ข่าว

ต้มศพลอกลายนิ้วมือ ปิดคดีฆ่าโบกปูน

ต้มศพลอกลายนิ้วมือ ปิดคดีฆ่าโบกปูน

03 พ.ค. 2558

ต้มศพลอกลายนิ้วมือ ปิดคดีฆ่าโบกปูน : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                         ปลายเดือนมิถุนายน 2555 เกิดคดีสะเทือนขวัญในพื้นที่ ต.หนองสรวง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี เมื่อมีผู้พบศพชายนิรนามถูกคนร้ายฆ่ายัดถังพลาสติกแล้วโบกปูนทับ ก่อนนำมาทิ้งไว้ในบ่อน้ำกลางไร่มันแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 9
 
                         ผู้ตายเป็นชายผิวขาว สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงลายดอก ถูกห่อด้วยผ้าห่มสีเขียว มีถุงพลาสติกและกระสอบมัดด้วยยางในรถจักรยานยนต์ห่อหุ้มไว้อีกชั้น แถมยังเทปูนซีเมนต์ทับ ก่อนจะยัดไว้ในถังพลาสติกสีดำสูง 92 เซนติเมตร กว้าง 60 เซนติเมตร สภาพศพเริ่มเปื่อยยุ่ย เพราะเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 สัปดาห์
 
                         พล.ต.ต.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบก.สส.ภ.1 (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) จัดชุดสืบสวนเข้าไปร่วมกับตำรวจ สภ.วิหารแดง เพื่อเร่งคลี่คลายคดี เนื่องจากสงสัยว่า ศพนิรนามรายนี้อาจเป็น นายวิบูลย์ศักดิ์ แสนจักร์ หัวโจกคดีโกงสอบเข้าตำรวจ ซึ่งเป็นคดีดังในเวลานั้น โดยนายวิบูลย์ศักดิ์หายตัวไปหลังจากถูกออกหมายจับ
 
                         ในเวลานั้น พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) กำกับดูแลงานด้านพิสูจน์หลักฐาน ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ปรีดี พงศ์เศรษฐสันต์ รอง ผบก.ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) พร้อมทีมงาน เข้าไปตรวจที่เกิดเหตุอย่างละเอียดหลังได้รับการร้องขอจากทีมคลี่คลายคดี ซึ่งนอกจากการตรวจหาหลักฐานต่างๆ ในจุดพบศพแล้ว ยังรวมถึงเก็บรอยนิ้วมือจากผู้เสียชีวิต เพื่อนำมาตรวจพิสูจน์ว่าเป็นใคร
 
                         การเก็บลายพิมพ์นิ้วมือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากศพเปื่อยยุ่ย ชิ้นเนื้อหลุดล่อน แต่ยังพอโชคดีอยู่บ้าง เมื่อแกะปูนที่โบกศพออกปรากฏรอยนิ้วมือของผู้ตายอย่างชัดเจน แต่ร่องรอยนั้นมีไม่มากพอ เจ้าหน้าที่จึงใช้กระบวนการหล่อปูน (Mikrosil) แล้วนำมือของผู้ตายวางทับรอจนกระทั่งปูนแห้งจึงแกะออก ได้ลายพิมพ์มือของศพเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง
 
                         ลายพิมพ์นิ้วมือที่ได้จากปูนดังกล่าวถูกนำส่งไปตรวจเทียบกับทะเบียนประวัติของนายวิบูลย์ศักดิ์ ปรากฏว่าไม่ตรงกัน โดยลายพิมพ์นิ้วมือที่เก็บได้จากศพเป็นแบบก้นหอย ขณะที่ของนายวิบูลย์ศักดิ์เป็นแบบมัดหวาย
 
                         ข้อสงสัยที่ว่าศพนิรนามรายนี้คือนายวิบูลย์ศักดิ์หรือไม่ จึงคลี่คลายลง...แล้วศพนิรนามรายนี้คือใคร ? กลายเป็นโจทย์ใหม่ ที่ทีมงานพิสูจน์หลักฐานต้องหาคำตอบ
 
                         ผู้เชี่ยวชาญด้านพิมพ์มือจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ถูกส่งไปจัดเก็บลายพิมพ์มือของศพนิรนามรายนี้เพิ่มเติมอีกครั้ง ขณะศพอยู่ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งคราวนี้ผู้เชี่ยวชาญเลือกใช้วิธีต้มมือศพ เพื่อจัดเก็บลายพิมพ์นิ้วมืออย่างละเอียด
 
                         “สภาพศพภายนอกเน่า เพราะเสียชีวิตมาหลายวัน บริเวณนิ้วมือหนังกำพร้าด้านนอกของผู้เสียชีวิตเริ่มหลุดลอก แต่ร่างกายยังมีหนังชั้นในยังคงสภาพให้เห็น จึงนำลายนิ้วมือจากหนังชั้นในมาตรวจสอบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์โดยผู้ชำนาญการ” พล.ต.ท.จรัมพร อธิบายถึงสาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเก็บลายพิมพ์มือต้องต้มมือศพ
 
                         ลายพิมพ์นิ้วมือที่ได้จากการขั้นตอนการจัดเก็บดังกล่าวถูกส่งไปเปรียบเทียบกับลายพิมพ์นิ้วมือในฐานข้อมูลของกรมการปกครอง พบว่าไปสอดคล้องตรงกับของ นายเป่งปั๊ก แซ่อึ้ง อายุ 60 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ใน จ.ชลบุรี ข้อมูลที่ได้จึงถูกส่งให้ชุดสืบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 1 นำไปขยายผลต่อ
 
                         การสืบสวนทราบว่า นายเป่งปั๊ก มีชื่อเล่นว่า เปี้ยง ทำงานเป็นลูกจ้างของนายสุพจน์ หรือสอง จำเนียรหล้า อายุ 29 ปี ซึ่งมีอาชีพรับเหมาขุดถมที่ดินอยู่ใน จ.ปทุมธานี โดยนายสุพจน์เป็นหลานชายของเจ้าของไร่มันที่พบศพ
 
                         มีพยานยืนยันว่า นายสุพจน์เดินทางไปยังบ่อน้ำที่พบศพ โดยบอกผู้พบเห็นว่า นำอาหารไปให้ปลา ตำรวจจึงเดินทางไปยังไซต์งานของนายสุพจน์ที่ จ.ปทุมธานี แต่ไม่พบตัวนายสุพจน์ ส่วนนายเป่งปั๊กได้รับการยืนยันจากพยานว่า ทำงานอยู่ที่ไซต์งานดังกล่าวจริง แต่หายตัวไปหลายวันแล้ว ชุดสืบสวนจึงนำภาพถ่ายพระเครื่องที่เก็บได้จากจุดพบศพชายนิรนาม ซึ่งถูกฆ่าโบกปูนให้พยานดู ทันทีที่เห็นพยานก็ยืนยันว่า พระเครื่องที่เห็นเป็นของนายเป่งปั๊กอย่างแน่นอน ตำรวจจึงมั่นใจว่าศพนิรนามที่พบในไร่มันพื้นที่หมู่ 9 ต.หนองสรวง อ.วิหารแดง จ.สระบุรี คือนายเป่งปั๊ก ที่หายตัวไปอย่างแน่นอน
 
                         ตำรวจชุดคลี่คลายคดี พบประจักษ์พยานรายหนึ่ง ซึ่งยืนยันได้ว่า คนร้ายที่ลงมือฆ่านายเป่งปั๊กไม่ใช่ใครอื่น คือนายสุพจน์ ผู้เป็นนายจ้าง เนื่องจากคู่นี้ระหองระแหงกันมานาน สาเหตุมาจากนายสุพจน์จับได้ว่านายเป่งปั๊กขโมยแบตเตอรี่รถแบ็กโฮ และรถบรรทุกสิบล้อ รวมถึงน้ำมันไปขายอยู่เป็นประจำ
 
                         “ผู้ตายทำงานอยู่กับครอบครัวนายสุพจน์มาตั้งแต่รุ่นบิดา กระทั่งนายสุพจน์มารับช่วงต่อ และมักมีปากเสียงกันเป็นประจำ เพราะนายสุพจน์จับได้ว่าผู้ตายชอบขโมยแบตเตอรี่รถแบ็กโฮและรถสิบล้อ และน้ำมันไปขายอยู่เป็นประจำ กระทั่งครั้งหลังสุดนายสุพจน์ไม่พอใจมาก จึงใช้ปืนยิงเข้าที่ศีรษะและลำตัวหลายนัดจนเสียชีวิต จากนั้นจึงนำศพไปยัดใส่ถังขยะพลาสติกแล้วนำปูนไปโบกทับเพื่ออำพรางศพ ก่อนจะนำไปทิ้งบ่อน้ำในไร่มัน” พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.ภ.2 (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) บอกถึงชนวนเหตุฆาตกรรม
 
                         ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดขออำนาจศาลจังหวัดสระบุรีออกหมายจับนายสุพจน์ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและร่วมกันซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรและไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหลังศาลอนุมัติหมายจับไม่นานตำรวจชุดสืบสวนก็สามารถติดตามจับกุมนายสุพจน์ได้ที่ถนนริมคลอง ต.ศาลาครุ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม โดยใช้เวลาในการคลี่คลายคดีนี้เพียง 10 วัน นับจากวันแรกที่พบศพ
 
                         แม้นายสุพจน์จะปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่พยานหลักฐานที่ได้ก่อนการจับกุม ซึ่งมีทั้งพยานบุคคล หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และหลักฐานที่ตรวจพบเพิ่มเติมหลังการจับกุม ทั้งรถกระบะยี่ห้อนิสสัน ทะเบียน บท 1403 สระบุรี ซึ่งพบคราบเลือดที่เบาะนั่งด้านข้างคนขับ อาวุธปืนลูกซองยาวยี่ห้อเรมิงตัน แม็กนั่ม 1 กระบอก อาวุธปืนขนาด .38 ยี่ห้อสมิธแอนด์เวสสัน 1 กระบอก ซึ่งเมื่อนำไปยิงทดสอบแล้วเกลียวกระสุนตรงกับหัวกระสุนที่พบในศพ กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 55 นัด กระสุนขนาด .38 จำนวน 26 นัด มีดดาบ 1 เล่ม ผ้าขนหนู 1 ผืน และเชือกไนลอน 1 เส้น
 
                         หลักฐานเหล่านี้ล้วนมัดตัวนายสุพจน์แน่นหนา...จนดิ้นไม่หลุด!
 
 
 
 
 
--------------------
 
(ต้มศพลอกลายนิ้วมือ ปิดคดีฆ่าโบกปูน : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)