
ผบ.ตร.สั่งย้าย5เสือสภ.ปาดังเบซาร์-7ตร.พัน
04 พ.ค. 2558
ผบ.ตร.สั่งย้าย5เสือสภ.ปาดังเบซาร์-7ตร.พัน จับแล้ว!4ใน8ผู้ต้องหา
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 4 พฤษภาคม 2558 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เดินทางถึง สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อฟังรายงานสถานการณ์และสรุปความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวน กรณีพบศพชาวโรฮิงญาที่ถูกฝังไว้บนเทือกเขาแก้ว ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา จากเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะมอบแนวทางการปฏิบัติงานในการป้องกันปราบปรามและสืบสวนสอบสวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา
โดยในที่ประชุมได้นำเสนอความคืบหน้า ที่ล่าสุด ผลการสอบสวนได้ขอศาลจังหวัดนาทวี ออกหมายจับ ผู้ต้องหาจำนวน 8 คน ประกอบด้วย 1.นายประสิทธิ์ เหล็มเหล๊ะ รองนายกเทศบาลตำบลปาดังเบซาร์ 2.นายอาสัน อินทธนู(หรือ มูสัน) สท.ตำบลปาดังเบซาร์ 3.นายยาหลี เขร็ม ผู้ใหญ่บ้าน ม.8 บ้านตะโล๊ะ 4.นายร่อเอ สนยาแหละ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 5.นายอาหลี ล่าเม๊าะ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 6.นายอันวา สัญชาติพม่า 7.นายพรรคพล เบ็ญล่าเต๊ะ อายุ 47 ปี 8.นายเจริญ ทองแดง อายุ 45 ปีซึ่งทั้งหมดถูกข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์, หน่วงเหนี่ยวกักขัง, เรียกค่าไถ่
นอกจากนี้ ทางตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ด้วย โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.วีระสิทธิ์ เพ็ชรคล้าย รอง ผบช.ภ.9 เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.ภ.9 เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวน
ต่อจากนั้นในเวลา 12.00-12.30 น. ผบ.ตร.พร้อมคณะ เดินทางไปเยี่ยมชาวโรฮิงญาที่ได้รับบาดเจ็บ
ผบ.ตร.สั่งย้าย5เสือสภ.ปาดังเบซาร์-7ตร.พัน
พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยภายหลังเดินทางกลับจาก จ.สตูล ว่า จากการสืบสวนสอบสวนโดยการควบคุมของ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. ได้เสนอให้พิจารณาย้ายตำรวจที่อาจเกี่ยวพันออกจากพื้นที่ชั่วคราว โดยตนจะลงนามคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล เนื่องจากมีความสนิทสนมกับนายทุนซึ่งเป็นตัวการใหญ่ในขบวนการนี้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ จ.สตูล มาช่วยราชการที่ศปก.ตร. นอกจากนี้จะมีคำสั่งให้ 5 เสือ สภ.ปาดังเบซาร์ ประกอบด้วย พ.ต.อ.วีระสัณห์ ธารเปียม ผกก. รองผกก.ป รองผกก.สส. สวป.และสว.สส. ที่รับผิดชอบเรื่องนี้รวมทั้งตำรวจตระเวนชายแดน กก.ตชด.43 ที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ค่ายกักกันจำนวนหนึ่งมาช่วยราชการที่ศปก.ตร.
