
ฟุตบอลกรรมาชีพ
04 พ.ค. 2558
ฟุตบอลกรรมาชีพ : บายไลน์...พันโชค ธัญญเจริญ [email protected]
"เพื่อโค้งเคียวเรียวเดือนและเพื่อนโพ้น เพื่อไผ่โอนพลิ้วพ้อล้อภูผา เพื่อเรืองข้าวพราวแพร้วทั่วแนวนา เพื่อขอบฟ้าขลิบทองรองอรุณ" วรรคทองของ อุชเชนี ที่เคยเขียนถึงชนชั้นกรรมาชีพในวัน "เมย์เดย์"
คำว่า "เมย์เดย์" นอกจากจะหมายถึงเทศกาลเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิของซีกโลกตอนเหนือเส้นศูนย์สูตรขึ้นไปแล้ว คำว่า "เมย์" ที่หมายถึงเดือนพฤษภาคม ยังหมายถึงวันของชนชั้นกรรมาชีพกว่าครึ่งโลก
แม้แต่วงการ ฟุตบอลอังกฤษ ก็เคยใช้วันนี้เฉลิมฉลองให้นักฟุตบอลสมัครเล่นที่ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกรรมาชีพ เพราะวงการสมัครเล่นเป็นจุดกำเนิดของการเล่นฟุตบอล และวางรากฐานสำคัญให้กีฬาฟุตบอล อาทิ การวางกฎเกณฑ์ในระยะต้น การก่อตั้งสมาคมฟุตบอลใน สหราชอาณาจักร ทั้งเอฟเอ คัพ, สกอต คัพ, การจัดการแข่งขันนานาชาติ และเครือข่ายสมาคมท้องถิ่น ก่อนที่วงการสมัครเล่นจะถดถอยลงตั้งแต่ปี 1885 เป็นต้นมา เนื่องจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษ อนุมัติให้มีการเล่นฟุตบอลอาชีพ
สมาคมฟุตบอลสมัครเล่น หรือ "เอเอฟเอ" ก่อตั้งในปี 1907 เพื่อแยกการเล่นฟุตบอลอาชีพออกจากการเล่นแบบนัดกระชับมิตรดั้งเดิมในรั้วโรงเรียนและมหาวิทยาลัย โดยให้ความเห็นว่า หากต้องการให้นักฟุตบอลสมัครเล่นได้เล่นเกมในรูปแบบสมาคม ก็จำเป็นต้องก่อตั้งสมาคม ดังนั้นเอเอฟเอ จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 1934
ความแตกต่างที่เด่นชัดที่สุดระหว่างการเล่นเกมแบบสมัครเล่นกับอาชีพก็คือ "ลูกโทษ" ซึ่งวางกฎไว้ในปี 1891 ในยุคนั้นประเพณีปฏิบัติในโรงเรียนไม่ยอมรับกฎลูกโทษ โดยในการชิงถ้วย อาร์เธอร์ ดันน์ (ก่อตั้งในฤดูกาลแข่งขัน 1902-1903) ที่โรงเรียน อีตัน เป็นเจ้าภาพ ก็ไม่ยอมใช้กฎลูกโทษ สุดท้ายสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ต้องยื่นคำขาดให้ปฏิบัติตาม กระนั้นทศวรรษ 20 ทีมสมัครเล่นบางทีมจะออกคำสั่งให้ผู้รักษาประตู เดินออกจากประตูของตัวเองแล้วปล่อยให้มีการยิงลูกโทษโดยไม่มีใครป้องกัน
ต่อมาในปี 1928 สมาคมฟุตบอล 4 แห่งในสหราชอาณาจักร ประกอบด้วย อังกฤษ, สกอตแลนด์, เวลส์ และ ไอร์แลนด์เหนือ ลาออกจาก สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ "ฟีฟ่า" จากปัญหาคำว่า "สมัครเล่น" และ "ค่าชดเชยในการเล่นฟุตบอล" เนื่องจากสมาคมฟุตบอลในสหราชอาณาจักร เห็นพ้องต้องกันว่าควรมีการจ่ายเงินชดเชย แต่ฟีฟ่าสั่งไม่ให้จ่ายเงินอุดหนุน ยกเว้นบางส่วนในกรณีพิเศษ
