
มาร์คยันรธน.ต้องทำประชามติ
01 พ.ค. 2558
"มาร์ค"ชี้อย่าห้ามนักการเมืองพูดเรื่องผลประโยชน์ประเทศ ยัน รธน.ต้องทำประชามติ แนะ รบ.นิรโทษฯผู้ชุมนุมทางการเมืองส่วนที่เหลือให้เข้ากระบวนการยุติธรรม
วันที่ 1 พ.ค.58 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง แนวโน้ม หรือความเป็นไปได้ ที่กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญจะมีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับตามที่มีข้อท้วงติงจากหลายฝ่ายว่า ต้องถาม กมธ.ยกร่างฯตนอยากให้มีการรับฟังแลกเปลี่ยนกันอย่างเต็มที่เพื่อจะให้ได้สิ่งที่ดีที่สุด ย้ำอีกครั้งว่าอยากให้มันจบ ไม่ต้องการให้ผ่านไปแล้ว1-2ปี แล้วกลับมาเถียงกันในเรื่องแบบนี้ มันไม่ไหวแล้ว เพราะหลังจากนี้ประเทศควรเดินหน้าทั้งด้านเศรษฐกิจ สวัสดิการ ทำให้ประชาชนมีสุข สิ่งที่ตั้งใจก็มีเพียงเท่านี้
เมื่อถามว่าคิดว่า การร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้มีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยากให้มีแลกเปลี่ยนกัน ทั้งเนื้อหาสาระ ตนคงไม่ไปกล่าวหาใคร และไม่อยากให้คนร่างไปกล่าวหาคนวิจารณ์ และรู้ว่าตัวเองเป็นนักการเมือง หากสิ่งที่เสนอแล้วเป็นประโยชน์ต่อนักการเมืองก็ไม่อยากฟัง แต่สิ่งที่เสนอถ้าเป็นประโยชน์ต่อประเทศก็อย่ามาตอบว่าเป็นนักการเมืองไม่ควรมาพูด เพราะต้องเอามาดูว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดของประเทศ และต้องยอมรับความจริงว่า สุดท้าย เมื่อกลับสู่ภาวะปกติถ้ารัฐธรรมนูญ ไม่เป็นที่ยอมรับมันก็เดินต่อไปไม่ได้อีก ดังนั้น จึงต้องทำให้เป็นที่ยอมรับ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้
“อย่างในการประชุมศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.)ครั้งล่าสุดก็มีคนที่เสนอแก้ไข ซึ่งทางเสนาธิการทหารบก ดูจะรับฟังเป็นอย่างดี แต่ทั้งหมดอยู่ที่กระบวนการของ กมธ.ยกร่างฯ เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวเขียนไว้ว่า เหมือนเป็นสิทธิ์ขาดของ กมธ.ยกร่างฯว่า จะเอาหรือไม่อย่างไร” นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ทางพรรคได้รับร่างรัฐธรรมนูญที่กมธ.ยกร่างฯส่งมาแล้ว นอกจากนี้ ทาง กมธ.ยกร่าง ยังได้มีการส่งร่างรัฐธรรมนูญมายังตนด้วยเนื่องจากขณะนี้ไม่สามารถเรียกประชุมพรรคได้ ซึ่งภายในวันที่ 20 พฤษภาคม ทางพรรคจะต้องส่งข้อเสนอในการปรับแก้ไปยัง กมธ.ยกร่างฯ
"มาร์ค" ยัน รธน. ต้องทำประชามติ ชี้ เสียเวลา 3 เดือน คุ้ม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยืนยันที่จะให้มีการทำประชามติ เพราะยังไม่เห็นอะไรที่จะเป็นรูปธรรมของการรับรองกติกานอกจากการทำประชามติ หากไม่ทำจะมีความเสี่ยงที่คนไม่เห็นด้วยจะไปสร้างเงื่อนไขให้เกิดการแก้และรื้อรัฐธรรมนูญกันอีก ไม่อยากให้ประเทศต้องเสียเวลา ทั้งรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ต่างระบุว่าจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ซึ่งถ้าเรียบร้อยแล้วเดินเลยก็ดี แต่ถ้าเรียบร้อยแล้วกลับมารื้อกันใหม่มันจะเสียเวลาอีกกี่ปี
เมื่อถามว่าหากมีการทำประชามติอายุของรัฐบาลก็จะยืดไปอีก นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การทำประชามติคงไม่นานขนาดนั้น แต่เรื่องที่อายุของรัฐบาลจะยืดออกไปนั้น คงไม่มีใครเจตนาจะให้ยืดเยื้อ สมมุติว่าเสียเวลาทำประชามติไป 3 เดือน คิดว่าคุ้ม เพราะหากไม่มีการรับรองโดยประชาชน แทนที่จะเสียเวลา 3 เดือน ก็อาจจะทะเลาะกันอีกไม่รู้กี่ปี แล้วจะวกกลับมาร่างกันใหม่ ไม่มีประโยชน์กับใคร
"มาร์ค" เผย ปมเสนอแนะแก้ รธน.นับไม่ถ้วน
เมื่อถามว่า ในส่วนของ ปชป.จะมีการเสนอแก้ไขกี่ประเด็น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นับไม่ถ้วน แต่คงไม่ทั้งฉบับ เพราะในบางประเด็นนั้นเป็นเรื่องรายละเอียด แต่บางประเด็นคือเรื่องของหลักการ เช่น มาตรา181,182กับอำนาจคณะกรรมการปรองดองเรื่องการเสนอพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษบุคคล มองว่าเป็นเรื่องอันตรายมาก ส่วนเรื่องอื่นเป็นความเห็นที่ต่างกันในมุมมองการปฏิบัติ เพราะพูดจากประสบการณ์ หลายบทบัญญัติที่เคยมีการใช้มาในอดีตมันส่งผลอย่างไร รวมทั้งประสบการณ์ที่เขียนกติกาเช่นนี้พรรคการเมือง นักการเมือง จะปฏิบัติอย่างไร โดยเฉพาะคนที่มีผลประโยชน์จะได้เห็นภาพชัดขึ้น ว่าสิ่งที่ตั้งใจจะแก้ แต่ถ้าแก้ไขด้วยวิธีนี้มันอาจจะไม่ได้ผล หรือซ้ำร้ายกว่านั้นอาจไปซ้ำเติมปัญหาเดิม จึงอยากชี้ให้เห็นจากประสบการณ์
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ที่มีการระบุว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)ร้อยละ 90 เห็นด้วย กับร่างดังกล่าว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขอเตือนว่าอย่าพูดเป็นตัวเลข ในอดีตรัฐธรรมนูญมีปัญหาเพียงวรรคเดียวก็สร้างวิกฤติชาติมาแล้ว ดังนั้นเราต้องขจัดจุดที่เป็นปัญหาที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ไม่มีใครถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ 3 ประเด็นที่ตนได้พูดมานั้น ถ้าออกมามีวิกฤติแน่ ก็อย่าไปทำ ส่วนประเด็นอื่นก็จะมีการปรึกษาหารือกันต่อไป ถ้าเปิดใจกว้างมันมีทางออก
"มาร์ค" เผย ไม่หวังถูกใจส่วนตัว ขอเพียงรธน.นำประเทศเดินได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การจะให้รัฐธรรมนูญออกมาแล้วประเทศเดินหน้าไปได้นั้น ทางที่ดีที่สุด กมธ.ยกร่างฯต้องเปิดใจ เปิดเวทีแลกเปลี่ยน ตนไม่ได้คาดหวังเรื่องความถูกใจส่วนตัว แต่ของให้เป็นประชาธิปไตยแล้วประเทศเดินหน้าได้ พวกตนก็รับได้ แต่อะไรที่อันตรายหรือเป็นจุดเสี่ยงของความขัดแย้ง ส่งเสริมนักการเมืองใช้อำนาจโดยไม่ถูกตรวจสอบ เป็นประโยชน์ของนักการเมืองโกงและบ้าอำนาจก็ต้องตัดออก
"มาร์ค" ย้ำ เมื่อเห็นปัญหา ก็ควรป้องกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องที่ นายนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณประธาน กมธ.ยกร่างฯ เสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญไปก่อน 5 ปีแล้วค่อยแก้ไขนั้น อย่างคราวที่แล้ว ตนไม่ได้มองว่ารัฐธรรมนูญปี2550 มีปัญหา แค่คราวนี้มีบางมาตรา ที่สร้างปัญหาได้ ถ้าใช้ไป 5 ปี แล้วในปีแรกมีการใช้มาตรา181,182 ออกกฏหมายนิรโทษกรรมแล้วประชาชนออกมาประท้วง ฆ่าฟันกันจะมีประโยชน์อะไร อะไรที่เป็นปัญหาก็อย่าสร้างมันขึ้นมาเท่านั้นเอง ตอนนี้อย่าเพิ่งไปยึดมั่นถือมั่น ว่ารัฐธรรมนูญจะต้องเป็นแบบไหน หรือว่าให้ลองใช้ไปก่อน เพราะเมื่อเห็นว่ามีปัญหาก็ควรป้องกันไว้ ตนไม่ได้ตำหนิใคร เป็นการพูดถึงเนื้อหา อยากให้คนตอบได้ตอบในเนื้อหา ถ้ามาเริ่มกล่าวหากัน ก็กล่าวหากันได้ทุกฝ่าย ซึ่งไม่มีประโยชน์
"มาร์ค" แนะ รบ.นิรโทษฯ ผู้ชุมนุมทางการเมือง ส่วนที่เหลือให้เข้ากระบวนการยุติธรรม
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การอภัยโทษนั้นสามารถทำได้และในหลักการก็มีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นอำนาจของพระมหากษัตริย์ตามคำแนะนำของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ซึ่งในอดีตเรามีหลักเกณฑ์ที่ดี คนที่จะได้รับพระราชทานอภัยโทษคือคนที่สำนึกผิดโดยผ่านกระบวนการยุติธรรม แต่การให้อำนาจ 15 คนในคณะกรรมการปรองดอง ให้คนมาสำนึกผิดกับกรรมการฯแล้วสามารถอภัยโทษได้ ถือเป็นเรื่องอันตราย จะเป็นจุดขัดแย้งเป็นปัญหากับ ครม.ถือว่าไม่เหมาะสมที่ทำให้ประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องสาธารณะแล้วบอกว่ายังเป็นพระราชอำนาจอยู่
“ ผมยืนยันว่าถ้ารัฐบาล สนช.หรือใครจะออกกฎหมายนิรโทษกรรม ให้ประชาชนที่ไปชุมนุมแล้วไม่ได้ทำผิดอาญาเรื่องอื่น ก็ไม่มีใครคัดค้าน แต่ที่มันช้ามาทุกครั้ง ในตอนที่จะเริ่มทำ ก็เพราะมีคนอื่นที่อยากจะได้นิรโทษกรรม ก็จับคนเหล่านี้เป็นตัวประกันเอาไว้ พอกฎหมายจะออกอย่างที่เรียกว่า ครึ่งซอย ปากซอย ต้นซอย แล้วสุดท้ายก็พ่วงให้มันสุดซอย เพราะกลัวว่าถ้าปล่อยคนต้นซอยกลางซอยไปแล้ว คนสุดซอยจะไม่ได้ นี่คือปัญหา ดังนั้นรัฐบาลนี้มีโอกาสดีแล้ว ให้ประชาชนที่สมควรจะได้รับการนิรโทษกรรม รับไปเลย ส่วนคนที่เหลือต้องเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งผมก็มีคดีก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่เคยเรียกร้องนิรโทษกรรม แล้วถ้าหากคดีสิ้นสุดอย่างไร สังคมเห็นควรให้อภัยหรือไม่ ผมว่ามันมีทางออกอยู่แล้ว เพราะมีกลไก แต่ถ้าไปเร่งไปทำผิดธรรมชาติ ก็จะสร้างความขัดโดยไม่จำเป็น”นายอภิสิทธิ์ กล่าว



