ข่าว

‘บิ๊กตู่’สั่ง‘อุดมเดช’ลงสงขลาเร่งรัดคดี‘โรฮิงญา’

‘บิ๊กตู่’สั่ง‘อุดมเดช’ลงสงขลาเร่งรัดคดี‘โรฮิงญา’

03 พ.ค. 2558

‘บิ๊กตู่’สั่ง‘อุดมเดช’ลงสงขลาเร่งรัดจัดการขบวนค้า‘โรฮิงญา’ รองผบช.ภ.9 เผยเร็วๆนี้จะขอหมายจับ

           3พ.ค.2558 พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามสถานการณ์การพบศพชาวโรฮิงญา ถูกฝังที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด โดยในวันนี้นายกฯได้มีบัญชามอบให้พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมลงพื้นที่จังหวัดสงขลาในวันพรุ่งนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าและคลี่คลายคดี รวมทั้งเร่งระดมทุกหน่วยลงปฏิบัติหน้าที่ และทำงานด้านการข่าว เพื่อขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ให้หมดสิ้นจากประเทศไทย

           “นายกฯให้นโยบายว่าบุคคลใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ขบวนการค้ามนุษย์จะต้องได้รับการลงโทษอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะตำแหน่งใด และแรงงานที่ตกอยู่ในขบวนการนี้ ไม่ว่าจะเป็นชนเชื้อชาติใด จากถิ่นฐานไหน เมื่อเข้ามาตกระกำลำบากบนแผ่นดินไทย รัฐบาลมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะต้องดูแลทุกชีวิต ตามหลักมนุษยธรรม”พล.ต.สรรเสริญ กล่าวและว่า

           การที่ขบวนการนี้ สามารถนำแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาได้เป็นจำนวนมาก และกระทำการท้าทายกฎหมายอย่างอุกอาจเช่นนี้ เป็นไปได้สูงที่จะมีเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจรวมถึงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เข้าไปเกี่ยวข้องพัวพันด้วย ซึ่งท่านนายกได้สั่งการเด็ดขาดไปยังหน่วยปฏิบัติแล้วว่า ต้องดำเนินการโดยไม่ละเว้นแม้แต่รายเดียว

           “สำหรับ ชาวโรฮิงญา อีกหนึ่งคนที่รอดชีวิต ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดูแลใกล้ชิด เพราะเชื่อว่าจะเป็นพยานปากสำคัญในการสาวไปถึงขบวนการทั้งหมด ทั้งนี้ท่านนายกได้กำชับให้หน่วยทหารได้เข้าสนธิกำลังกันดูแลอารักขาเพื่อความปลอดภัยสูงสุด และท่านนายกยังขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน ที่มีเบาะแส หรือ พบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์ได้โปรดร่วมมือกับรัฐบาลชุดนี้ ให้ข้อมูล ให้เบาะแส เพื่อร่วมกันจำกัดขบวนการทุจริต อำมหิตและเลือดเย็นเหล่านี้ให้หมดสิ้นจากแผ่นดินไทย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดแล้ว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าทุกรูปแบบ และหากจำเป็นต้องใช้ มาตรา 44 ร่วมด้วย ก็จะไม่ลังเลทั้งสิ้น หากประชาชนร่วมมือเคียงรัฐ มั่นใจว่าเราจะลุล่วงได้เร็วยิ่งขึ้น”พล.ต.สรรเสิรญ กล่าว


รองผบช.ภ.9 เผยเร็วๆนี้จะขอหมายจับ

           ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย นอง ผบช.ภ.9,  พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผบก.ภ.จ.สงขลา ได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคดีโรฮิงญาที่พบศพ จำนวน 26 ศพ ที่เทือกเขาแก้ว อ.สะเดา ประกอบด้วย ตำรวจสืบจังหวัดสงขลา ตชด. กองปราบ และตำรวจ ปาดังเบซาร์ กว่า20นาย เข้าประชุม เพื่อทราบถึงความคืบหน้าในคดีดังกล่าว พร้อมทั้งตั้งชุดทำงานคลี่คลายในคดีนี้ โดยใช้เวลาในการประชุมนานประมาณ1ชั่วโมงเศษ

           จากนั้น พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รอง ผบช.ภ.9ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ในคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่สอบสวนถึงผู้ใด ก็จะออกหมายจับถึงผู้นั้น ซึ่งหลังจากสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานแล้วก็จะขอหมายจับจากศาล แต่ในชั้นนี้ขอปิดไว้ก่อนเพราะเกรงว่าจะเสียรูปคดี

           ในส่วนของผู้ครองครองที่ดินที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าเป็นเขตป่าสงวน แต่จะดำเนินการสอบสวนว่าใครเป็นผู้ครอบครองโดยจะสอบจากชาวบ้านที่พักอาศัยแถวนั้น ว่าใครเป็นผู้ครอบครองโดยเข้าใจว่าใครใช้ประโยชน์ และใครนำพา หลังสอบและรวบรวมหลักฐาน ก็จะขอให้ศาลออกหมายจับก่อน โดนจะแจ้งสามข้อหาหนัก คือค้ามนุษย์ฯ,นำพาฯ และข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว