ข่าว

สิบล้อเกี่ยวสายไฟฟ้าล้ม24ต้น

สิบล้อเกี่ยวสายไฟฟ้าล้ม24ต้น

03 พ.ค. 2558

เกิดอุบัติเหตุกระบะท้ายรถบรรทุกสิบล้อเกี่ยวสายไฟ ทำให้เสาไฟฟ้าล้ม 24 ต้น

 
           เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 2 พ.ค. พ.ต.ท.จิระเดช จิตรโสภา พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ธรรมศาลา รับแจ้งเหตุรถบรรทุกเกี่ยวสายไฟแรงสูง ทำเสาไฟฟ้าล้มขวางถนนหลายต้น บริเวณถนนบรมราชชนนีขาออก ช่องทางเดินรถคู่ขนานก่อนเบี่ยงเข้าพุทธมณฑลสาย 3 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม.จึงประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าและเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงรุดไปตรวจสอบ
 
           ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณทางเบี่ยงช่วงสะพานข้ามคลองควายก่อนถึงพุทธมณฑลสาย 3 ประมาณ 1 กิโลเมตร พบรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน 82-7499 นครปฐม จอดขวางถนนทั้ง 3 เลน ในสภาพกระบะท้ายยกขึ้นเกี่ยวเสาไฟฟ้าล้มลง จำนวน 24 ต้น ขวางถนนสร้างความเสียหายไปประมาณ 2 กิโลเมตร นอกจากนี้ มีรถยนต์ของชาวบ้านที่ขับตามหลังมาถูกเสาไฟฟ้าล้มทับ จำนวน 5 คัน เป็นรถจักยานยนต์ 3 คัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำส่ง รพ.ใกล้เคียง ก่อนปิดการจราจรในช่วงดังกล่าวและเร่งระบายรถที่ติดขัดเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร
 
           จากการสอบสวนนายส่งเสียง นกดารา อายุ 60 ปี คนขับรถสิบล้อ อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ 1 ต.ทุ่งกระพังโคม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ให้การว่า ตนเป็นเจ้าของรถ ปัจจุบันนำรถมารับจ้างขนดินจากจุดก่อสร้างพื้นทางของกรมทางหลวง เพื่อนำมาทิ้งที่พงหญ้ารกร้างในซอยตรงจุดเกิดเหตุ ก่อนเกิดเรื่องตนได้ขับรถไปรับดินมาจากจุดก่อสร้างขยายถนนบริเวณพุทธมณฑลสาย 4 แล้วนำดินมาทิ้งที่นี่ตามปกติ โดยระหว่างที่ยกกระบะท้ายทิ้งดินจนหมดแล้วตนได้กดสวิตซ์สั่งการให้กระบะท้ายยุบตัวลงมาเหมือนเช่นเคย แต่ขณะที่กำลังขับรถออกจากซอยเข้าถนนใหญ่ไม่รู้เลยว่ากระบะท้ายยกขึ้นมาเอง ทำให้เกี่ยวสายไฟฟ้าแรงสูงและฉุดเสาไฟฟ้าล้มระเนระนาดดังกล่าว
 
           ด้าน พ.ต.ท.จิระเดช กล่าวว่า จากการตรวจสอบรถบรรทุกของนายส่งเสียง พบว่าไม่ได้ทำประกันภัยเอาไว้ เท่ากับว่าเจ้าตัวต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งในเบื้องต้นจะเรียกผู้เสียหายทั้งการไฟฟ้า และเจ้าของรถที่ได้รับผลกระทบทุกรายเข้าให้ปากคำ ก่อนแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินทางราชการและทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหายกับนายส่งเสียง และเจรจาชดใช้ค่าเสียหายให้ทุกฝ่ายต่อไป
 
 
ปทุมธานี - ตร.รวบสมุนแก๊งเป้าเหลืองพร้อมอาวุธครบมือ ปล้นจยย. 3 คัน
 
 
           เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 3 พ.ค.58 พ.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.คลองหลวงได้รับแจ้งจากนายปฐมพร ปักครึก เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูว่ามีเหตุเด็กวัยรุ่นตีกันและผู้มีได้รับบาดเจ็บ ภายในตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พร้อมทั้งมีวัยรุ่นต้องสงสัยอีก2คนทำเครื่องกระสุนปืนตกหล่นลงมาจากรถจักรยานยนต์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ มาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย โดยนายปฐมพร ปักครึก เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุ พบนายจิระภาคย์ เพชรโต อายุ19ปี อยู่บ้านเลขที่93/2ม.1ต.งิ้วราย อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร โดนตีที่ศีรษะแตกยาวประมาณ10เซนติเมตรจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์
 
           เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก็พบนายณรงค์ชัย บัวพันธ์ อายุ19ปี อยู่บ้านเลขที่31/447ม.2ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานีและนายเอ (นามสมมุติ) อายุ16ปีพร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซุกิเรดเดอร์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน1คัน จึงนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.คลองหลวง หลังจากตรวจค้นภายในตัวพบเงินสด560บาท โทรศัพท์มือถือยี่ห้อซัมซุงโน้ต3จำนวน1เครื่อง อาวุธปืนสั้นบีบีกัน1กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด .22จำนวน7นัด เหล็กแป๊ป1อัน หมวกกันน็อค2ใบ
นายณรงค์ชัย บัวพันธ์และนายเอ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าตนเองพร้อมกับเพื่อนประมาณ10คน ได้”แก๊งเป้าเหลือง”ย่านคลองหลวง ร่วมกันรุมทำร้ายผู้ได้รับบาดเจ็บและชิงรถจักรยานยนต์ ไป3คัน พร้อมกับทรัพย์สินด้วย
 
           ส่วนนายนายจิระภาคย์ เพชรโต ผู้ได้รับบาดเจ็บแจ้งว่าตนพร้อมเพื่อนอีก3คนได้ขับ1.รถจักยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซูมเมอร์เอ็กสีเขียว ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน2.รถจักยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ125ไอสีขาวไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน3.รถจักยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ110สีฟ้าไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ที่วงเวียนหลังตลาดไท กำลังจะขับรถ จยย.กลับบ้านพักย่านคลองสาม ระหว่างนั้นได้มีวัยรุ่นประมาณ10คน พร้อมอาวุธครบมือขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาประกบข้างและได้ลงมารุมทำร้ายพวกตน พวกตนจึงทิ้งรถและพากันวิ่งหนีแต่ตนวิ่งไม่ทันจึงถูกตีได้รับบาดเจ็บและคนร้ายก็ได้เอารถจักรยานยนต์ทั้ง3คันของพวกตนไปพร้อมทั้งเงินที่ติดตัวอยู่ด้วย
 
           ทางด้านพ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวง หลังจากตรวจที่เกิดเหตุแล้วได้ให้ชุดสืบสวนสอบถามผู้ต้องหาและทราบว่าเป็น “แก็งเป้าเหลือง” ที่ได้โพลต์ภาพลงในเฟรชบุ๊ค(ทั้งหมดมากัน12คน)ที่มีนายโอม (เป็นหัวหน้าแก๊ง)พร้อมด้วยนายแบงค์ นายป้อม,นายออม,นายปามล์,นายเพชร,นายพลั้ม,นายท๊อปเล็ก,นายท๊อปใหญ่,และนายบอร์ด ล้วนเป็นเยาวชนเกือบทั้งแก๊ง และต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูด้วยที่เป็นพลเมืองดีสังเกตเห็นกลุ่มวัยรุ่นทำเครื่องกระสุนปืนตกและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในครั้งนี้และจับกุมคนร้ายได้บางส่วน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป
 
 
บึงกาฬ - ตร.ชุดพญาเสือพร้อมหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นค. 4 รวบสารวัตรลอบขนไม้หวงห้าม
 
 
           3 พ.ค. นายทรัพสิน จงดี หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นค. 4 (เซกา) กล่าวว่า เมื่อวันนี้2พ.ค.58เวลา 14.00 น. ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าจะมีการลักลอบขนลำเลียงไม้พะยูงลงเรือริมแม่น้ำโขง ที่บ้านท่าดอกคำ หมู่ที่ 1 ต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ เพื่อส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน จึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษที่1(ชุดพญาเสือ) พนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่2 (ภาคตะวนออกเฉียงเหนือ) และ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นค.4 (เซกา) เข้าตรวจสอบ โดยตั้งจุดสกัด และกำลังเจ้าหน้าที่ขับรถตระเวนตรวจสอบ กระทั่งขับผ่านป้อมยามอาสาเฝ้าระวัง บ้านท่าดอกคำ พบรถกระบะโตโยต้า สีขาว ทะเบียน บพ 7798 สกลนคร ขับมุ่งหน้าข้างทางริมฝั่งแม่น้ำโขงหันหน้าลงแม่น้ำ จึงติดตามไปตรวจสอบ พบชายกำลังขนไม้ลงมาวางข้างรถ 5 ท่อน จึงเข้าตรวจสอบ
 
           จากการสอบถามทราบชื่อ พ.ต.ท.ธาราวรรษ เคลือภักดี อายุ 50 ปี อ้างว่าเป็น สวป.สภ.เหล่าหลวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ และนายมนตรี ลาผม อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 143 หมู่ที่ 8 ต.หนองกวั่ง อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร ตรวจสอบภายในรถยนต์พบไม้ 1 ท่อน แคปหลังคนขับ 5 ท่อน หลังกระบะมีฟางข้าวและถุงแกลบ 2 ถุงปิดไม้ 1 ท่อน จึงจับกุมตัว โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันมีไม้พะยูงแปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและกระทำผิด พรบ.ศุลกากร มาตรตรา 27 โดยทั้ง 2 คนให้การปฏิเสธ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เหล่าหลวงดำเนินคดี