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า พล.ต.ท.มนตรี โปตระนันทน์ ผบช.ภ.9 ได้เสนอรายชื่อตำรวจที่มีพฤติการณ์พัวพันหรือมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเรียกรับผลประโยชน์จากขบวนการค้ามนุษย์ดังนี้คือ 1.ร.ต.ท.อารีย์ หมัดสมัน รองสวป.สภ.ปาดังเบซาร์ทำหน้าที่หัวหน้าสายตรวจป้อมเขารูปช้าง ซึ่งสืบสวนเชื่อว่าเป็นเจ้าของพื้นที่ที่จับจองเอาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่ตั้งแคมป์ควบคุมชาวโรฮิงญาและบังคลาเทศที่เกิดเหตุและน่าเชื่อว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จากขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่ดังกล่าว 2.ด.ต.อัศณีย์รัญ นวลรอด ผบ.หมู่ป.สภ.ปาดังเบซาร์ สายตรวจป้อมเข้ารูปช้าง เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับร.ต.ท.อารีย์ เชื่อว่ามีการรับผลประโยชน์
3.ด.ต.สุกาจ โสบผอม ผบ.หมู่กก.ตชด.43 ทำหน้าที่กำกับดูแลพื้นที่ เชื่อว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ 4.ร.ต.ท.มงคล สุโล ผบ.มว.ร้อยตชด.4303 (ผู้บังคับหมวด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน) คุมกำลังที่ตั้งหน่วยบริเวณปากทางเข้า-ออก สู่แคมป์ดังกล่าว เชื่อว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ 5.ด.ต.เฉลิมพล จันทรัตน์ สังกัดตม.6 คุมพื้นที่ดังกล่าว เชื่อว่าเรียกรับผลประโยชน์ 6.ด.ต.สุชาติ จันทบูรณ์ ผบ.หมู่ป.สภ.ปาดังเบซาร์ เชื่อว่าเรียกรับผลประโยชน์ และ 7.ร.ต.ท.สุนันท์ แก้วมณี รองสว.(ป.) หมวดการข่าว บก.ตชด.43 จากการสืบสวนเชื่อเรียกรับผลประโยชน์ อย่างไรก็ตามตนจะพิจารณาลงนามคำสั่งย้ายทั้งหมดช่วยราชการศปก.ตร.
ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ในคดีนี้มอบหมายให้ชุดสืบสวนพิเศษจับกุมนายสุพจน์ ซึ่งเป็นคนยิงโรฮิงญา 2 คนให้ได้ เพราะนายสุพจน์ จัดว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะสาวไปถึงนักการเมืองท้องถิ่นระดับนายกเทศบาลในพื้นที่ ซึ่งเป็นคนสำคัญคนหนึ่งในขบวนการนี้
พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยภายหลังเดินทางกลับจาก จ.สตูล ว่า จากการสืบสวนสอบสวนโดยการควบคุมของ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. ได้เสนอให้พิจารณาย้ายตำรวจที่อาจเกี่ยวพันออกจากพื้นที่ชั่วคราว โดยตนจะลงนามคำสั่งให้ พล.ต.ต.สุนทร เฉลิมเกียรติ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสตูล เนื่องจากมีความสนิทสนมกับนายทุนซึ่งเป็นตัวการใหญ่ในขบวนการนี้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ จ.สตูล มาช่วยราชการที่ศปก.ตร. นอกจากนี้จะมีคำสั่งให้ 5 เสือ สภ.ปาดังเบซาร์ ประกอบด้วย พ.ต.อ.วีระสัณห์ ธารเปียม ผกก. รองผกก.ป รองผกก.สส. สวป.และสว.สส. ที่รับผิดชอบเรื่องนี้รวมทั้งตำรวจตระเวนชายแดน กก.ตชด.43 ที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ค่ายกักกันจำนวนหนึ่งมาช่วยราชการที่ศปก.ตร.
