ข่าว

จุดผ่อนปรนพิเศษ พื้นที่ ศก.เชื่อมเมียนมาร์

จุดผ่อนปรนพิเศษ พื้นที่ ศก.เชื่อมเมียนมาร์

03 พ.ค. 2558

จุดผ่อนปรนพิเศษ พื้นที่ ศก.เชื่อมเมียนมาร์ : โดย...ทีมข่าวภูมิภาค

 
                         มติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม ที่่ผ่านมา ที่น่าสนใจด้านหนึ่งคือ รับทราบการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าพิเศษด่านสิงขร อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นไปตามที่กระทรวงมหาดไทย และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เสนอ ด้วยการอ้างถึงความพร้อมของพื้นที่  โดยเฉพาะในการเป็นประตูให้แก่ภาคการค้าชายแดน ที่จะเชื่อมโยงกับทางฝั่งเมียนมาร์ 
 
                         ก่อนหน้าที่จะมีมติคณะรัฐมนตรีออกมาในเรื่องดังกล่าว วันที่ 24 มีนาคม คณะอนุกรรมการพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดน สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดน ครั้งที่ 2/2558 ที่สำนักงานสภาความมั่งคงแห่งชาติ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีเรื่องพิจารณาคือ ”การยกระดับจุดผ่อนปรนการค้าด่านสิงขรเป็นจุดผ่านแดนถาวร” โดยที่ประชุมเห็นควรให้เปิดเป็น "จุดผ่อนปรนทางการค้าพิเศษ ด่านสิงขร” ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการยกระดับในลักษณะพิเศษก่อนที่จะพัฒนาไปสู่การเป็นด่านถาวร  
 
                         สำหรับการยกฐานะเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้าพิเศษด่านสิงขร จะแตกต่างจากเดิมคือจุดผ่อนปรนทางการค้าด่านสิงขร เพราะเท่ากับว่าชาว จ.มะริด ฝั่งเมียนมาร์ สามารถเดินทางเข้ามาได้ถึง อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะที่ฝายไทยจะสามารถเดินทางเข้าไปถึง จ.มะริด โดยทั้งไทยและเมียนมาร์สามารถพักค้างคืนได้ 1 คืน ส่วนกำหนดการการเปิด-ปิดของจุดผ่อนปรนการค้า คือ 08.00-18.00 น. ในแต่ละวัน ทั้งนี้การเปิดด่านสิงขร เริ่มมีความชัดเจนนับตั้งแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นสักขีพยาน ลงนามบันทึกความเข้าใจ ต่อการสร้างสัมพันธ์ระหว่าง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กับ จ.มะริด ในเดือนตุลาคม 2557 
 
                         ด่านสิงขร ที่ผ่านมา มีสถานะเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้าระหว่างชายแดนไทยบ้านไร่เครา หมู่ 6 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เชื่อมกับ บ้านมูด่อง จ.มะริด ประชากร ทั้ง 2 ฝ่าย ข้ามไป-มาได้เพียงชายแดน ไม่สามารถเข้ามาถึงตัวเมือง กระทั่งยกระดับเป็นจุดผ่อนปรนการค้าพิเศษด่านสิงขร จึงให้สิทธิ์ในการที่จะเดินทางเข้าไปในพื้นที่ได้ลึกมากขึ้น 
 
                         ส่วนการค้าชายแดนไทย-เมียนมาร์ สินค้าที่โดดเด่น คือ เฟอร์นิเจอร์ไม้ กล้วยไม้ป่า อัญมณี ไข่มุก และสินค้าอุปโภคบริโภค โดยปัจจุบัน มีมูลค่าการค้าชายแดนปีละ 20 ล้านบาท ดังนั้นการเปิดเป็นจุดผ่อนปรนการค้าพิเศษ คาดว่าจะกระตุ้นให้มูลค่าการค้าชายแดนโตแบบก้าวกระโดด
 
                         เฉพาะอย่างยิ่งกับการเป็นประตูการค้าสัตว์น้ำ เพราะจากเดิมสินค้าจากมะริดต้องส่งทางเรือมาที่ จ.ระนอง ใช้เวลากว่า 20 ชั่วโมง และจาก จ.ระนอง ไปยัง จ.สมุทรสาคร แต่เมื่อเปลี่ยนประตูการค้ามาที่ด่านสิงขร เท่ากับว่าจะประหยัดเวลาการขนส่ง ส่วนโครงสร้างในการที่จะพัฒนาเพื่อรองรับขณะนี้ทางภาครัฐได้ดำเนินการขยายเส้นทางคมนาคมทางบก จัดทำเป็นถนน เข้าด่านแบบ 4 เลน และเตรียมให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ทำคลังขนถ่ายสินค้าที่ออกจากด่านสิงขร 
 
