
ผบ.ทบ.ยันรบ.เร่งแก้ปัญหาโรฮิงญา
04 พ.ค. 2558
พล.อ.อุดมเดช ลงพื้นที่ สงขลา-ระนอง สืบปมขบวนการค้ามนุษย์ชาว โรฮิงญา เชื่อเป็นขบวนการใหญ่ ลั่นต้องแก้ไขให้ได้ ปัดตอบมีจนท.เอี่ยว ระบุต้องรอหลักฐาน
4พ.ค.58 เมื่อเวลา 08.00 น. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาชาวโรฮิงญาว่า ตนได้ลงพื้นที่ไป เพราะได้รับมอบหมายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสวบแห่งชาติ (คสช.) กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งปัญหาตอนนี้มีขบวนการลักลอบนำคนหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย อีกทั้งมีขบวนการนำพาแรงงานเหล่านี้มาพักตัวที่ประเทศไทย ก่อนจะตัวไปยังประเทศที่สาม ตนคิดว่าเรื่องนี้เป็นภัยร้ายแรง และเราก็จะดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ให้ได้ โดยการลงไปในพื้นที่ครั้งนี้จะต้องทำงานอย่างจริงจัง เพื่อให้ขบวนการเหล่านี้หมดไปจากประเทศเราให้ได้ ตามหลักมนุษยธรรม และไม่ให้ประเทศเราตกเป็นเป้าหมายการค้ามนุษย์ในสายตาของนานาชาติ อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหา
ส่วนความคืบหน้าที่พบหลุมศพนั้น ก็ตามที่ตนให้ข่าวไปก่อนหน้านี้ โดยจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปพิสูจน์หลักฐานก็พบหลุมศพ 31 หลุม และขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ 25 โครง แล้วพบอีก 1 ศพที่เสียชีวิตไม่นานมาก และยังพบที่พักอาศัยชั่วคราวในจุดดังกล่าว ซึ่งสันนิฐานได้ว่าจุดพักชั่วคราวนี้เป็นที่พักของคนหลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงญา เพื่อนำส่งออกไปประเทศเพื่อนบ้านต่อไป ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะคลี่คลายปัญหานี้ พร้อมทั้งจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบจุดอื่นๆ ต่อไป ไม่ว่าจะพบหลักฐานหรือไม่พบก็ตาม ซึ่งตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเราจะกวดขันเรื่องค้ามนุษย์มากขึ้น ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และพลเรือน จะต้องร่วมมือกันดำเนินการ และต้องไม่ตกอยู่ในภายใต้อิทธิพลของคนใดคนหนึ่ง ประกอบกับในวันนี้ (4พฤษภาคม) ตนก็จะเดินทางไป จ.ระนอง ด้วย เพื่อไปดูปัญหา เพราะเป็นพื้นที่จุดเริ่มต้นของขบวนการค้ามนุษย์โดยนำคนมาทางเรือ
เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวชาวโรฮิงญา 700 คนเดินทางไปประเทศมาเลเซียแล้ว จะประสานงานกันอย่างไร พล.อ.อุดมเดช กล่าว เมื่อเขาหลบหนีออกจากประเทศเราไปแล้ว ประกอบกับพวกเขาก็ไม่ใช่คนไทยด้วย ตนไม่ทราบว่ามีจำนวนคนหลบหนีไปประเทศเพื่อนบ้านจำนวนเท่าใด แต่ว่าตอนนี้เราสนใจว่าการแก้ไขปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ในอดีตมีความถูกผิดอย่างไร ซึ่งจะต้องสืบให้ได้ อย่างไรก็ตามตนคิดว่าปัญหานี้น่าจะมีความเชื่อมโยงกันทั้ง 2 ฝั่ง เช่น ฝั่งนี้ส่งคนไป อีกฝั่งรับคนมา อีกทั้งตนเชื่อว่าไม่ใช่ขบวนการเล็กๆ เพราะมีการดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว
เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมออกหมาบจับ เจ้าหน้าที่บางส่วนเกี่ยวข้อง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ยังเปิดเผยรายชื่อไม่ได้ตอนนี้ ซึ่งจากหลักฐาน และความเชื่อมโยงต่างๆ น่าจะมีความชัดเจนบ้าง ก็ขอให้ทราบตามนี้
สั่งคุมเข้มชายแดนทางทะเลด้านระนองสกัดโรฮิงญา
พล.อ.อุดมเดช เปิดเผยในระหว่างการเดินทางลงพื้นที่ จ.ระนอง เพื่อร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาในพื้นที่ จ.ระนอง ที่ห้องประชุม กอ.รมน.ภาค 4 สย.1 ว่า ได้ลงมาติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาในพื้นที่ จ.ระนอง ซึ่งเป็นจังหวัดต้นน้ำหรือต้นทางที่สำคัญที่เป็นจุดลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมายไปยังพื้นที่ต่างๆ หรือเดินทางสู่ประเทศปลายทาง รวมทั้งพื้นที่ทางทะเลใน 5 จังหวัดอันดามัน ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นเช่นกัน พร้อมได้รับฟังถึงปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการของหน่วยปฏิบัติเพื่อที่จะดำเนินการแก้ไขต่อไป
