ข่าว

‘รอง ผบ.ตร.’ลงพื้นที่ติดตามพบหลุมศพโรฮิงยา

‘รอง ผบ.ตร.’ลงพื้นที่ติดตามพบหลุมศพโรฮิงยา

02 พ.ค. 2558

"พล.ต.อ.เอก"ลงพื้นที่ประชุมผู้เกี่ยวข้องเร่งสางคดีพบหลุมศพฝังโรฮิงญา ด้านรอง ผบช.ภ.9 เชื่อเครือข่ายค้ามนุษย์ที่นครศรีฯ-สงขลาเชื่อมโยงกัน

 
          วันที่ 2 พ.ค.58 ความคืบหน้าจากการพบหลุมศพ  30 หลุม บนเขาในพื้นที่ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ที่สงสัยว่าน่าจะเป็นหลุมฝังศพชาวโรฮิงญา  ที่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มค้ามนุษย์ ล่าสุดเช้าวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ ตชด. ตำรวจภูธรภาค 9ตำรวจ สภ.ปาดังเบซาร์ ได้ร่วมประชุมหารือกันเพื่อเตรียมพร้อมปูนพรมเข้าตรวจค้นพื้นที่บนยอดเขาบริเวณรอยต่อพรมแดนไทย-มาเลเซีย บริเวณปาดังเบซาร์ อ.สะเดา ทั้งหมด เพื่อทลายแหล่งพื้นที่พักพิงที่มีข้อมูลเชิงลึกว่า มีแคมป์หรือแหล่งพักพิงอยู่อีก
 
          ขณะเดียวกัน เวลา 09.00 น.วันนี้ ที่ สภ.ปาดังเบซาร์ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี นำทีมเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์เอกลักษณ์ เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับทราบถึงความคืบหน้าและติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนจะเดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
 
          พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รอง ผบช.ภ.9 กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกลุ่มเครือข่ายค้ามนุษย์ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช อยู่ ว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับที่สงขลาหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นเชื่อว่าเชื่อมโยงกัน แต่ในส่วนของพื้นที่สงขลานั้น เชื่อว่าน่าจะเป็นกลุ่มรีดไถเงิน ตอนนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบอยู่
 
          ส่วนเรื่องหลุมศพ  ที่ตรวจสอบพบนั้น จะเร่งดำเนินการขุดศพขึ้นมาตรวจพิสูจน์ว่าเป็นกลุ่มชาวโรฮิงญาหรือไม่ ส่วนการพิสูจน์อย่างละเอียดนั้น ก็ต้องรอเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์เอกลักษณ์ที่มี พล.ต.อ.จรัมพร ดูแลอยู่พิสูจน์ก่อนถึงจะชัดเจน
 
          "กรณีที่สงสัยว่า ทำไมเพิ่งจะมีการตรวจพบสถานที่กักกันหรือแคมป์  เนื่องจากแคมป์ในลักษณะนี้จะมีการเคลื่อนไหว เคลื่อนย้ายจุดไปตามสถานที่ต่างๆอยู่ตลอดเวลา ทำให้การตรวจสอบยากลำบาก อย่างไรก็ตามขณะนี้ก็ได้สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกันออกตรวจสอบแล้ว  สำหรับชาวโรฮิงญา  ที่เจ้าหน้าที่ไปพบเจอในสถานที่ดังกล่าว 1 คน ซึ่งได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลนั้น จากการสอบถามทางเจ้าหน้าที่ได้ประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มบุคคลและเครือข่าย รวมถึงเส้นทางลำเลียงเข้ามายังไทยชัดเจนมากขึ้น"  พล.ต.ต.เอกภพ  กล่าว




เผยขุดหลุมศพ 8 พบร่างเพียง 4 ศพ คาดเกี่ยวข้อง กับคดีที่นครศรีฯ
 
          พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  เปิดเผยว่า  ในการพิสูจน์หลุมศพ  ชาวโรงฮิงญา ขณะนี้ได้มีการขุดหลุมฝังศพไปแล้ว 8 หลุม  พบศพ 4 ศพ และได้ส่งไปตรวจพิสูจน์ทราบว่าเป็นใครและสาเหตุการตาย ส่วนแนวทางการคลี่คลายคดีนี้ได้วางไว้ 3 แนวทาง คือ จะต้องเร่งรัดทั้งคดีที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่มีการแจ้งความลักพาตัวชาวโรฮิงญาไปเรียกค่าไถ่ ซึ่งมีการออกหมายจับแล้ว 4 คน ส่วนที่สองคือการตรวจโครงกระดูกที่พบในบริเวณสุสานฝังศพบนเทือกเขาแก้วต.ปาดังเบซาร์  อ.สะเดา จ.สงขลา ว่าเป็นใครและสาเหตุการตายและเกี่ยวข้องกับใครบ้างเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี ส่วนที่สามคือการสอบสวนชาวโรฮิงญาที่ป่วยอยู่ในแคมป์เพื่อพิสูจน์ว่า พื้นที่ดังกล่าวมีใครเข้ามาเกี่ยวข้องและเป็นการทำผิดตามกฏหมายอย่างไร นอกจากนี้จะต้องมีการพิสูจน์ทราบพื้นที่บนเทือกเขาแก้ว ซึ่งเป็นรอยต่อชายแดนไทยมาเลเซียว่ายังมีชาวโรฮิงญาหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่เพื่อให้การช่วยเหลือต่อไป
 
