ข่าว

‘บิ๊กต็อก’ขีดเส้น20หน่วยงานแก้ปัญหารุกป่า

‘บิ๊กต็อก’ขีดเส้น20หน่วยงานแก้ปัญหารุกป่า

01 พ.ค. 2558

“บิ๊กต็อก”ขีดเส้น 20 หน่วยงานวางแนวทางแก้ปัญหาบุกรุกป่าภายใน 15 พ.ค. ให้ยึดเขตแนวของก.ทรัพย์ฯเป็นมาตรฐาน พร้อมให้ความเป็นธรรม-เยียวยาเอกชนซื้อที่ดินที่มีเอกสาร

   
          วันที่ 1 พ.ค.58 พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตในภาครัฐ (ศอตช.)ได้รับมอบหมายอำนาจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายป่าและทรัพยากรธรรมชาติมีหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วม ประกอบด้วย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงคมนาคมกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานในสังกัด
   
          พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมครั้งแรกเป็นเพียงการสรุปภาพรวมสถานการณ์ วิธีการทำงาน รวมถึงข้อขัดข้องกลไกที่ติดขัดและสั่งการให้ทุกหน่วยงานสำรวจแนวเขตพื้นที่ในความรับผิดชอบของตัวเองเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมอีกครั้งในวันที่15 พ.ค. โดยกระทรวงทรัพย์ฯจะเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแนวเขตพื้นที่ป่าทั่วประเทศ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าหน่วยงานกำหนดแนวเขตล้ำพื้นที่ป่าหรืออุทยานอย่างไร ทั้งนี้เมื่อได้แนวเขตหลักของกระทรวงทรัพย์ฯจะนำมาใช้เป็นมาตรฐานดำเนินคดีกับผู้บุกรุกทั้งส่วนที่มีเอกสารสิทธิ์และไม่มีเอกสารสิทธิ์ โดยผู้ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์จะดำเนินการได้ง่าย ส่วนผู้ที่มีเอกสารสิทธิ์ต้องเข้าไปดูว่าเจตนาบุกรุกหรือไม่ เพราะบางกรณีเป็นการซื้อที่ดินมาจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งยืนยันว่ารัฐจะมีมาตรการเยียวยา ระหว่างนี้ผู้ที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องสามารถเข้าชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการนำหลักฐานเข้าชี้แจงกับเจ้าหน้าที่
 
          “รัฐเข้าใจดีว่ามีการดำเนินธุรกิจหลังซื้อที่ดินจากกรมบังคับคดี จึงอยากทำความเข้าใจว่ายังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารสิทธิ์ออกมาโดยไม่ถูกต้องก็ต้องมีการแก้ไขโดยรัฐจะเข้าไปดูแลให้เกิดความเป็นธรรม และหากมั่นใจว่าเอกสารสิทธิ์ที่ตนเองถืออยู่ถูกต้องสามารถเข้าชี้แจงกับเจ้าหน้าที่รัฐได้โดยไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ ยอมรับว่าเอกสารสิทธิ์บางแห่งมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยการแก้ปัญหาต้องใช้เวลาเพราะปัญหาหมักหมมมานาน 10-30 ปี เจ้าหน้าที่คนที่ออกเอกสารสิทธิ์หลายรายก็พ้นจากหน้าที่ไปแล้ว”พล.อ.ไพบูลย์กล่าว
   
          พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ปัญหาการบุกรุกส่วนหนึ่งมาจากเจ้าหน้าที่รัฐของหลายหน่วยงานมีไม่เพียงพอในการดูแลพื้นที่ของตัวเอง เช่น กระทรวงเกษตรดังนั้นจึงให้ประสานกับหน่วยงานภายในสังกัด อาทิ เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล ให้เข้าไปช่วยเสริมการดูแลที่ดินในเขตส.ป.ก. ขณะเดียวกันได้ขอให้กระทรวงมหาดไทยสั่งการไปยังผู้นำท้องถิ่นให้ช่วยดูแลเป็นหูเป็นตาด้วยอีกทางหนึ่ง
   
          พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า เข้าใจว่า พื้นที่บุกรุกหลายพื้นที่ มีผู้มีอิทธิพลเข้าไปครอบครอง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าดำเนินการ ซึ่งเรื่องนี้ ได้กำชับไปยังทุกพื้นที่ ให้รายงานว่าจุดใดมีปัญหาผู้มีอิทธิพล คณะกรรมการฯชุดนี้จะเข้าไปแก้ปัญหาให้ และจะไม่โทษเจ้าหน้าที่ปล่อยปละละเลยปัญหา แต่จะช่วยแก้ปัญหาในรูปของคณะกรรมการ
  
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในที่ประชุมมีการรายงานสถานการณ์ป่าไม้ของประเทศพบว่า ปัจจุบันปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ เป็นปัญหาสำคัญของชาติส่งผลให้พื้นที่ป่าไม้ลดลงจากการสำรวจล่าสุดพบว่า มีเหลือเพียง102,120,417.98ไร่ หรือ ร้อยละ31.57ของพื้นที่ประเทศไทยเท่านั้นโดยพื้นที่ป่าลดลงจากปี2551กว่า6ล้านไร่เฉลี่ยป่าไม้ลดลงปีละกว่า1ล้านไร่ ถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ ซึ่งการบุกรุกทำลายป่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้สภาพป่าในแทบทุกพื้นที่เสื่อมโทรมและระบบนิเวศป่าขาดสมดุล จึงเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการดูแลรักษาป่าไม้ของประเทศไม่ให้มีการบุกรุกทำลายเพิ่มขึ้น
   
          สำหรับสาเหตุสำคัญที่ทำให้ป่าไม้ในไทยลดลง เกิดจาก1.ปัญหาการทับซ้อนของพื้นที่ป่าไม้ มีหลายหน่วยงานรับผิดชอบ2. แนวเขตป่าไม้ไม่ชัดเจน เช่น แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ3.ปัญหาการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย4.การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพเช่น สปก.ปล่อยให้มีการเปลี่ยนชื่อเกษตรกร ซึ่งผิดเงื่อนไข หรือรังวัดพื้นที่ป่าและภูเขา เจ้าหน้าที่ป่าไม้ปล่อยปละละเลย ให้มีการบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าไม้5.เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกประเภทเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด6.ปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยุง7.เจ้าหน้าที่ขาดจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ กระทำผิดเอง8.ปัญหาการทุจริตในการใช้งบประมาณและ9.ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการของหน่วยงานที่รับผิดชอบ