
พ่อหมออีฟหลั่งน้ำตาภูมิใจในตัวลูกสาว
02 พ.ค. 2558
พ่อ"หมออีฟ" หลั่งน้ำตาภูมิใจในตัวลูกสาว ทำตามฝันสำเร็จ
วันที่ 2 พ.ค.58 จากกรณีนายอาคม และ นางวีรุดา จีรวงศ์ไกรสร พร้อมด้วยญาติและเพื่อนสนิท เดินทางมารับศพของผู้ช่วยแพทย์หญิงมาริสา หรือหมออีฟ จิรวงศ์ไกรสร อายุ 29 ปี ผู้ช่วยประจำคณะนักปีนเขาที่เสียชีวิตในเหตุการณ์แผ่นดินไหวบนเทือกเขาเอเวอร์เรสต์ ถูกส่งถึงประเทศไทยแล้วที่สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG 320 เมื่อเวลา 20.10 น.วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า จากนั้นได้นำศพไปไว้ที่นิติเวช รพ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ ก่อนทางญาติจะมีพิธีทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์ครบรอบ 7 วัน ในวันที่ 2 พ.ค. ที่วัดเทพลีลา ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด ที่ศาลากุฏิพิพัฒนปริยัตสุนทร 4 วัดเทพลีลา เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 พ.ค. นายอาคม และ นางวีรุดา จีรวงศ์ไกรสร พ่อแม่ พร้อมด้วยญาติและเพื่อนสนิท ของผู้ช่วยแพทย์หญิงมาริสา หรือ หมออีฟ จิรวงศ์ไกรสร นำรูปภาพของบุตรสาวมาวางตั้ง ประกอบพิธีทำบุญเลี้ยงพระสงฆ์จำนวน 10 รูป โดยมีการถวายสังฆทานและอาหารแห้ง ก่อนร่วมกันกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลถึงผู้ตาย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศรกเศร้า พร้อมทั้งให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกด้วย
ด้านนายอาคม เปิดเผยกับทีมข่าวเนชั่นว่า ตั้งแต่ลูกสาวเกิดมาครอบครัวจะมอบความรักความห่วงใยให้เป็นพิเศษเนื่องจากเป็นลูกคนสุดท้อง ที่สำคัญลูกสาวเกิดวันที่ 24 ธ.ค. ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกวัน “คริสต์มาสอีฟ” จึงตั้งชื่อว่า “ลูกอีฟ” มีหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเป็นที่รักใคร่ของพ่อแม่มาก เป็นเด็กที่ว่านอนสอนง่าย การศึกษาอยู่ในเกณฑ์ดีเลยทีเดียว ในวัยเด็กชื่นชอบเล่นดนตรี เต้นรำ เคยไปเรียนรำไทย เรียนภาษาไทยกับศูนย์วัฒนธรรมไทย ที่นิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา จนเคยแสดงรำออกรายการโทรทัศน์ในประเทศไทย และชื่นชอบการรับประทานอาหารไทยเป็นพิเศษ ตลอดระยะเวลานับสิบปี และทุกๆ ปีจะพาลูกกลับมายังประเทศไทยเสมอ ซึ่งเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมไทย แต่ไม่เคยคาดคิดว่าโตขึ้นมาจะชื่นชอบการกีฬาปีนเขาแต่อย่างใด
นายอาคม กล่าวอีกว่า ลูกสาวเป็นคนรักเพื่อนฝูง และเป็นที่รักใคร่กับทุกคน โดยระยะสองปีที่ผ่านมานี้ลูกสาวติดใจชื่นชอบกีฬาปีนเขาเป็นอย่างมาก ได้ไปร่ำเรียนวิชาปีนเขา และได้ออกเดินทางไปปีนเขาในหลายๆแห่ง นอกจากนี้ยังเคยไปฝึกกระโดดร่มที่เมืองชิคาโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย ซึ่งลูกสาวตนเป็นคนชื่นชอบกีฬาที่ท้าทาย ล่าสุดเมื่อปีที่แล้วลูกสาวต้องเพิ่มวิชาเลือกเรียนทางการแพทย์ และได้เลือกเรียนการแพทย์ทางปีนเขา จนได้ร่วมทริปกับคณะแพทย์ปีนเขาซึ่งติด 1 ใน 15 คน แต่ตนก็รู้สึกแปลกใจที่ลูกสาวสามารถปรับสภาพร่างกายตามภูมิอากาศได้อย่างดี ทั้งที่เป็นคนรูปร่างเล็ก ส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงลูกสาวมาก เพราะแต่ละครั้งต้องเสี่ยงขึ้นเครื่องบินเล็กเพื่อไปลงตามจุด แล้วในแต่ละแห่งมีความเสี่ยงสูง ผมเองมีความภูมิใจที่ลูกสาวขึ้นไปบนยอดภูเขาครั้งแรกสำเร็จ และเคยบอกกับลูกว่าครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว แต่ลูกสาวเคยพูดกับเพื่อนๆ ว่าสักวันหนึ่งจะนำธงชาติไทยไปปักบนยอดเขาให้ได้
นายอาคม กล่าวต่อไปว่า สำหรับความใฝ่ฝันของบุตรสาวนั้นคือการทำความดี จึงเลือกที่จะศึกษาวิชาทางการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งถือว่าเป็นงานที่หนักมีความกดดันสูง และได้อาสาสมัครเป็นแพทย์ฉุกเฉินที่ขึ้นไปปีนเขา ซึ่งตนรู้สึกภูมิใจในตัวลูกมาก หากไม่เกิดเหตุการณ์นี้ครอบครัวจะมีความภูมิใจมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยก่อนหน้านี้ทางครอบครัวได้ตกตลงกันไว้ว่าหากลูกสาวทำความไฝ่ฝันครั้งนี้สำเร็จจะไปฉลองกันที่บ้านพี่สาวของเค้าที่ประเทศฝรั่งเศส แต่กลับมาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเสียก่อน อีกทั้งล่าสุดลูกๆตนได้ตั้งกองทุนให้เพื่อนฝูงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ในการร่วมบริจาคภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลครั้งนี้ สำหรับผู้ที่บริจาคที่เมืองไทยจะมอบให้กับสภากาชาติไทยไปช่วยเหลืออีกแรงหนึ่ง
“ส่วนตัวแล้วพ่อมีภูมิในตัวลูกที่ได้ทำตามความฝันในการทำความดี แต่ก็เสียดายเพราะยังมีอนาคตที่ดี จากทั้งอาชีพการงานของเค้า อย่างไรก็ตามตนอยากขอบคุณคนไทยที่มีการตั้งเพจในเฟซบุ๊คชื่นชมลูกสาว และให้กำลังใจครอบครัวผมตลอดมา ตนจึงได้พาลูกสาวกลับมายังประเทศไทย” นายอาคม ผู้เป็นพ่อกล่าวทั้งน้ำตา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนี้ทางครอบครัวจะนำศพของผู้ช่วยแพทย์หญิงมาริสาไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาคริสต์ ในวันที่ 6-7 พฤษภาคม ที่วัดพระมหาไถ่ ก่อนจะนำกลับมาทำพิธีสวดพระอภิธรรม วัดจันทร์แก้วฟ้า ศรีพระยา และฌาปนกิจศพ ในบ่ายวันที่ 9 พฤษภาคม ที่จะถึงนี้



