
หนี้
หนี้ : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล
เวลาที่พูดถึงสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศใดประเทศหนึ่ง เรามักจะได้ยินได้ฟังแต่เรื่องของรายได้มวลรวมประชาชาติ หรือรายได้ประชากรโดยเฉลี่ยต่อหัว-ต่อปี แต่ไม่ค่อยจะได้ยินเรื่องหนี้สิน ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเรื่องรายได้ และเป็นตัวแปรที่แฝงอยู่ในภาคเศรษฐกิจ
ภาวะหนี้สินของประเทศ มีอยู่ 2 ประเภท คือ หนี้สาธารณะ กับหนี้ภาคประชาชน - ในหนี้ภาครัฐนั้น มักจะเป็นหนี้ระยะสั้น ที่มีกำหนดเวลาของการใช้คืน มีวัตถุประสงค์ชัดเจน และเป็นหนี้ที่กู้มาเพื่อพัฒนาประเทศหรือพัฒนาหน่วยงาน เป็นหนี้ที่เกิดประโยชน์ต่อสังคม เช่น กู้มาเพื่อสร้างโรงกรองน้ำของการประปา ขยายเส้นทางเดินรถไฟ สร้างทางในชนบท ตั้งสถานีจ่ายไฟฟ้า เป็นต้น ขณะนี้ประเทศไทยเป็นหนี้อยู่ประมาณ 45 เปอร์เซ็นต์ของรายได้มวลรวมประชาชาติ ซึ่งถึงจะเป็นหนี้ก้อนใหญ่ แต่ก็เป็นหนี้ที่ก่อให้เกิดการจ้างงาน การก่อสร้าง และรายได้ของหน่วยงานนั้นๆ แต่หนี้สินภาคประชาชนนั้น ส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนเพื่อแสวงหาผลกำไรทางธุรกิจ อีกส่วนหนึ่งเป็นการกู้ยืมเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนตัว อันเป็นหนี้ที่น่าเป็นกังวล เพราะไม่ได้เกิดปะโยชน์ต่อส่วนรวม หรือก่อให้เกิดกำไร
คนไทยจำนวนมากเป็นมนุษย์เงินเดือน ซึ่งมีรายได้เป็นจำนวนที่แน่นอนในแต่ละเดือน คนเหล่านี้จะมีที่พักหรือที่ทำงานอยู่ตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ดังนั้น จึงมีความต้องการที่อยู่อาศัยและพาหนะในการเดินทาง ซึ่งลำพังเงินเดือนย่อมไม่เพียงพอ จึงก่อให้เกิดการกู้ยืมเพื่อซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ซื้อรถยนต์ แต้องผ่อนส่งหนี้บ้านหรือคอนโดเป็นระยะเวลายาวนาน
ซึ่งเมื่อมีบ้านแล้วก็ย่อมต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้ในบ้าน เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า โทรทัศน์ แอร์คอนดิชั่น และอื่นๆ ซึ่งสามารถซื้อหาได้ด้วยเงินผ่อนอีกเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ยุคนี้เป็นยุคของไฮเทค ที่เทคโนโลยีเข้ามีบทบาทอย่างสูงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น พีซี, โทรศัพท์มือถือ, ไอแพด, ไอโฟน ฯลฯ ซึ่งมีรุ่นใหม่ๆ ออกมาตลอดเวลา การวิ่งตามสินค้าเทคโนโลยีเหล่านี้ เป็นแหล่งสร้างหนี้สินที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้คนไทยยังนิยมการเป็นหนี้ในอนาคตด้วยการใช้บัตรเครดิตแทนเงินสด ทำให้จับจ่ายใช้สอบได้คล่องมือ
หนี้ภาคประชาชนนี้ แน่นอนว่าย่อมส่งผลถึงหนี้โดยรวมของประเทศ เพราะเงินที่มาปล่อยให้กู้ยืมในรูปของการซื้อสินค้าเงินผ่อน หรือบัตรเครดิต จำนวนมากเป็นเงินที่กู้ยืมมาจากต่างประเทศอีกทอดหนึ่ง การเป็นหนี้ส่วนตัวของประชาชนจึงมีผลต่อภาครัฐด้วย ขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดสภาพลวงตาทางเศรษฐกิจ ที่ไม่ได้ดีขึ้นจากการค้า แต่เป็นการดีขึ้นจากการเป็นหนี้ที่สูงขึ้นของประชาชน ซึ่งอาจนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจ เช่นวิกฤติการณ์ต้มยำกุ้งในประเทศไทย หรือวิกฤติการณ์แฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐ เมื่อไม่นานมานี้
ครับ เรื่องหนี้จึงอาจเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต หากเกิดภาวะทางเศรษฐกิจถึงขั้นโรงงานปิดกิจการ หรือลดจำนวนพนักงานในบริษัทต่างๆ ทำให้มนุษย์เงินเดือนจำนวนมหาศาลไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ของตนได้
ท้ายคอลัมน์วันนี้ ขอแจ้งข่าวถึงคุณผู้อ่านที่มีความประสงค์จะรับซีดีเพลงเทิดพระเกียรติ เนื่องในวาระ 65 ปีแห่งการราชาภิเษก “เอกมหากษัตรา” ซึ่งแถลงข่าวเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา สามารถติดต่อขอรับได้ทางอีเมล [email protected] โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น



