
นายกฯเปิดงานวันแรงงานรับ11ข้อเสนอ
01 พ.ค. 2558
"นายกฯ" เปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ บอกทุกวันเป็นวันแรงงาน ที่รบ.ต้องรับใช้ประชาชน รับข้อเสนอ 11 ข้อ แจง ต้องใช้เวลาบ้าง ลั่น พาไทยเป็นมหาอำนาจในอาเซียน
วันที่ 1 พ.ค.58 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ปะรำพิธีท้องสนามหลวง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีเปิดงานวันแรงงานแห่งชาติ ปี 2558 ภายใต้คำขวัญวันแรงงานแห่งชาติปี 2558 ‘แรงงานไทยปรองดองเฉลิมฉลองจักรีวงศ์รณรงค์สู่อาเซียน’ โดยมี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายนคร ศิลปอาชา ปลัดกระทรวงแรงงาน ข้าราชการ ตัวแทนสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย 14 องค์กร องค์กรรัฐวิสาหกิจ และเครือข่ายแรงงานนอกระบบ ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า การที่ตนมายืนอยู่ตรงนี้เพราะความจำเป็นหลายๆ เรื่องและอยู่ระหว่างการแก้ทุกปัญหาและถือว่าปัญหาของแรงงานมีความสำคัญที่สุด ตนเป็นทหารมา 38 ปี รวมกับสมัยเมื่อเป็นนักเรียนนายร้อย 5 ปีและเตรียมทหาร 2 ปี รวม 45 ปี เห็นแรงงานผ่านหน้าอยู่เกือบทุกวันและทราบดีว่าเดือดร้อนทุกวัน จึงต้องนำปัญหาที่มีอยู่มาคลี่เพื่อมาจัดระเบียบการบริหารงานใหม่ให้ได้ ตนและรัฐบาลปัจจุบันถือว่าวันแรงงานสำหรับรัฐบาลมีทุกวันไม่ใช่แค่ 1 พฤษภาคมเพียงอย่างเดียว หน้าที่ของรัฐบาลคือการทำงานรับใช้ทุกคนในทุกๆ วัน เพื่อให้ทุกคนมีความสุข รัฐบาลพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนมีชีวิตมีรายได้และสวัสดิการที่ดี มีอาชีพที่ดีให้กับคนไทยทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ข้อเสนอทั้ง 11 เรื่องยินดีรับมาทุกเรื่องและจะพิจารณา ซึ่งบางอย่างสามารถทำได้เลย บางอย่างอาจต้องใช้เวลาบ้างแต่จะพิจารณาให้ทุกเรื่องและเชื่อว่าหลายๆ อย่างจะดีขึ้นอย่าลืมว่าเศรษฐกิจเราไม่ได้ยืนอยู่ได้เพียงคนเดียว
“รายได้ของประเทศทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ประมาณ 3 แสนกว่าล้านบาทได้มาจากการส่งออกทั้งหมด 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการลงทุนมีทั้งจากไทยและต่างประเทศ ซึ่ง 70 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ประเทศ ส่วนที่เหลือคือธุรกิจเอสเอ็มอีที่ไม่ใช่การลงทุนขนาดใหญ่อีก 2.6 ล้าน บริษัทจดทะเบียนกับรัฐบาลเพียงแค่ 6 แสนกว่าบริษัทอีก 2 ล้านกว่าบริษัทไม่ได้จดทะเบียน แต่ก็อยู่ในห่วงโซ่การผลิตของประเทศ รัฐบาลจำเป็นต้องดูแลทั้งหมด สิ่งที่ผมกำลังคิดคือทำอย่างไรจะลดรายจ่าย โดยจะพยายามหาสินค้าราคาถูกมาจัดจำหน่ายโดยของความร่วมมือกับบริษัทต่างๆ มาจำหน่ายให้ผู้มีรายได้กลุ่มของแรงงาน เราจะดูแลคนไทยเป็นหลัก ซึ่งอาจเป็นสินค้าที่มีบรรจุภัณฑ์ที่ไม่สวยงามแต่คุณภาพเหมือนเดิม แต่ห้ามนำไปขายต่อ รวมทั้งกำลังจะตั้งร้านค้าอาหารราคาประหยัดโดยจะนำผลิตภัณฑ์ที่ทหารเพาะปลูกมาตั้งที่หน้าหน่วยงานทหารหรือกระทรวงต่างๆ เพื่อที่ทุกคนจะได้มีเงินเหลือเก็บ” นายกฯ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า อย่าลืมว่าเรายังมีแรงงานต่างชาติอีกกว่าล้านคน ซึ่งการจดทะเบียนยังไม่เรียบร้อย ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการจัดการบ้าง ยืนยันว่ารัฐบาลแก้ปัญหาทั้งระบบ แต่เราให้ความสำคัญกับแรงงานไทยในการแก้ไขปัญหาสำคัญเร่งด่วนสูง และตั้งแต่ตนเข้ามามีโรงงานที่ลงทุนผ่านบีโอไอภายในระยะเวลา 3 ปีขึ้นมากกว่าหมื่นโรงงาน อนาคตถ้าเราพัฒนาตัวเองและมีความเข้มแข็งมีระบบกฎหมายที่ดีทุกคนจะมีงานทำ ซึ่งในปีหน้าโรงงานที่จะเกิดขึ้นกว่า 2 พันกว่าโรงงานก็อยากให้เป็นแรงงานไทยทั้งหมด ซึ่งเราก็ต้องเตรียมความพร้อมตัวเอง ต่อไปทุกคนจะได้รับสิทธิต่างๆ เท่าเทียมกันทั้งหมด แต่จะต้องมีการพัฒนาฝีมือตัวเองขึ้นไปอีก และอยากให้แรงงานไทยพัฒนาตัวเองไปอยู่ระดับหัวหน้าและตนมีคำสั่งประสานไปยังภาคเอกชนให้มีการพัฒนาฝีมือแรงงานจะได้ไม่เกิดปัญหา
“สิ่งที่เราทำได้ในวันนี้คือการที่เราเข้ามาใช้อำนาจในทางสร้างสรรค์ แก้ปัญหาและขจัดปัญหาเร่งด่วน 5 เดือนในตำแหน่งหัวหน้าคสช. 6 เดือนกว่าในตำแหน่งรัฐบาลได้แก้ปัญหาสิ่งที่เกิดความวุ่นวาย ความแตกแยก ความสามัคคี ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาความยากจน ผมเป็นสุภาพบุรุษ เป็นลูกผู้ชายอดีตชายชาติทหารพูดอะไรก็ต้องทำ ผมไม่ใช่นักการเมืองที่พูดแล้วไม่ทำ วันนี้ผมไม่ต้องการคะแนนเสียงจากพวกท่านเพราะผมไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ต้องแก้ไขปัญหาต่างๆ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นวันข้างหน้าก็จะเป็นเช่นนี้อีกทั้งการเดินขบวน วันนี้เรารู้ว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร ผมจะวาดอนาคตไว้ให้ทุกคน ดังนั้นทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตครั้งนี้ไม่ปล่อยให้ใครเป็นคนกำหนดชะตากรรมของท่านโดยใครก็ไม่รู้ วันนี้ผมอายุ 60 ปีจะแก้ไขอะไรได้บ้างก็ยังไม่แน่ เพราะระบบประชาธิปไตยบ้านเรากำลังมีปัญหา ทำให้ประชาชนและแรงงานทั้งหมดกลายเป็นกลุ่มเสียงแรงงาน เนื่องจากต้องไปสนับสนุนกลุ่มการเมืองแต่ละฝ่ายทำให้ความเข้มแข็ง อำนาจการต่อรองลดลง การที่ผมเข้ามาเป็นรัฐบาลปัจจุบันไม่ได้ต้องการอะไรเลย สลึงค์เดียวก็ไม่ต้องการ มีแต่อยากจะให้ ให้ประชาชนและประเทศชาติ ผมคิดมาตลอด 11 เดือนที่ผ่านมา ทุกคนรู้ดีว่าปัญหาที่มีอยู่เกิดขึ้นยาวนานเป็นศตวรรษและใกล้ที่จะเกิดขึ้นเหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะเดี๋ยวก็จะมีประชาธิปไตยและการเลือกตั้งก็เป็นเรื่องของทุกคน ผมก็จะทำหน้าที่ของผมจนถึงวาระที่ผมไม่ได้ทำ โดยจะวางพื้นฐานไว้จากการปฏิรูป” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ตนพูดเยอะแต่ก็ทำทั้งหมด มีทั้งส่วนที่ทำสำเร็จแล้ว ทั้งเริ่มต้นและอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อส่งต่อ วันนี้ถ้าตนไม่รักคนไทยทุกคนแล้วจะรักใคร ตนต้องการทำให้ประเทศเข้มแข็ง ซึ่งการเดินทางไปต่างประเทศเขาพอใจประเทศไทยว่ามีเสถียรภาพ มีความชัดเจน มียุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน วันนี้อัตราการว่างงานของประเทศอาจจะน้อยที่สุดในโลก ซึ่งเราว่างงานน้อยที่สุดในอาเซียน และงานในส่วนที่ผิดกฎหมายลดลงจำนวนมาก เพราะรัฐบาลสามารถจัดระเบียบได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การดำเนินการต่างๆ มีความคืบหน้าแต่ก็ยังมีการถกเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่พูดกันว่าประชาชนได้อะไร อย่าลืมว่าประชาชนคือศูนย์กลางตามนโยบายที่ตนประกาศไว้ เพราะไม่ว่าจะทำอะไรประชาชนจะต้องได้และต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ โดยข้าราชการต้องลดการปฏิบัติมาเป็นผู้อำนวยความสะดวก ตนต้องการให้ประเทศไทยเป็นมหาอำนาจในอาเซียนให้ได้เพราะเรามีความพร้อมในทุกๆ ด้านทั้งภูมิศาสตร์และด้านต่างๆ แต่เราจะไม่ทิ้งอาเซียนไว้ข้างหลัง และขอคำสัญญาจากทุกคนว่าอย่าปล่อยให้ใครมากำหนดชะตากรรมของคนไทย ส่วนข้อเรียกร้องทั้ง 11 เรื่องไม่ต้องห่วงแต่อาจต้องใช้เวลาบ้างขอร้องว่าอย่าเพิ่งมาประท้วง นายจ้างก็ต้องดูแลลูกจ้างด้วย หากนายจ้างไม่ดีก็มีช่องทาง
“ขอร้องว่าหากมีอะไรให้มาพูดคุยกัน อย่าเพิ่งประท้วงร้านไหนที่ขายราคาแพงเกินความจำเป็นก็ขอให้บอกม าผมหรือรัฐบาลจะไปปิดมันเดี๋ยวนั้น ตอนนี้พยายามคุมทุกอย่างแต่ยอมรับว่าทุกอย่างคุมไม่ได้ เจ้าหน้าที่พยายามเดินในทุกตลาด ในส่วนของข้าราชการถ้าไม่ดีขอให้บอกมาเพราะข้าราชการก็คือข้าราชการเป็นตัวแทนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำงานต่างพระเนตรพระกรรณ ต้องทำงานให้ประชาชน ส่วนผมจะอยู่ตรงกลางเพื่อกำกับดูแลทั้งหมด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของค่าจ้างแรงงานอย่างไรไม่ให้ต่ำกว่า 300 บาทแน่นอน อย่างน้อยเดือนหนึ่งต้องไม่ต่ำกว่า 9,000 บาท ซึ่งไม่มีการเสียภาษีอย่างแน่นอน อย่าไปเชื่อใครวันนี้ที่พูดทั้งหมดถือเป็นการเปิดใจ ปกติจะพูดกับทหารพูดสั้นนิดเดียว แต่ถ้าทำผิดวินัยก็ขังทันที ยืนยันว่าไม่เคยคิดทำร้ายประชาชน วันนี้ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันและฟังในสิ่งที่ตนพูดเพราะถ้าไม่ฟังก็ไม่รู้และไม่คิด คิดร่วมกันไม่ได้ อย่ามาให้เขาว่าคนไทยว่าสมาธิสั้น ฟังสั้นๆ คิดสั้นๆ คิดไปข้างหน้าไม่เป็นไม่รู้อนาคตไม่สามัคคี ทุกจริตเราต้องร่วมมือกันขจัดสิ่งเหล่านี้ให้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานก่อนนายกฯจะเดินทางมาถึงผู้ใช้แรงงานกว่า 500 คนความยาวกว่า 1 กิโลเมตร ร่วมกันเดินขบวนเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เคลื่อนจากบริเวณสะพานมัฆวาน ถนนราชดำเนินนอกมายังสนามหลวง ขณะที่กลุ่มผู้ใช้แรงงานในปีนี้มีข้อเสนอต่อรัฐบาล 11 ข้อ ได้แก่ 1.รัฐต้องให้ความรับรองอนุสัญญาฉบับที่ 87 และ 98 , 2.เร่งดำเนินการนำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ,3.ตรากฎหมายตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้ลูกจ้างฯ , 4.ยกเว้นการเก็บภาษีเงินได้กรณีค่าชดเชยของลูกจ้างเอกชนฯ , 5.สนับสนุนและผลักดันกฎหมายพัฒนารัฐวิสาหกิจ , 6.ตราพระราชกฤษฎีกาการจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบ เพื่อเป็นกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างฯ , 7.ยกระดับสำนักความปลอดภัยแรงงานเป็นกรม , 8.ปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม , 9.ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเนื่องจากผลสำรวจค่าใช้จ่ายแรงงานปัจจุบันอยู่ที่วันละ 360 บาท จึงขอให้คณะกรรมการค่าจ้างพิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจาก 300 บาท เป็น 360 บาท ในวันที่ 1 มกราคม 2559 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ใช้แรงงานทุกคน , 10.สนับสนุนมูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย และ 11.แต่งตั้งคณะทำงานติดตามข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติปี 2558