                         นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดกำลังพัฒนาพื้นที่บริเวณด่านสิงขร เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเป้าหมายอยู่ที่การผลักดันให้จุดผ่านแดนถาวรในโอกาสต่อไป และผลักดันให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในอนาคต เชื่อว่าจากนี้ไปมูลค่าทางเศรษฐกิจของภาคการค้าชายแดนจะขยายตัวมากยิ่งขึ้น ส่วนการพัฒนาให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งใหม่จะมีพื้นที่ 3 ตำบลของ อ.เมือง คือ ต.คลองวาฬ ต.ห้วยทราย และ ต.เกาะหลัก เพราะมีศักยภาพเพียงพอที่จะเป็นประตูเชื่อมไทย-เมียนมาร์ 
 
                         ด้านนายนิพนธ์ สุวรรณาวา ประธานที่ปรึกษาหอการค้าประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรื่องของการผลักดันให้เกิดจุดผ่านแดนถาวรด่านสิงขร ดำเนินการกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยความร่วมมือระหว่างจังหวัดและหอการค้า ดังนั้นการได้ยกฐานะเป็นช่องทางพิเศษ ก่อนที่จะไปสู่ด่านถาวร ก็ถือว่าเป็นแรงสนับสนุนที่สำคัญที่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ 
 
                         เช่นเดียวกับความเห็นของ น.ส.ลิษา อึ้งเห่ง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ กล่าวว่า การยกฐานะด่านสิงขรเป็นจุดผ่อนปรนทางการค้าพิเศษ จะส่งผลดีต่อต่อการท่องเที่ยวและการค้า เพราะทำให้การผ่านเข้าออกสะดวกขึ้น เท่ากับว่าประชากรของทั้ง 2 ฝั่ง จะมีพื้นที่ในการข้ามแดนมากขึ้น สามารถที่จะพักค้างคืนในจังหวัดได้
ลุ้น"เจดีย์สามองค์"ด่านถาวร
 
                         ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 ราชบุรี (สศก.10) ที่รวบรวมผลการศึกษาถึงการเติบโตทางด้านการส่งออก-นำเข้าสินค้าชายแดนไทย-เมียนมาร์ ในภาคสินค้าเกษตร ประจำปี 2557 ในส่วนของ จ.กาญจนบุรี หลังจากที่กระทรวงมหาดไทย ได้เปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน อ.เมือง เชื่อมกับด่านทิกิ เมืองทวาย รัฐตะนาวศรี เมียนมาร์ และจุดผ่อนปรนด่านเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี เชื่อมกับ พญาตองซู โดยพบว่าการส่งออกสินค้าผ่านทั้ง 2 ด่าน เข้าสู่เพื่อนบ้านคือเมียนมาร์ มีมูลค่ารวม 449 ล้านบาท 
 
                         สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ อาหารเสริมและนมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เครื่องปรุงรส น้ำมันปาล์ม ต้นกล้าสัก เครื่องจักรการเกษตร สุกรมีชีวิต และปุ๋ย สินค้าเหล่านี้ถือเป็นข้อจำกัดที่คู่ค้าไม่สามารถผลิตเองได้ ขณะที่ในแง่ของการนำเข้าสินค้าในรอบปี 2557 พบว่า มีมูลค่ารวม 57 ล้านบาท โดยสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ โค-กระบือมีชีวิต ไม้ไผ่ อาหารทะเล โดยเฉพาะโคมีชีวิต มีมูลค่าการนำเข้าเพิ่มขึ้นจากมูลค่า 25 ล้านบาท ในปี 2553 เป็น 45 ล้านบาทในปี 2557 เนื่องจากราคานำเข้าโคจากเมียนมาร์มีราคาถูกกว่าราคาซื้อขายโคในประเทศ ทำให้ผู้นำเข้าสนใจที่จะสั่งนำเข้าเพิ่มขึ้น
 
                         ส่วนอาหารทะเลมีแนวโน้มที่จะนำเข้าเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน เนื่องจากเมียนมาร์เป็นแหล่งอาหารทะเลที่มีความอุดมสมบูรณ์ ที่ไทยสามารถนำเข้ามาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปและส่งออกได้อีกด้วย ทั้งนี้ สินค้าประมงทะเลหรืออาหารทะเลที่นำเข้าทางจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อนที่เพิ่มขึ้น ทั้งเพื่อการบริโภคและส่งต่อไปให้แก่โรงงานแปรรูป 
 
                         ในภาคการค้าชายแดนของ จ.กาญจนบุรี นอกจากประตูนำเข้า-ส่งออก ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อน อ.เมือง แล้ว จุดผ่อนปรนชั่วด่านเจดีย์สามองค์ ก็กำลังเป็นเป้าหมายที่หลายฝ่ายต้องการให้ได้รับการยกฐานะสู่การเป็นประตูการค้าที่สมบูรณ์  
 