          พล.ต.อ.เอก เปิดเผยว่า ขณะมีการรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งได้ข้อมูลบางส่วนแล้ว และการพบแคมป์และสุสานชาวโรฮิงญาในพื้นที่ต.ปาดังเบซาร์นั้นกรอบการสอบสวนจะเชื่อมโยงกัน ทั้งคดีเรียกค่าไถ่ที่อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช คดีฆ่านายหน้า 2 ศพในพื้นที่ จ.สตูล และ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา  เมื่อปลายปีที่ผ่านมา สำหรับแนวทางหลังจากนี้หากพบว่าเป็นการค้ามนุษย์ก็จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด รวมทั้งการจัดการกับศพที่พบตามหลักฐานศาสนาอิสลาม และจะต้องช่วยเหลือชาวโรฮิงญาที่อาจหลงเหลืออยู่ในพื้นที่
 
          พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า ขั้นตอนหลังจากที่มีการขุดศพทั้งหมดขึ้นมาจะต้องตรวจหาสาเหตุการตาย และเก็บดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลนำไปเปรีบเทียบกับบุคคลต้องสงสัย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนศพที่พบ ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ถึงสาเหตุการตายเนื่องจากสภาพศพแตกต่างกันในเรื่องของเวลา
 
          ส่วนความคืบหน้าการขุดหลุมศพในวันนี้ทาง พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมทีมแพทย์และหน่วยกู้ภัยได้ขึ้นไปขุดหลุมศพที่เหลืออยู่ทั้งหมดหลังจากที่ขุดไปแล้ว 8 หลุม และพบเพียง 4 ศพจากนั้นจะนำเข้าสู่การตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตายและเก็บดีเอ็น ด้านการสอบสวนเพื่อสาวไปยังกลุ่มนายหน้าและผู้นำพาชาวโรฮิงญา มาอยู่ที่แคมป์แห่งนี้นั้นทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเผยว่า ขณะนี้พอทราบตัวกลุ่มนายหน้าและผู้นำพาแล้วซึ่งมีอยู่ 3-4คน แต่ยังขาดพยานและหลักฐานที่จะเชื่อมโยงไปถึงซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การออกหมายจับ และเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่มีการจับกุมชาวโรฮิงญาในพื้นที่อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราชไปเรียกค่าไถ่
 
          สำหรับการพบแคมป์และหลุมฝังศพชาวโรฮิงญาบนยอดเขาแก้วนั้นสืบเนื่องมาจากญาติของชาวโรฮิงญา ได้ไปแจ้งความกับตำรวจภูธรภาค 9 ว่ามีญาติจำนวน 2 คนถูกนำตัวมากักขังที่บริเวณดังกล่าว ชื่อ นายรอฟิต กับ นายคาซิน ซึ่งญาติได้ส่งเงินให้กับขบวนการเพื่อไถ่ตัว แต่ปรากฏว่านายคาซิน ถูกฆ่าตาย ส่วนนายรอฟิตหนีไปได้ ญาติจึงได้เข้ามาแจ้งความต่อตำรวจภาค 9 เพื่อเข้าตรวจสอบกระทั่งมีการขยายผลตรวจพบแคมป์ที่กักกันและสุสานบนยอดเขาแก้ว





 

ผบ.ทบ.สั่งจนท.ประสานนิติเวชเร่งพิสูจน์์ 30ศพโรฮิงญา
 
 
          พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ประสานหน่วยงานทางนิติเวช เข้าตรวจสาเหตุของการเสียชีวิตชาวโรฮิงญา ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบหลุมฝังศพกว่า 30 หลุมบริเวณภูเขาลูกช้างบ้านตะโละ ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยปฎิบัติงานควบคู่กับการงานด้านการข่าวเพื่อหารายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อขยายผลดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป ตลอดจนการติดตามกลุ่มลักลอบนำพาผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในพื้นที่มาดำเนินคดี เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล และตามสั่งการของ นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.รมน.