฮิงญาคือหนึ่งในผลประโยชน์ที่สร้างความมั่งคั่งให้แก่เจ้าหน้าที่บางคน ปัญหานี้จึงยืดเยื้อยาวนานและไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเอาจริงเอาจัง
นอกเหนือจากนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วทหารเองก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบ มีข้อมูลบางส่วนเชื่อว่า มีทหารบางกลุ่มเข้าไปมีส่วนด้วยเช่นกัน มีการระบุถึงนายทหารระดับสูงด้วย ข้อมูลจากการสืบสวนนี้คงมีรายงานกันไปตามลำดับชั้น แต่จะมีใครสนใจหรือพยายามแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังหรือไม่ แม้ล่าสุดจากเหตุการณ์พบหลุมฝังศพบนเขารูปช้าง นายกรัฐมนตรีจะสั่งกำชับไปถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ลงไปตรวจดูพื้นที่ด้วยตนเองและกำชับให้ดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณใดๆ บ่งชี้ว่า ตัวการใหญ่จะถูกกระชากหน้ากากถูกดำเนินคดี และอาจจะมีเพียงตัวเล็กตัวน้อยสังเวยคดีไป เมื่อเวลาผ่านไปทุกอย่างก็เข้าสู่สภาวะปกติ กลุ่มโรฮิงญาซึ่งต้องการย้ายถิ่นฐานก็จะพยายามดิ้นรนเข้ามาประเทศไทยแม้จะต้องเสี่ยงชีวิตก็ตาม สุดท้ายก็จะกลายเป็นเหยื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐร่วมกับขบวนการ เป็นเหมือนวัฏจักรเช่นนี้ ถ้ารัฐบาลไม่ใช้อำนาจอย่างเด็ดขาดเอาจริงเอาจัง ถ้ามาตรา 44 ใช้กับปัญหาหวยแพงได้ ทำไมรัฐบาลถึงไม่เด็ดขาดกับขบวนการค้ามนุษย์บ้าง เพราะข่าวครึกโครมเช่นนี้จะมีผลต่อความน่าเชื่อถือหลังจากประกาศปัญหาการค้ามนุษย์เป็นวาระแห่งชาติ



