
ฟลอยด์ชนะแต้มปาเกียวโวยไม่น่าแพ้
ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ ยังเป็นนักชกไร้พ่าย หลังเอาชนะคะแนน แมนนี ปาเกียว ยอดนักชกชาวฟิลิปปินส์ อย่างเป็นเอกฉันท์ ในศึกมวยโลกแห่งศตวรรษ หลังคว้าชัย
ศึกมวยแห่งศตวรรษ ระหว่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ แชมป์ผู้ไร้พ่ายชาวอเมริกัน และแมนนี ปาเกียว ยอดมวยชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นการเดิมพันเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวท (147 ปอนด์) 3 เส้น ที่เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม หลังจากการรอคอยมาอย่างยาวนาน เปิดฉากยกแรกทั้งคู่ยังดูเชิงกันอยู่ จากนั้น ปาเกียว เริ่มเป็นฝ่ายเดินเข้าใส่ และออกหมัดเข้าใส่มากกว่า ขณะที่ เมย์เวทเธอร์ วนอยู่ด้านนอกใช้แย็บซ้ายกับขวาตรงคอยสกัดซึ่งทำอย่างได้ผล จนกระทั่งยก 4 ปาเกียวได้จังหวะอัดหมัดซ้ายเข้าที่หน้าของ เมย์เวทเธอร์ อย่างจังจนมีอาการ ก่อนเข้ายำชุดใหญ่ แต่นักชกชาวอเมริกันยังเอาตัวรอดไปได้
จากนั้น เมย์เวทเธอร์ ยังคงรักษาเกมการชกของตัวเองด้วยการวนไปรอบเวที พร้อมกับยิงขวาตรงเข้าใส่ ส่วน ปาเกียว ใส่เกียร์เดินหน้าออกหมัดเป็นชุด แต่ต้อนไม่จนมุม แม้ว่าจะลุยเข้าเชือกแต่ เมย์เวทเธอร์ ใช้การกอดและกดหัว ก่อนหมุนออกมาได้ตลอด ช่วงท้ายเกม เมย์เวทเธอร์ ยิ่งถอย ปาเกียว แม้เดินใส่ แต่ทำอะไรได้ไม่มากนัก จนกระทั่งครบ 12 ยก ทั้งเมย์เวทเธอร์ และปาเกียว ต่างชูมือมั่นใจว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ ปรากฏว่าผลการให้คะแนน ผู้ตัดสิน เดฟ โมเรตตี ให้ เมย์เวทเธอร์ เป็นฝ่ายชนะ 118-110 ขณะที่ เกลนน์ เฟลด์แมน กับ เบิร์ต คลีเมนท์ ให้นักชกชาวอเมริกัน ชนะ 116-112 ทั้งสองคน ทำให้ เมย์เวทเธอร์ เป็นฝ่ายชนะคะแนนอย่างเป็นเอกฉันท์ ทำสถิติชนะ 48 ไฟท์ ไม่แพ้ใคร ส่วน ปาเกียว แพ้เป็นไฟท์ที่ 6 หลังจากชนะ 57 และเสมอ 2 ไฟท์
ซึ่งหลังจากการประกาศผลคะแนนปรากฏว่ามีเสียงโห่ออกมาจากผู้ชมที่ไม่พอใจผลการชกที่ออกมา เนื่องจากเห็นว่า เมย์เวทเธอร์ ชกไม่ประทับใจ และใช้แท็กติกไม่เหมาะสมกับการเป็นนักชกซูเปอร์สตาร์
หลังคว้าชัยชนะมาได้สำเร็จ เมย์เวทเธอร์ ในวัย 38 ปี กล่าวว่า แมนนี ปาเกียว เป็นนักสู้ ทำให้ได้รู้ทำไมจึงเป็นยอดนักชก แต่ว่าตนเป็นนักสู้ที่ฉลาด เป็นนักชกที่คำนวณตลอด จึงเอาชนะเขาได้ ในการชกก็รู้ว่าปาเกียวได้คะแนนชนะในบางยก มีบางจังหวะที่มีโอกาส แต่ว่าตนไม่ยอมให้เขาวงใน ใช้การต่อยวงนอกเป็นหลัก ซึ่งทำให้ดูเหมือนว่าเขาชกได้มากกว่า นอกจากนั้นนี่คือไฟท์รองสุดท้ายในชีวิตการชกมวย
"ก่อนต่อยเราวางแผนเอาไว้แล้วว่า ปาเกียว เป็นนักมวยไม่เร็ว จึงทำให้ผมมีเวลาในการหลบหลีก และเมื่อหนังสือประวัติศาสตร์จะเขียน ไฟท์นี้มีคุณค่าที่พอจะรอคอย ตอนนี้ผมอายุใกล้ 40 ปี ผมอยู่ในวงการมวยมา 19 ปี และเป็นแชมป์โลกมา 18 ปี การชกครั้งสุดท้ายของผมจะเกิดขึ้นในกันยายน เมื่อถึงเวลานั้นเป็นเวลาที่พอเสียที ด้วยสถิติชนะ 49 ไฟท์รวด"
ขณะที่ ปาเกียว ยืนยันว่า พอใจการชกของตัวเอง และคิดว่าน่าจะเป็นผู้ชนะในไฟท์นี้มากกว่า พร้อมกับเผยว่ามีอาการบาดเจ็บไหล่มาก่อนชก และมาเจ็บอีกครั้งในยก 3 ทำให้ต่อยหมัดชุดได้ไม่มากนัก
“ผมคิดว่าเป็นไฟท์ที่ดี และผมคิดว่าควรเป็นผู้ชนะ เพราะเขาแทบไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากเคลื่อนไหวไปมาบนเวที แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะต่อยใส่คู่ชกที่เคลื่อนที่ไปมารอบๆ แต่โดยรวมแล้วผมคิดว่าตัวเองรับมือได้ดี เขาไม่ได้แข็งแกร่งกว่านักชกคนอื่นๆ ที่ผมเจอมา แต่เพราะอาการเจ็บไหล่ทำให้ผมต่อยไม่ได้อย่างที่เคยทำ”
สำหรับการชกครั้งนี้มีผู้ชมเต็มความจุของเอ็มจีเอ็ม แกรนด์ การ์เดน อารีนา 16,800 คน ในจำนวนนั้นมีคนดัง อาทิ คลินท์ อีสต์วูด, โรเบิร์ต เดอ นีโร, มาร์ค วอห์ลเบิร์ก และเดนเซล วอชิงตัน ที่เป็นนักแสดง, ไมเคิล จอร์แดน กับ เมจิก จอห์นสัน ยอดนักบาสเกตบอล และทอม เบรดี ควอเตอร์แบ็กซูเปอร์โบว์ลของทีมนิวอิงแลนด์ แพทริออตส์
นอกจากนั้นมีรายงานว่าในการชกไฟท์นี้ เมย์เวทเธอร์ ออกหมัดมากกว่าและเข้าเป้ามากกว่า โดยนักชกอเมริกันออกหมัด 435 หมัด เข้าเป้า 148 หมัด ขณะที่ ปาเกียว ออกหมัด 429 หมัด เข้าเป้า 81 หมัด