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานรับผิดชอบ มีการประสานงานและบูรณาการทำงานร่วมกันในการเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองทางทะเลชาวโรฮิงญาให้เป็นรูปธรรม และให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานไม่ทำงานในลักษณะกินข้าวร้อน นอนตื่นสายเช่นที่ผ่านมา ให้มีความเข้มแข็งในการปฏิบัติ ซึ่งหากต่อไปนี้พื้นที่ใดมีข่าวพบว่า มีชาวโรฮิงญาสามารถลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฏหมายได้จะดำเนินการพิจารณาลงโทษเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้นๆทันที เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่คนอื่นที่มีความตั้งใจและกระตืนรือร้นในการปฏิบัติงานเข้ามาดูแลแทน และเตือนไม่ให้เจ้าหน้าของรัฐเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับขบวนการลักลอบนำพาชาวโรฮิงญาเข้าเมืองโดยผิดกฏหมายอย่างเด็ดขาดไม่เช่นนั้นหากพบจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้ที่เกี่ยวกับกับขบวนการค้ามนุษย์หรือขบวนการนำพาชาวโรฮิงญาเข้าเมืองโดยผิดกฏหมายเพื่อส่งมายังตนในการดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อไป พร้อมย้ำให้เจ้าหน้ามีความรักศักดิ์ศรีของตนเองไม่ให้กลุ่มผู้ค้าโรฮิงญานำเงินมาง้างให้เขวได้
พล.ต.คุณวุฒิ หมอแก้ว ผู็อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 สย. 1 กล่าวว่า ด้วยสภาพภูมิประเทศ ลักษณะที่ตั้งของจังหวัดระนองมีปัจจัยที่เอื้อต่อการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองทางทะเล เนื่องจากที่ตั้งติดกับทะเลอันดามัน อาณาเขตติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งมีปัญหาการเมืองในประเทศ ผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงญาคือชนกลุ่มน้อยรัฐอาระกัน หรือรัฐยะไข่ ของเมียนมา ซึ่งรัฐบาลไม่ยอมรับสถานภาพว่าเป็นพลเมืองของเมียนมา ถูกละเมิดสิทธิมนุษยนชนไม่มีเสรีภาพในการดำรงชีวิต ชาวโรฮิงญาจึงพยายามอพยพถิ่นฐานไปยังประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศมุสลิมเช่นบังกลาเทศ,ปากีสถาน,ซาอุดิอารเบีย,สาธารณรัฐอาหรับอิมิเรสต์,มาเลเซีย,อินโดนีเซีย เป็นต้น
โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม ดังนั้นจึงมีกลุ่มขบวนการแสวงหาผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากความต้องการอพยพเหล่านี้ ทั้งในประเทศต้นทาง ประเทศไทยและประเทศปลายทาง เพื่อนำพาชาวโรฮิงญาออกจากพื้นที่เดินทางไปยังประเทศที่สามโดยผิดกฏหมาย ใช้เส้นทางเคลื่อนย้ายทางทะเลอันดามัน ซึ่งผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงญาจะรับรู้และตกลงกับขบวนการนำพาในขั้นตอนการเดินทางมายังจุดนัดหมายในพื้นที่ประเทศไทยโดยเฉพาะที่ จ.ระนอง ก่อนที่จะเดินทางโดยทางบกต่อไปยังประเทศที่สามต่อไป
สำหรับกลุ่มขบวนการนำพามีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่มีความเชื่อมโยงกันตั้งแต่ก่อนหลบหนีเข้าเมือง โดยได้ประสานข้อมูลและนัดหมายกันก่อนออกเดินทางจากรัฐอาระกัน วางระบบในการสื่อสาร การให้ความช่วยเหลือระหว่างการเดินทาง กำหนดจุดนัดหมายการเข้าถึงพื้นที่ชายฝั่งระนอง และการนำพาไปสู่ประเทศที่สาม ส่วนการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองทางทะเลชาวโรฮิงญา ขณะนี้ทุกหน่วยพยายามดำเนินการอย่างเต็มศักยภาพพร้องดึงกลุ่มเรือประมงและประชาชนเข้ามาเป็นเครือข่ายในการสนับสนุนการปฏิบัติเพื่อป้องกัน และปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของชาวโรฮิงญา
พบเด็กโรฮิงญาหนีแคมป์ขอนอนบ้านชาวบ้าน
