ข่าว

ซิ่งวีโก้หลับในชนต้นไม้ดับคาที่เมีย-ลูกเจ็บ

ซิ่งวีโก้หลับในชนต้นไม้ดับคาที่เมีย-ลูกเจ็บ

04 พ.ค. 2558

สลด! หนุ่มซิ่งวีโก้หลับในชนต้นไม้ดับอนาถคาที่ ส่วนเมียและลูกเจ็บ

 
          เมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 4 พฤษภาคม ร.ต.ท.สมคิด แร่กาสินธุ์ พนักงานสอบสวน สภ.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถปิกอัพชนต้นไม้ บริเวณช่วงหลักกิโลเมตรที่ 158 ถ.มิตรภาพ ขอนแก่น จึงรุดไปตรวจสอบ
 
          ที่เกิดเหตุอยู่บนเส้นทางหลัก ด้านขาเข้าเมืองนครราชสีมา บริเวณทางแยกเข้าบ้านบุ ต.ตลาด อ.เมือง พบรถปิกอัพ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ เลขทะเบียน ฒอ3143กรุงเทพ เสียหลักแล่นตกข้างทาง ก่อนจะพุ่งชนต้นไม้บริเวณร่องกลางถนน สภาพประตูด้านขวา ฝั่งคนขับกระแทกติดคาต้นไม้ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ทราบชื่อคือนางสาวปิ่นพัดชา ศิลารักษ์ อายุ28ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่1467/1 ซ.สุขุมวิท66/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพ เด็กชายเทวกุล โสมาศรี อายุ 8 ปี และ ด.ช.แทนคุณ โสมาศรี อายุ 6 ปี อาสาสมัครกู้ชีพฮุก.31 ได้ลำเลียงนำส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา
 
          ที่ซากรถ บนเบาะนั่งผู้ขับขี่พบศพนายจักรกฤษณ์ โสมาศรี อายุ32ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่11 หมู่ 4 ต.กุดขอนแก่น อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ถูกอัดก็อปปี้เสียชีวิตคาที่ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างงัดศพออกมาอย่างทุลักทุเล
 
          ร.ต.ท สมคิด เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำนางสาวปิ่นพัดซาฯ ระบุผู้เสียชีวิตเป็นสามี อยู่กินด้วยกันจนมีพยานรักเป็นลูกชาย 2 คน ช่วงวันหยุดยาว ครอบครัวได้เดินทางมาพักผ่อน และถือโอกาสตระเวนเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ตลอดทั้งวัน จนถึงกำหนดเดินทางกลับไปทำงานที่กรุงเทพ จะแวะไปเยี่ยมญาติที่ จ.สระแก้ว นายจักรกฤษณ์ ผู้ขับขี่ ค่อนข้างอ่อนเพลีย จึงขอนอนพักผ่อนในปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง ระหว่างเดินทาง 2 ครั้ง จนกระทั่งรถแล่นมาด้วยความเร็ว นายจักรกฤษณ์ ผู้เสียชีวิตได้หลับใน เป็นเหตุให้รถไร้การควบคุมแล่นตกข้างทางก่อนจะพุ่งชนต้นไม้ โดยประตูฝั่งคนขับกระแทกกับต้นไม้ทำให้สามีเสียชีวิตคาที่
 
 
ชลบุรี - พลทหารซิ่งปิกอัพเสียหลักชนเสาไฟฟ้าพลิกคว่ำก่อนพุ่งลงร่องน้ำ ดับคาที่ 3 ศพ
 
 
          เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 3 พ.ค.58 ร.ต.ท.จันดา เดิมพันธ์ พนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีรถยนต์ปิกอัพอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าแล้วพลิกคว่ำตกลงไปร่องระบายน้ำ มีผู้เสียชีวิตคาที่ 3 ศพ เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าชลบุรี ก่อนถึงสะพานข้ามแยกหน้าวัดบ้านนาเก่า พื้นที่หมู่ 6 ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตำรวจพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รีบรุดไปตรวจสอบ
 
          ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านในละแวกดังกล่าวต่างพากันออกมามุงดูเหตุการณ์อยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนบริเวณร่องระบายน้ำริมถนนฝั่งซ้าย พบรถปิกอัพ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บต-3601 หนองคาย ชนกับเสาไฟฟ้าริมถนนจนหักโค่น และรถเสียหลักพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้าพังเสียหายยับเยิน ใกล้กันพบศพ ด.ช.สตางค์ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) วัย 2 ขวบเศษ กระเด็นออกมาเสียชีวิตนอกรถในสภาพแขน-ขาหัก มีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง
 
          ส่วนภายในตัวรถพบผู้เสียชีวิตอีก 2 รายติดคาซากรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงระดมกำลังกันใช้เครื่องตัดถ่างทำการกู้ศพออกมา ทราบชื่อคนขับคือ พลทหารพรมมินทร์ พรมเมืองขวา อายุ 22 ปี สังกัดกรมทหารช่างที่ 2 กองพันทหารช่างสนามที่ 201 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา อีกคนเป็นภรรยาทราบชื่อ น.ส.อนงค์ศรี พรมเมืองขวา อายุ 32 ปี อาชีพพนักงานโรงงานฟูจิโกะ ในนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง อ.ศรีราชา
 
          จากการสอบสวน น.ส.สุพรรษา ศรีอ่อน อายุ 30 ปี ให้การทั้งน้ำตาว่า เมื่อประมาณ 1 ปีก่อน เคยทำงานอยู่บริษัทเดียวกันกับ พลทหารพรมมินทร์ ที่นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จนรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี กระทั่งถึงคราวเกณฑ์ทหารเจ้าตัวจับได้ใบแดง จึงต้องไปรับใช้ชาติอยู่ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา โดยเมื่อช่วงวันแรงงานซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน พลทหารพรมมินทร์ ได้กลับมาเยี่ยม น.ส.อนงค์ศรี ภรรยา และน้องสตางค์ ลูกเลี้ยง (ลูกติดภรรยา) ที่ อ.บางละมุง
 
          จากนั้นพวกตนและเพื่อนๆ ที่เคยทำงานด้วยกัน จึงพากันไปนั่งรับประทานอาหารและดื่มสังสรรค์ที่บ้านพักของ น.ส.อนงค์ศรี ก่อนที่จะนัดแนะกันมาดื่มต่อที่บ้านพักของตน ในบ้านพักคนงานบริษัท ส.สิริ ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก โดยตนขับรถล่วงหน้ามาก่อน กระทั่งทราบข่าวว่าพลทหารพรมมินทร์ ขับรถยนต์ประสบอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าจนเสียชีวิตยกครัว ตนกับญาติๆ เลยรีบมาดูศพดังกล่าว
 
          ภายหลังการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ก่อนเกิดเหตุพลทหารพรมมินทร์ ได้ขับรถยนต์มาตามถนนด้วยความเร็วสูง จนมาถึงจุดเกิดเหตุรถได้เสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางแล้วพลิกคว่ำหลายตลบ ก่อนจะพุ่งตกลงไปในร่องระบายน้ำ จนทำให้ตัวเอง กับภรรยา และลูกเลี้ยง เสียชีวิตคาที่รวม 3 ศพ ส่วนสาเหตุเบื้องต้นน่าจะมาจากมึนเมาสุรา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนพยานแวดล้อมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ก่อนนำศพทั้งหมดไปเก็บรักษาไว้ที่ รพ.บางละมุง เพื่อรอญาติมารับไปดำเนินการตามพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
 
 
ชลบุรี - ไฟไหม้อพาร์ทเม้นท์กลางเมืองพัทยา ชาวบ้านหนีตายอลหม่าน คาดไฟฟ้าลัดวงจร
 
 
          เมื่อเวลา 19.00น. วันที่ 3 พฤษภาคม 2558 ศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงลุกไหม้ภายในห้องพัก ทีน่า อพาร์ทเม้นท์ ภายในซอย 8 เทพประสิทธิ์ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบประสานเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณะภัยเมืองพัทยารีบรุดตรวจสอบ
 
          ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ทเม้นท์สูง 5 ชั้น ตรวจสอบที่ชั้น 5 มีเปลวไหม้ภายในห้องพักเลขที่ 5/2 โดยควันโพยพุ่งออกทางหน้าต่าง พบผู้ที่พักอาศัยอยู่ภายในอพาร์ทเม้นท์ต่างพากันแตกตื่นวิ่งออกนอกตึกที่เกิดเหตุอย่างอลหม่าน เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังรถดับเพลิงจึงได้ใช้ถังดับเพลิงและน้ำเข้าควบคุมเพลิงไว้ได้ จากการตรวจสอบเพลิงคาดว่าน่าจะเกิดมาจากไฟฟ้าลัดวงจร ทำให้เพลิงลุกไหม้ทรัพย์สินภายในห้องเสียหายหลายรายการ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 100,000 บาท
 
          สอบถามน.ส.สุมารี พิมพ์มาตร ผู้ดูแลอพาร์ทเม้นท์ ทราบว่า เจ้าของห้องเป็นหญิงไทยได้เช่าห้องไว้เก็บของ โดยไม่มีใครอาศัยอยู่ภายในห้อง ซึ่งก่อนเกิดเหตุมีผู้พักอาศัยข้างห้องเกิดเหตุได้กลิ่นควันไฟจึงได้แจ้งผู้ดูแล เมื่อตรวจสอบพบว่าเพลิงลุกไหม้ห้องดังกล่าวจึงรีบแจ้งผู้พักอาศัยรีบอพยพผู้คนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่พักอาศัยออกจากตัวอาคาร แล้วโทรแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเพื่อระงับเพลิงไว้ได้ในที่สุด