                         นายธีรชัย ชุติมันต์ ประธานหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า มีความมั่นใจว่าการยกฐานะจุดผ่อนปรนชั่วคราวด่านเจดีย์สามองค์สู่การเป็นจุดผ่านแดนถาวร จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพราะรัฐบาลชุดนี้ ได้ให้ความสำคัญสูงกับการพัฒนาเศรษฐกิจในส่วนภูมิภาค จะเห็นได้จากการผลักดันให้เกิดนโยบายด้านต่างๆ นับตั้งแต่การจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ กระจายไปยังทุกภูมิภาค ซึ่งจังหวัดที่อยู่ในแผนดังกล่าวก็ล้วนแต่มีพรมแดนเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน กระทั่งการให้ความสำคัญกับการจัดทำเส้นทางคมนาคมหรือแม้แต่พัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมภูมิภาค และระหว่างประเทศเข้าด้วยกัน
 
                         "หากได้รับอนุมัติให้เปิดด่านถาวรเพิ่ม เท่ากับว่ากาญจนบุรีจะมีประตูการค้าที่สมบูรณ์แบบ เพราะเส้นทางจากเจดีย์สามองค์จะเชื่อมไปได้ถึงเมืองทันพยูไซยัค ไปจนถึง มะละแหม่ง ที่มีสถานะเป็นเมืองท่าการค้าที่สำคัญของพม่า ความแตกต่างระหว่างพุน้ำร้อนก็คือเชื่อมกับทวาย เป็นการเปิดเส้นทางขนส่งทางบกในฝั่งไทยไปออกสู่ทะเลที่ฝั่งพม่า ขณะที่ด่านเจดีย์สามองค์ คือ การเชื่อมการขนส่งทางบกระหว่างพื้นที่เข้าด้วย ซึ่งปลายทางที่มะละแหม่งนั้น ถือว่าเป็นพื้นที่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญของพม่า เมื่อมีการเปิดจุดผ่านแดนถาวรเกิดขึ้น ก็จะกระตุ้นให้มูลค่าการค้าชายแดนทางนี้เติบโต"
 
                         นายธีรชัย กล่าวว่า ภาคการค้าชายแเดน มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจให้แก่จังหวัด ทั้งยังจะสร้างฐานะสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในฝั่งตะวันตก ที่ผ่านมานับจากการเปิดด่านถาวรพุน้ำร้อน ก็เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงต่อเศรษฐกิจแล้วว่ามีผลตอบรับที่เป็นไปทางบวกเกิดกิจกรรมทางด้านการค้ากับพื้นที่ซึ่งเป็นไปอย่างคึกคัก และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าจะส่งผลดีเชื่อมโยงไปถึงจังหวัดใกล้เคียงที่จะใช้เป็นประตูเพื่อนำเข้าและส่งออกด้วย ไม่จำกัดอยู่เพียงกาญจนบุรีอย่างแน่นอน และพื้นที่ซึ่งจะเห็นผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจโดยตรงก็คือ อ.สังขละบุรี โดยเฉพาะการใช้เป็นพื้นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรม
 
                         ขณะที่ นายธวัชชัย ประยูรสิน ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 10 ราชบุรี (สศก.10) กล่าวว่า การจัดตั้งด่านการค้าถาวรเจดีย์สามองค์ อ.สังขละบุรี จะเป็นการเปิดประตูการค้าอีกด้านให้แก่จังหวัด ที่ผ่านมาการเป็นจุดผ่อนปรนชั่วคราวแน่นอนว่าเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจอยู่แล้ว แต่หากยกฐานะเป็นด่านถาวร ในทางปฏิบัติแล้วก็คือการที่จะสนับสนุนกลไกทางด้านต่างๆ ที่จะเข้ามาช่วยภาคการค้าทั้งนำเข้า-ส่งออก ให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาการค้าในช่องทางนี้อาจจะเน้นไปที่สินค้าเกษตร ทั้งนำเข้าและส่งออก แต่เมื่อเปิดเป็นด่านถาวรก็มีช่องทางที่จะพัฒนาไปสู่การส่งออก-นำเข้าในกลุ่มอื่นๆ แม้แต่การนำเข้าวัตถุดิบมาใช้เพื่อแปรรูปให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมในฝั่งไทย    
 
                         เหล่านี้นับเป็นความเคลื่อนไหวและผลพวงจากนโยบายรัฐบาลในเรื่องเศรษฐกิจพิเศษ..ที่เกิดขึ้นกับภาคการค้าชายแเดนทั้งประจวบคีรีขันธ์และกาญจนบุรี
 
 
 
 
 
--------------------
 
(จุดผ่อนปรนพิเศษ พื้นที่ ศก.เชื่อมเมียนมาร์ : โดย...ทีมข่าวภูมิภาค)