
แดดร้อนคือไฟฟ้าโอกาสธุรกิจโซลาร์เซลล์
แดดร้อนคือไฟฟ้า โอกาสธุรกิจโซลาร์เซลล์ : เรื่อง/ชาญยุทธ ปะวะขัง
ปัญหาไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับ สำหรับคนเมืองกรุงดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัว ด้วยเป็นศูนย์กลางการจ่ายกระแสไฟฟ้าแม้ปริมาณความต้องการใช้อาจจะมากกว่าในบางจังหวัดหลายเท่า ขณะที่พื้นที่ห่างไกลที่ระบบสาธารณูปโภคเข้าไม่ถึง คงต้องยอมรับว่าพลังงานไฟฟ้ากลายเป็นสิ่งจำเป็นพอๆ กับปัจจัย 4 เหตุนี้เอง “พลังงานทางเลือก” จึงเข้าไปมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ซึ่งหนึ่งในทางเลือกนั้น จะเห็นว่า “ไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์” สามารถตอบโจทย์ ด้วยสอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศไทยที่มีแสงแดดเกือบตลอดทั้งวัน
ปริมาณการผลิตกระแสไฟฟ้าที่ได้ แปรผันตามคุณภาพแดดที่แรงและยาวนานในแต่ละวัน.... “อ๊ก” พัชร์ศร ทองสลวย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ จำกัด อธิบายหลักการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ง่ายๆ ให้ฟังพร้อมขยายความต่อว่า ธุรกิจที่กำลังทำอยู่แบ่งออกเป็นหลักๆ คือ “โซลาร์ฟาร์ม" (Solar Farm) คือระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือที่เรียกว่าเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแดด กับอีกธุรกิจคือ “โซลาร์รูฟ (Solar Roof)” หรือแผงโซลาร์เซลล์ ขนาดย่อมบนหลังคาบ้านเรือน เป็นบริษัทลูกที่แตกไลน์ออกมาด้วยเห็นว่าโซลาร์ฟาร์ม ประสบความสำเร็จแล้วอยากให้ประชาชนหันมาผลิตไฟฟ้าใช้เอง
"เมืองไทยเรื่องไฟฟ้ายังทำกันในส่วนกลางอยู่ จะทำอย่างไรให้สามารถช่วยชาติและเป็นการพึ่งพาตัวเองได้ด้วย จากการศึกษาของบริษัทพบว่าค่าไฟเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปีละประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ โซลาร์เซลล์จึงเป็นทางเลือกที่ดี ซึ่งการติดตั้งระบบไม่มีอะไรยุ่งยาก ประชาชนจะประหยัดเงินในการจ่ายค่าไฟ และถ้ามากพอก็ขายคืนให้รัฐได้ เรามองเห็นว่าธุรกิจนี้น่าทำ เราให้บริการตั้งแต่ครัวเรือนเล็กๆ ไปจนถึงโรงงานใหญ่" ผู้บริหารระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์วัยเบญจเพส หลานสาวคุณนายผู้ว่าฯ วันดี กุญชรยาคง (ภริยาสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ผู้ว่าฯ ชัยนาท) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ผู้บุกเบิกธุรกิจเมื่อ 5 ปีก่อนกล่าว พร้อมเผยว่าช่วงแรกๆ ยังไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร รัฐบาลเพิ่งให้ความสำคัญเมื่อไม่นานมานี้ จึงถือว่าเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับเมืองไทย
"อ๊ก" บัณฑิตด้านกฎหมายจากรั้วธรรมศาสตร์ ลูกโทนของ พล.อ.เชวงศักดิ์ ทองสลวย ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กับ วัชราพร ทองสลวย นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กำลังต่อยอดความรู้ในระดับปริญญาโท ด้านการบริหารจัดการเทคโนโลยีพลังงาน ที่สถาบันศศินทร์ จุฬาฯ ให้แน่นปึ้กขึ้น แสดงทัศนะว่า พลังงานเป็นสิ่งจำเป็น ทุกประเทศกำลังเสาะหาแหล่งพลังงานให้เพียงพอ ด้วยทุกคนจำเป็นต้องใช้พลังงาน 20 เปอร์เซ็นต์ในชีวิตประจำวัน จึงเชื่อว่าแนวโน้มการสิ้นเปลืองน่าจะมากกว่าที่จะหามาได้ จะทำอย่างไรที่จะหาแหล่งผลิตพลังงานได้เรื่อยๆ
"ตอนนี้ก๊าซธรรมชาติกำลังจะหมดจากอ่าวไทย ขณะเดียวกันเราซื้อจากเพื่อนบ้านราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ เราเริ่มต้นในภาคอีสานที่ ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา กว่า 700 ล้านบาท แล้วก็ขยายไปจังหวัดอื่นๆ ตอนนี้มี 36 โครงการ ไม่ว่าจะเป็นสุรินทร์,บุรีรัมย์, ขอนแก่น, นครพนม, ร้อยเอ็ด, หนองคาย ฯลฯ รวมเม็ดเงินลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาท ภาคอีสานเป็นพื้นที่ที่มีความเข้มแสงดีที่สุด แต่ก่อนจะเริ่มมีการศึกษาอย่างละเอียด ไม่ว่าจะพื้นที่ความเข้มแสง ศึกษาสายป้อน (feeder) ฯลฯ ระบบจะทำงานตั้งแต่ 6 โมงเช้าถึง 6 โมงเย็น ส่วนแบ่งตลาดในภาคอีสานต้องบอกว่าเราเป็นรายใหญ่ที่สุด แต่การแข่งขันยังไม่สูงมาก ตอนนี้กำลังผลิตทำได้เกือบ 260 เมกะวัตต์ เราได้โอกาสดีจากรัฐที่ตอนนั้นมีนโยบายส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ และเราก็เป็นเจ้าแรกๆ ที่เห็นนวัตกรรมตัวนี้ว่าประเทศไทยเหมาะสม และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี” ว่าที่มหาบัณฑิตด้านการจัดการพลังงาน กล่าว
แต่กระนั้นการเข้าไปบุกเบิกในพื้นที่ระยะแรกไม่ใช่เรื่องง่าย นักธุรกิจสาวไฟแรงยอมรับ เจอปัญหาและอุปสรรคไม่ใช่น้อย เนื่องจากคนในพื้นที่ยังไม่เข้าใจ เพราะขึ้นชื่อว่าโรงไฟฟ้าชาวบ้านก็ไม่อยากให้เข้าไปตั้งในพื้นที่ของตัวเอง จึงต้องพยายามทำความเข้าใจว่าไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานสะอาดที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ไม่เฉพาะโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ แม้กระทั่่งโซลาร์รูฟ บนหลังคาบ้านของลูกค้ารายย่อยก็ต้องอธิบายการทำงานให้เข้าใจ มีปัญหาก็ต้องรีบเข้าไปแก้ไข ซึ่งบางครั้งเธอเองก็ยังเคยปีนขึ้นไปบนหลังคาพร้อมเจ้าหน้าที่เพื่อให้เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยเชื่อว่าการที่จะดูแลธุรกิจหรือก้าวมาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจได้นั้น การเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มยันจบกระบวนการเป็นสิ่งสำคัญ
