ข่าว

 รอลุ้นหลังนัดเคลียร์?

รอลุ้นหลังนัดเคลียร์?

04 พ.ค. 2558

รอลุ้นหลังนัดเคลียร์? : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ

           สัปดาห์ที่ผ่านมาเหมือนเป็นช่วงพักยกของการร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ใช้เวลา 7 วันในการอภิปรายถึงร่างรัฐธรรมนูญ และหลังจากนี้ก็จะเป็นเวลาที่ สปช. โดยกรรมาธิการปฏิรูปแต่ละคณะจะไปรวบรรวมประเด็นที่อภิปราย และนำมาเป็นคำเสนอขอแก้ไขอย่างเป็นทางการเพื่อนำเสนอต่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 26 พฤษภาคม
    
           ซึ่งเป็นกำหนดเวลาเดียวกับที่คณะรัฐมนตรี คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะเสนอคำขอแก้ไขเช่นเดียวกัน
    
           ก่อนที่จะนำร่างรัฐธรรมนูญเข้าสู่ สปช.ดูเหมือนว่ากรรมาธิการยกร่างฯ จะภูมิใจในนวัตกรรมของตัวเองค่อนข้างมากโดยเฉพาะการวางโครงสร้างอำนาจทางการเมือง และการวางระบบตรวจสอบโดยองค์กรต่างๆ โดยไม่ว่าจะไปเวทีไหนพวกเขาก็จะนำแนวความคิดไปนำเสนอเพื่อทำความเข้าใจ
    
           แต่ผลที่ออกมาหลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญร่างแรกปรากฏออกมาอย่างเป็นทางการนั้นกลับไม่ได้รับเสียงชื่นชมอย่างที่ควรจะเป็น ซ้ำยังถูกติติงว่ากำลังส่งรัฐธรรมนูญผิดสเปกมาให้หรือไม่ หรือบ้างก็บอกว่าแทนที่จะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปกลับจะกลายเป็นรัฐธรรมนูญแบบสร้างปัญหาเสียมากกว่า
    
           เสียงคัดค้านไม่ได้มีแต่เฉพาะใน สปช.เท่านั้น หากแต่กระจายออกมายังวงนอก อย่างพรรคการเมืองที่จับมือคัดค้าน แต่กรรมาธิการยกร่างฯ ก็ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจ เราจึงได้ยินคำพูดที่ว่า "ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เสนอ สปช.เขียนเพื่อให้พลเมือง 65 ล้านคนได้ใช้ไม่ใช่นักการเมืองหรือนักเลือกตั้งเพียง 500 คน"  
    
           เล่นเอานักการเมืองถึงกับหน้าม้าน เมื่อถูกกันออกไปนอกวงเช่นนี้
    
           หรืออย่าง “ศรีราชา วงศารยางกูร” ประธานผู้ตรวจการแผ่นดินที่ออกมาโจมตีแบบหนักๆ ว่า “เข้าใจว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้คนเขียนมีความตั้งใจที่จะสร้างอะไรใหม่ๆ แต่ดูแล้วจะเป็นรัฐธรรมนูญแบบฝันเฟื่อง รัฐธรรมนูญนี้คงเป็นอนุสาวรีย์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตว่าเคยพยายามทำในสิ่งที่ดีที่สุด”
               
           ร้อนถึง “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ต้องออกมาสวนทันควันว่า “เข้าใจนายศรีราชา เพราะก็คงต้องออกมาปกป้องประโยชน์และต่อสู้เพื่อองค์กรของตัวเอง เนื่องจากองค์กรของท่านนั้นถูกควบรวมไว้กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ท่านปกป้องประโยชน์ของท่านเหมือนกัน นายศรีราชาติทุกเรื่องแม้กระทั่งกล่าวหาว่าผมเผด็จการ”
    
           แต่ที่ดูเหมือนจะมีน้ำหนักไม่น้อยคือคำพูดของ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรีที่ระบุว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้น่าจะตัดทิ้ง 20-30 มาตรา และบอกด้วยว่าหลายมาตราเป็นอุปสรรคกับการทำงานของรัฐบาล
    
           นอกจากนี้ยังมีข่าวแว่วมาว่า เสียงจากรัฐบาลเองก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับหลักการโครงสร้างอำนาจทางการเมือง หรือองค์กรอิสระ หรือที่มีชื่อเรียกใหม่ว่าองค์กรตรวจสอบที่มีหลากหลายองค์กร รวมถึงมีการตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาอีก จึงน่าสนใจว่าเมื่อถูกท้วงติงหนักๆ จากหลายฝ่ายกรรมาธิการยกร่างฯ จะทำอย่างไร โดยเฉพาะจากรัฐบาลและ คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ และ หัวหน้า คสช.
    
           มีข่าวแว่วมาว่าจากการที่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วย และคัดค้านบางหลักการ ทำให้มี “บางคนในรัฐบาล” เดินทางไปต่างประเทศพร้อมกับ “บางคนในกรรมาธิการยกร่างฯ” นัยว่าเพื่อไปเคลียร์ใจและเคลียร์ในหลายประเด็นในช่วงวันหยุดยาวนี้  
    
           น่าดูว่าหลังจากกลับมาท่าทีของกรรมาธิการยกร่างฯ จะยังแข็งกร้าวเหมือนเดิมหรือไม่ หรือสุดท้ายจะยอมโอนอ่อนและปรับเปลี่ยนตามข้อท้วงติง