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า พล.ต.ท.มนตรี โปตระนันทน์ ผบช.ภ.9 ได้เสนอรายชื่อตำรวจที่มีพฤติการณ์พัวพันหรือมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเรียกรับผลประโยชน์จากขบวนการค้ามนุษย์ดังนี้คือ 1.ร.ต.ท.อารีย์ หมัดสมัน รองสวป.สภ.ปาดังเบซาร์ทำหน้าที่หัวหน้าสายตรวจป้อมเขารูปช้าง ซึ่งสืบสวนเชื่อว่าเป็นเจ้าของพื้นที่ที่จับจองเอาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่ตั้งแคมป์ควบคุมชาวโรฮิงญาและบังคลาเทศที่เกิดเหตุและน่าเชื่อว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์จากขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่ดังกล่าว 2.ด.ต.อัศณีย์รัญ นวลรอด ผบ.หมู่ป.สภ.ปาดังเบซาร์ สายตรวจป้อมเข้ารูปช้าง เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับร.ต.ท.อารีย์ เชื่อว่ามีการรับผลประโยชน์
3.ด.ต.สุกาจ โสบผอม ผบ.หมู่กก.ตชด.43 ทำหน้าที่กำกับดูแลพื้นที่ เชื่อว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ 4.ร.ต.ท.มงคล สุโล ผบ.มว.ร้อยตชด.4303 (ผู้บังคับหมวด กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน) คุมกำลังที่ตั้งหน่วยบริเวณปากทางเข้า-ออก สู่แคมป์ดังกล่าว เชื่อว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ 5.ด.ต.เฉลิมพล จันทรัตน์ สังกัดตม.6 คุมพื้นที่ดังกล่าว เชื่อว่าเรียกรับผลประโยชน์ 6.ด.ต.สุชาติ จันทบูรณ์ ผบ.หมู่ป.สภ.ปาดังเบซาร์ เชื่อว่าเรียกรับผลประโยชน์ และ 7.ร.ต.ท.สุนันท์ แก้วมณี รองสว.(ป.) หมวดการข่าว บก.ตชด.43 จากการสืบสวนเชื่อเรียกรับผลประโยชน์ อย่างไรก็ตามตนจะพิจารณาลงนามคำสั่งย้ายทั้งหมดช่วยราชการศปก.ตร.
ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ในคดีนี้มอบหมายให้ชุดสืบสวนพิเศษจับกุมนายสุพจน์ ซึ่งเป็นคนยิงโรฮิงญา 2 คนให้ได้ เพราะนายสุพจน์ จัดว่าเป็นกุญแจสำคัญที่จะสาวไปถึงนักการเมืองท้องถิ่นระดับนายกเทศบาลในพื้นที่ ซึ่งเป็นคนสำคัญคนหนึ่งในขบวนการนี้
จับแล้ว!4ใน8ผู้ต้องหาค้าโรฮิงญา
ล่าสุดมีรายงานแจ้งว่า ทางตำรวจภูธรภาค 9 ตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นำโดย พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา พ.ต.อ.อดิเรก บือราเฮง ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.9 พ.ต.อ.วีระสัณห์ ธารเปี่ยม ผกก.สภ.ปาดังเบซาร์ พร้อมด้วยทีมงานเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง ได้เข้าทำการจับกุมตัว 4 ใน 8 ผู้ต้องหาได้แล้ว ประกอบด้วย 1.นายอ่าสัน อินทธนู อายุ 48 ปี 2.นายร่อเอ สนยาแหละ อายุ 41 ปี 3.นายอาหลี ล่าเม๊าะ อายุ 47 ปี 4.นายซอ เนียง อานู (หรือ อันวา) สัญชาติพม่า อายุ 40 ปี
โดยการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย อาวุธปืนพกสั้นออโตเมติก ขนาด 9 มม.หมายเลขทะเบียนปืน กท 5102956 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 8 นัด ซองหนังพกในสีดำ จำนวน 1 ซอง โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ร่วมกันเรียกค่าไถ่ และผู้ต้องหาที่ 1 คือ นายอ่าสัน อินทธนู มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร
ทั้งนี้ ในชั้นจับกุมนายอ่าสัน อินทธนู ,นายร่อเอ สนยาแหละ ,นายอาหลี ล่าเม๊าะ ให้การปฏิเสธในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง ร่วมกันเรียกค่าไถ่ ส่วนนายอ่าสัน นั้น รับสารภาพในความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ในขณะที่นายซอ เนียง อานู หรืออันวา นั้น ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ในคดีฉ้อโกงทรัพย์และเรียกค่าไถ่ชาวโรฮิงญาในคดีอื่นของ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งได้ทำการอายัดตัวไว้ดำเนินคดีในคดีนี้แล้ว โดยทางเจ้าหน้าที่จะมีการเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่อไป