ตำรวจตระเวนชายแดน 4303 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านหน้าถ้ำ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ว่า พบเด็กชาวโรฮิงยาหลบหนีออกมาจากแคมป์ที่พักบริเวณบ้านหน้าถ้ำ มาขอพักอาศัยนอนที่บ้าน เมื่อคืนที่ผ่านมา จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามทราบชื่อว่า นายเอา ในวิ อายุ 14 ปี เดินทางมาจากรัฐยะไข่ ประเทศพม่า โดยมีนายหน้าจัดส่งตัวมา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 เดือน จากนั้นก็ได้ขึ้นฝั่งบริเวณป่าแห่งหนึ่ง ไม่ทราบสถานที่ ต่อมาก็มีคนมาพาขึ้นรถยนต์กระบะที่มีผ้าใบปิดบังไว้มาส่งในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา
ตำรวจภูธรภาค8ยอมรับมีตำรวจเกี่ยวข้อง
พล.ต.ต.สมชาย นิตยบวรกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวในระหว่างการเดินทางลงพื้นที่ จ.ระนอง เพื่อร่วมประชุมการดำเนินการและแนวทางการป้องกันและปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ซึ่งมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุม โดยยอมรับว่าที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 8 เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบนำพาชาวโรฮิงญาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมายและนำพาสู่ประเทศที่สาม
ได้มีการจับกุมและส่งดำเนินคดีแล้วหลายราย แต่ไม่ได้เป็นข่าว ซึ่งโทษของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปเกี่ยวข้องถือเป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรง ต้องถูกให้ออกจากราชการ และถูกดำเนินคดีอาญา หลายรายอยู่ในระหว่างการถูกจองจำ บางรายอยู่ในระหว่างการต่อสู้คดี และอีกโทษที่ถูกดำเนินการ คือ การยึดทรัพย์ ล่าสุดได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดที่ต้องสงสัยมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอีก 5 ราย เพื่อให้เลิกพฤติกรรม แต่ยังไม่ถูกดำเนินคดีเนื่องจากยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน
ตำรวจตระเวนชายแดน 4303 ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านหน้าถ้ำ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ว่า พบเด็กชาวโรฮิงยาหลบหนีออกมาจากแคมป์ที่พักบริเวณบ้านหน้าถ้ำ มาขอพักอาศัยนอนที่บ้าน เมื่อคืนที่ผ่านมา จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามทราบชื่อว่า นายเอา ในวิ อายุ 14 ปี เดินทางมาจากรัฐยะไข่ ประเทศพม่า โดยมีนายหน้าจัดส่งตัวมา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 เดือน จากนั้นก็ได้ขึ้นฝั่งบริเวณป่าแห่งหนึ่ง ไม่ทราบสถานที่ ต่อมาก็มีคนมาพาขึ้นรถยนต์กระบะที่มีผ้าใบปิดบังไว้มาส่งในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา
ตำรวจภูธรภาค8ยอมรับมีตำรวจเกี่ยวข้อง
พล.ต.ต.สมชาย นิตยบวรกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 กล่าวในระหว่างการเดินทางลงพื้นที่ จ.ระนอง เพื่อร่วมประชุมการดำเนินการและแนวทางการป้องกันและปราบปรามการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองและค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา ซึ่งมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุม โดยยอมรับว่าที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 8 เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบนำพาชาวโรฮิงญาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมายและนำพาสู่ประเทศที่สาม
ได้มีการจับกุมและส่งดำเนินคดีแล้วหลายราย แต่ไม่ได้เป็นข่าว ซึ่งโทษของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าไปเกี่ยวข้องถือเป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรง ต้องถูกให้ออกจากราชการ และถูกดำเนินคดีอาญา หลายรายอยู่ในระหว่างการถูกจองจำ บางรายอยู่ในระหว่างการต่อสู้คดี และอีกโทษที่ถูกดำเนินการ คือ การยึดทรัพย์ ล่าสุดได้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดที่ต้องสงสัยมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอีก 5 ราย เพื่อให้เลิกพฤติกรรม แต่ยังไม่ถูกดำเนินคดีเนื่องจากยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน
อธิบดีปค.สั่งพักงาน“ผู้ใหญ่บ้าน -ผู้ช่วยฯ”
นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ในด้านการตรวจสอบหลังจากนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปทางผู้ว่าราชการจังหวัด แจ้งฝ่ายปกครอง ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ความร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.นมน.) เพื่อวางแผนการตรวจค้นลงไปใหม่ ในพื้นที่ตั้งแต่ จ.ชุมพร ระนอง ภูเก็ต พังงา สุราษฏร์ธานี สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส ส่วนกรณีที่ศาลออกหมายจับผู้มีสวนเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ามนุษย์ 8 ราย ที่ จ.สงขลา โดยในจำนวนนั้นพบผู้ใหญ่บ้าน 1 ราย และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 2 ราย อยู่ในขบวนการ
“วันนี้ผมได้มอบหมายให้นายอำเภอปาดังเบซาร์ ไปรับหมายจับจากทางเจ้าพนักงานศาลจังหวัดนาทวีแล้วจะสั่งพักราชการทันทีตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป โดยจะให้เป็นอำนาจของผู้ว่าฯสงขลาสั่งพัก จนกว่าคดีความจะเรียบร้อย” อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวและว่า
ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ก็ได้มีการกำชับให้ข้าราชการทุกฝ่ายที่ขึ้นตรง ห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการดังกล่าวเด็ดขาด ตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงปลูกจิตสำนึกเพื่อต่อต้านทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตามการเดินหน้าตรวจสอบร่วมกันในแต่ละพื้นที่ หากพบหลักฐานว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐ หรือประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในขบวนการ ก็จะขอหมายจับจากศาลจังหวัด เพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัย และอาญาทันที
นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ในด้านการตรวจสอบหลังจากนี้ ทางกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปทางผู้ว่าราชการจังหวัด แจ้งฝ่ายปกครอง ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ความร่วมมือกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.นมน.) เพื่อวางแผนการตรวจค้นลงไปใหม่ ในพื้นที่ตั้งแต่ จ.ชุมพร ระนอง ภูเก็ต พังงา สุราษฏร์ธานี สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา และนราธิวาส ส่วนกรณีที่ศาลออกหมายจับผู้มีสวนเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ามนุษย์ 8 ราย ที่ จ.สงขลา โดยในจำนวนนั้นพบผู้ใหญ่บ้าน 1 ราย และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน 2 ราย อยู่ในขบวนการ
“วันนี้ผมได้มอบหมายให้นายอำเภอปาดังเบซาร์ ไปรับหมายจับจากทางเจ้าพนักงานศาลจังหวัดนาทวีแล้วจะสั่งพักราชการทันทีตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป โดยจะให้เป็นอำนาจของผู้ว่าฯสงขลาสั่งพัก จนกว่าคดีความจะเรียบร้อย” อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวและว่า
ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับอำเภอ ก็ได้มีการกำชับให้ข้าราชการทุกฝ่ายที่ขึ้นตรง ห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการดังกล่าวเด็ดขาด ตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงปลูกจิตสำนึกเพื่อต่อต้านทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตามการเดินหน้าตรวจสอบร่วมกันในแต่ละพื้นที่ หากพบหลักฐานว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐ หรือประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในขบวนการ ก็จะขอหมายจับจากศาลจังหวัด เพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัย และอาญาทันที