"โซลาร์รูฟ ขึ้นอยู่กับขนาดหลังคาเรือน ส่วนใหญ่เราติดตั้งประมาณ 3 กิโลวัตต์ หรือ 10 กว่าแผ่นโซลาร์ เริ่มจากการสำรวจพื้นที่ จากนั้นออกแบบว่าพื้นที่ส่วนไหนของบ้านรับความเข้มแสงได้ดีที่สุด รวมถึงดูความแข็งแรงของโครงหลังคาบ้าน จากนั้นจึงดำเนินการติดตั้งแผง และอุปกรณ์อื่นๆ ต้องบอกว่าหัวใจของโซลาร์รูฟ อยู่ที่แผงโซลาร์ เราเลือกผู้ผลิตที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ เป็นสินค้าจากญี่ปุ่น แผงตัวนี้เป็นวัสดุซิลิกอน ใช่แค่ประสิทธิภาพต้องดี ความปลอดภัยก็มีด้วย รับประกัน 25 ปี ราคา 2 แสนกว่าบาท ผลิตได้ 3 กิโลวัตต์ เพียงพอต่อการใช้ไฟในเวลากลางวัน หลักการทำงานคือเมื่อแสงส่องลงมาให้แผงโซลาร์ผลิตไฟฟ้าจะเริ่มจากวงจรดีซีหรือกระแสตรงก่อนแล้วเข้าหม้อแปลงให้เป็นเอซีหรือกระแสสลับ เข้าสู่เอ็มวีบีแล้วกระจายไปในครัวเรือนช่วงกลางวัน แต่ถ้าเราไม่ใช้ก็สามารถขายให้รัฐได้เลยโดยไม่ต้องให้ไฟฟ้าวิ่งผ่านเอ็มวีบี แค่ประมาณ 8 ปีก็คืนทุนแล้ว" เจน 2 ของโซลาร์ฟาร์มรายใหญ่ในภาคอีสาน แจกแจง
ทั้งนี้ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสาว เผยถึงทิศทางการขยายธุรกิจของบริษัทว่า ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญว่าภาครัฐจะแจกไลเซนส์มากน้อยแค่ไหน ครั้งก่อนรับไลเซนส์มา 36 โครงการ มีอายุ 10 ปี หลังจาก 10 ปีคาดว่าจะยังขายไฟฟ้าต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเท่าที่สำรวจหลายเจ้าเริ่มแห่ทำธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น เพราะเป็นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนระยะยาว คือสร้างเสร็จแล้วทุกอย่างจบ คอยดูแค่ว่าแสงเข้าแสงออกแต่ละวัน
"ตอนทำโซลาร์ฟาร์มสิ่งที่ท้าทายเราคือต้องประสานกับภาครัฐ และตลาดหุ้น แต่พอมาทำรูฟต้องประสานกับลูกค้าครัวเรือนด้วย อันนี้เป็นสิ่งที่เหนื่อย แล้วก็ต้องเจาะตลาดใหม่ๆ เปิดตลาดใหม่ๆ เป็นเรื่องท้าทายมาก นอกจากนี้ยังมีเรื่องการตลาด การประชาสัมพันธ์ รวมถึงบริการหลังการขาย" สาวอ๊ก กล่าว
ดังนั้น คีย์เวิร์ดที่จะทำให้ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จได้ ผู้บริหารสาวไฟแรงเผยว่า "ต้องจูงใจ" โดยสโลแกนที่พยายามตอกย้ำคือ “ลงทุนก่อนคุ้มค่าก่อน” เพราะการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ไม่เพียงแต่ได้ไฟฟ้าราคาถูกมาใช้ ทว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง หลังจาก 8 ปีคือกำไรล้วนๆ ซึ่งราคาไฟฟ้าที่รัฐซื้อจากเอกชนคือถ้าจากบ้านเรือน 6.96 บาท ขณะที่ขายให้ประชาชนเพียง 4 บาทกว่า ส่วนต่างคือกำไร ความเสี่ยงแทบไม่มีเลย และนโยบายที่ส่งเสริมให้ประชาชนขายไฟฟ้าคืนรัฐ ทำให้คนสนใจติดตั้งโซลาร์รูฟเพิ่มขึ้น นั่นแสดงว่าธุรกิจนี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ
"รัฐให้ทำทั่่วประเทศอยู่แล้ว แต่เราเองก็ต้องพิจารณาว่าเหมาะสมกับพื้นที่หรือเปล่า ล่าสุดมีการสนับสนุนค่อนข้างมากถึง 2,000 เมกะวัตต์ แต่เราเน้นที่ภาคอีสานเพราะคุณภาพแดดดีที่สุด แต่ก็ยังทำได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะติดเรื่องต้นทุน เมืองไทยมีประชากร 65 ล้านคน ผลิตไฟฟ้ามาบริการราว 3 หมื่นเมกะวัตต์ต่อวัน การจะผลิตมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณความต้องการของคนใช้ เมื่อเชื้อเพลิงไม่พอก็ต้องเร่งด้วยทางเลือกนี้ หาแหล่งผลิตพลังงานที่ดีที่สุด แสงแดดมีมากอยู่แล้วก็ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์" นั่นเป็นคมคิดเรื่องธุรกิจ แต่หากเป็นสไตล์การทำงานแล้ว สาวอารมณ์ดีแย้มว่า มีคุณป้าและคุณพ่อเป็นต้นแบบ โดยคุณพ่อเป็นคนที่่ห่วงคนอื่นมาก คำสอนที่มักได้ยินเสมอคือห้ามเอาเปรียบใคร อีกทั้งเมื่อมีโอกาสแล้วก็ต้องรู้จักให้คนอื่น อาจเพราะมีพ่อเป็นทหารก็ค่อนข้างมีระเบียบ ขณะที่คุณป้าถือเป็นซีอีโอที่เก่ง เป็นผู้หญิงทำธุรกิจด้านพลังงานแล้วก็มีพลังในตัวเองสูง
"ทุกวันนี้อ๊กยึดคติประจำใจที่ว่า “ทู กีฟ วี ทู เก็ต” คือยิ่งให้อะไรก็ยิ่งได้รับ เวลาทำงานประสานกับคนในองค์กรก็พยายามให้ความรู้เขา การปกครองคนนั้นยาก แต่เราต้องเรียนรู้ที่จะเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี มีทั้งพระเดชและพระคุณ ยอดต้นไม้ถ้าไม่อ่อนก็ไหวตามลมไม่ได้ บางครั้งก็ต้องเรียนรู้ที่จะอ่อน..." นักธุรกิจไฟ (ฟ้า) แรงสูง กล่าวทิ้งท้าย
อ๊กเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนสาธิตเกษตรฯ เป็นเด็กเรียนและทำกิจกรรมควบคู่กัน รู้สึกว่าการเรียนไม่เครียด แต่เรียนอย่างไรให้ดีที่สุด จบนิติศาสตร์ก็ไปฝึกงานด้านบริหารที่ซีพี แล้วเคยเป็นพิธีกรรายการทีวีอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะมาเรียนรู้งานกับคุณป้าที่บริษัท ตอนทำโซลาร์รูฟใหม่ๆ บางวันเที่ยงคืนถึงได้กลับบ้านแล้วตื่นไปติดต่องานที่การไฟฟ้าฯ แต่เช้า ตอนนี้เริ่มอยู่ตัว เคยถึงขนาดไปยืนต่อคิวยื่นเอกสารการติดตั้งโซลาร์รูฟให้ลูกค้า เพราะทำบริการหลังการขายด้วย
ตอนนี้กำลังเรียนโทด้านการจัดการพลังงาน เป็นสาขาวิชาหนึ่งของบัณฑิตวิทยาลัย มีการรวมศาสตร์ต่างๆ ไว้ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรม รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ ทำอย่างไรให้เรามาบริหารธุรกิจพลังงานหรือทำงานให้แก่ภาครัฐเกี่ยวกับด้านพลังงาน ต้องยอมรับว่าประเทศเรายังขาดและต้องการบัณฑิตด้านนี้มาก ถือเป็นเรื่องใหม่ของบ้านเรา อ๊กเห็นโอกาสธุรกิจนี้ตั้งแต่เด็ก เป็นคนค่อนข้างชอบธรรมชาติ พร้อมๆ กับสนใจเรื่องกฎหมายตั้งแต่ ม.1 รู้สึกว่าจำเป็นในชีวิตประจำวันและได้ใช้ ซึ่งการเป็นลูกคนเดียวของบ้านก็ต้องคุ้มครองตัวเองให้เป็น ไม่ชอบให้ใครมาเอาเปรียบ เวลามีเรื่องอะไรก็เล่าให้ที่บ้านฟังตลอด คุณพ่อไม่เข้มงวดแต่จะค่อนข้างดูแลอย่างดี