เมื่อสหราชอาณาจักรกลับคืนมาสังกัดฟีฟ่า ในปี 1964 แต่ค่าชดเชยในการเล่นฟุตบอลและเงินอุดหนุนนักฟุตบอลสมัครเล่น ยังเป็นประเด็นที่ยกมาโต้แย้งจนกระทั่งปี 1974 สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ตราคำนิยามออกมาว่า นักกีฬาในสนามก็คือ "ผู้เล่น" ดังนั้นการจ่ายเงินให้หรือไม่สุดท้ายจึงลงเอย กลายเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สรรพากร ข้อยกเว้นมีเพียงประการเดียวก็คือ การแข่งขันฟุตบอลใน "โอลิมปิกเกมส์" เพราะอยู่ในข้อบังคับของ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ "ไอโอซี"
การลงมติของสมาคมฟุตบอลอังกฤษในปี 1974 เป็นการยกเลิกถ้วยฟุตบอลสมัครเล่นไปโดยปริยาย สโมสรฟุตบอลสมัครเล่นชั้นนำก็ต้องดิ้นรนหาทางอยู่รอดให้ได้ทั้งใน นอร์ทเธิร์นลีก, อีสต์เมียนลีก และ เอธิเนียนลีก ที่อยู่รอดมาถึงปี 1984
นักฟุตบอลสมัครเล่นหลายคนมีฝีเท้าเทียบชั้นนักฟุตบอลอาชีพถึงขั้นติดทีมชาติอังกฤษ อาทิ จีโอ สมิธ ผู้เล่นกองหน้ายิงให้อังกฤษถึง 12 ประตู จาก 20 นัด ในช่วงปลายศตวรรษ 19 ต่อมาต้นศตวรรษ 20 เบอร์นาร์ด จอย ผู้เล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ก้าวขึ้นมาเป็นทีมชาติอังกฤษในปี 1936 ทั้งที่เป็นเพียงนักฟุตบอลสมัครเล่น
แม้ในศตวรรษ 21 สโมสรฟุตบอลในลีกอาชีพทุกระดับชั้นจะมีทีมเยาวชน ทีมสำรอง ของตัวเอง แต่ฟุตบอลสมัครเล่นยังเป็นรากเหง้าของฟุตบอลอังกฤษ จำนวนนักฟุตบอลสมัครเล่น ไม่ได้น้อยไปกว่านักฟุตบอลอาชีพ และนักฟุตบอลอาชีพกว่าครึ่งก็เคยลงสนามให้ทีมระดับสมัครเล่น การแข่งขันฟุตบอลวันอาทิตย์ของทีมสมัครเล่น หรือ "ซันเดย์ เอฟเอ คัพ" ที่ก่อตั้งมาขึ้นในปี 1965 ได้รับความนิยมอย่างสูง และจำนวนสโมสรที่ลงแข่งขันก็เพิ่มขึ้นและเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ทศวรรษ 90 เป็นต้นมาจนถึงวันนี้ โดยแชมป์ล่าสุดเมื่อฤดูกาลแข่งขันก่อนคือ ฮัมเบิลดัน เพลนส์ ฟาร์ม
ซึ่งแต่เดิมนั้นซันเดย์ เอฟเอ คัพ จะเล่นรอบชิงชนะเลิศกันในวัน "เมย์เดย์" แต่ด้วยความนิยมที่มากขึ้นและทีมที่ร่วมแข่งมากขึ้นทำให้ต้องยืดเวลาการแข่งขันออกไป แต่ยังคงจะให้จบในเดือนพฤษภาคมเช่นเดิม
คำว่า "กรรมาชีพ" เป็นเพียงถ้อยคำ จนกระทั่งเราตัดสินใจให้มันครอบงำเราด้วยอำนาจทั้งหมดที่มันมี คำว่า "กรรมาชีพ" เป็นเพียงถ้อยคำจนกระทั่งใครบางคนได้หยิบยื่นความหมายให้แก่มัน เพราะนักฟุตบอลสมัครเล่น ก็เล่นฟุตบอลแลกเงินเพียงไม่กี่เพนนีหรือไม่ได้ด้วยซ้ำ ทั้งที่ต่างคนต่างมีงานประจำของตัวเองมาตั้งแต่ปลายศตวรรษ 19 คำว่า "กรรมาชีพ" ใช่ว่าจะแสวงหาความรู้ไม่ได้ จะทำในสิ่งที่รักไม่ได้



