
วัชระจวกตู่ฟ้องยูเอ็นชักศึกเข้าบ้าน
04 พ.ค. 2558
วัชระ จวก จตุพร ชักศึกเข้าบ้าน หลังจ่อยื่นหนังสือร้องเรียน ยูเอ็น ปมปิดพีซทีวี
4 พ.ค.58 นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ที่จะยื่นหนังสือร้องเรียนต่อองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กรณีมีการสั่งปิดพีซทีวีในวันพรุ่งนี้ ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการชักศึกเข้าบ้าน เพราะเป็นที่ทราบโดยทั่วไปว่าสถานีพีซทีวีเป็นเพียงกระบอกเสียงให้กับระบอบทักษิณ และยังมีการรายงานข่าวอย่างไม่รอบด้าน พฤติกรรมต่างๆ นั้นถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือไม่ ขอให้ไปส่องกระจกดูสถานีของตัวเอง
นายวัชระ กล่าวว่า การที่ กสทช.ใช้อำนาจตามกฏหมายสั่งปิดจึงที่มีเหตุมีผล และแม้ คสช.จะเป็นเผด็จการ แต่เป็นเผด็จการที่ให้เสรีภาพมากที่สุดนับตั้งแต่การรัฐประหารยุคจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หากเป็นสมัยก่อนเป็นแม้แต่เสรีภาพทางร่างการยังไม่มี แต่ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ทุกฝ่ายสามารถแสดงออก ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับการที่นายจตุพรจะไปยื่นหนังสือเรียกร้องครั้งนี้ และขอให้ยูเอ็นได้พิจารณาข้อเท็จจริงทั้งหมด อย่าหลงเชื่อเพียงจดหมายร้องเรียนเท่านั้น
‘วัชระ’ ค้านขึ้นภาษี ‘แก๊สแอลพีจี’ ทั้งระบบ
4 พ.ค.58 นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิวัฒน์ จะเสนอให้มีการเก็บภาษีทั้งระบบของแก๊สแอลพีจีภาคขนส่ง โดยจะเสนอขึ้นภาษีให้เทียบเคียงกับน้ำมันดีเซลที่ลิตรละ 4 - 5 บาท และขึ้นภาษีนำเข้าอุปกรณ์ติดตั้งแก๊สและภาษีรถยนต์ติดตั้งแก๊สแอลพีจี ว่าเป็นแนวทางที่ซ้ำเติมประชาชนในภาวะที่เศรษฐกิจตกต่ำ ซึ่งตนในฐานะประชาชนผู้ใช้แก๊สแอลพีจีและกลุ่มผู้ประกอบการสถานีบริการแก๊สแอลพีจี ขอคัดค้านเรื่องดังกล่าวอย่างถึงที่สุด เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่กำลังตกในขณะนี้ ประชาชนต้องดิ้นรนหาทางประหยัดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน จึงจำเป็นต้องหันมาใช้แก๊สแอลพีจีในยานพาหนะการเดินทาง เพื่อลดค่าใช้จ่าย และหากอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานยังคงยืนยันในแนวทางดังกล่าว จะได้มีการรวบรวมรายชื่อประชาชนอย่างน้อย 50,000 รายชื่อ ยื่นต่อนายกรัฐมนตรีและศาลยุติธรรมต่อไป ทั้งนี้ทางผู้ประกอบการได้เคยเข้าพบกับอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานแล้ว แต่ไม่มีท่าทีตอบรับข้อเสนอ
‘วัชระ’ จี้รบ.เร่งแก้ราคาพืชผลตกต่ำให้เกษตรกร
เมื่อเวลา 10.30 น. นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำว่า ตนได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรที่ไม่กล้าบอกถึงความทุกข์กับรัฐบาลทหาร เช่นเกษตรกรที่จังหวัดราชบุรี ที่เดือดร้อนจากราคาขายมะละกอหน้าสวนตกต่ำถึงกิโลกรัมละ 1 บาท จึงอยากขอให้รัฐบาลช่วยเหลือราคาขายมะละกอให้มีราคากิโลกรัม 4 - 5 บาท เกษตรกรจึงจะสามารถอยู่ได้
นายวัชระ กล่าวว่า ส่วนความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ประสบปัญหาสืบเนื่องจากรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ยังค้างค่าชดเชยข้าวโพดให้กับเกษตรกรกว่า 300 ล้านบาทนั้น รัฐบาลควรนำงบกลางเพื่อเร่งช่วยเหลือโดยทันที ทั้งขอเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกรโดยจ่ายค่าชดเชยให้ผู้ปลูกไร่ละ 1 พันบาท ไม่เกินคนละ 15 ไร่ หรือไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท พร้อมกับระงับการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันขอเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรช่วยดูแลเรื่องราคาปุ๋ยและจัดหาเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ในราคาแพงตั้งแต่กิโลกรัมละ 1,500-1,600 บาท และเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวปลูกได้เฉพาะฤดูกาล ไม่สามารถเก็บไว้ปลูกในฤดูกาลถัดไปได้ เนื่องจากมีการฉายรังสีไว้ ทำให้เกษตรกรต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ในราคาแพงทุกปี
“ขอเรียกร้องต่อบริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ ที่มีอำนาจผูกขาดทางการตลาดได้โปรดเห็นแก่มนุษยธรรมและเลิกจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดที่มีการฉายรังสีเพื่อไม่ให้เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดปลูกได้ในฤดูกาลต่อไป ควรจะเลิกการเอารัดเอาเปรียบเกษตรกรชาวไร่ข้าวโพดทั่วประเทศได้แล้ว ” นายวัชระ กล่าว
ขณะเดียวกัน นายวัชระ กล่าวว่า ในส่วนของราคาปาล์มน้ำมันในภาคใต้ ที่ราคาล่าสุดอยู่ที่กิโลกรัมละ 3 บาท ต่างจากราคาที่รัฐบาลประกาศไว้ที่กิโลกรัมละ 4 บาท ซึ่งสาเหตุหนึ่งเกิดขึ้นจากที่กระทรวงพาณิชย์อนุมัตินำเข้าน้ำมันปาล์มจำนวน 5 หมื่นตัน ท่ามกลางความเดือดร้อนและความทุกข์ยากของเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มทั่วประเทศ “ถ้ารัฐบาลไม่มีคนที่มีความรู้ความสามารถในการแก้ไขปัญหาเกษตรกร ควรขอคำปรึกษาจากผู้รู้ เช่น นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล อดีตรมช.คลัง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปาล์ม ก็ยินดีให้คำปรึกษาแก่รัฐบาล แต่ถ้ารัฐมนตรีท่านใดที่ไม่มีความรู้ความสามารถ แม้เป็นเพื่อนนายกรัฐมนตรี ก็ไม่ควรที่จะให้อยู่ในตำแหน่งอีกต่อไป เพราะไม่มีความรู้ความสามารถที่จะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรอย่างแท้จริง ”
นายวัชระ กล่าว และว่าข้อเสนอทั้งหมดในการแก้ไขปัญหาได้ส่งถึงปลัดก.พาณิชย์เรียบร้อยแล้ว และข้อเสนอทั้งหมดก็ได้ผ่านการพิจารณาของหน่วยทหารในพื้นที่แล้วเช่นเดียวกัน และเรื่องดังกล่าวพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับปากกับตนเป็นการส่วนตัวว่า จะดำเนินแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน



