
กองทัพระดมสรรพกำลังนำธารน้ำใจไทยช่วยเนปาล
กองทัพระดมสรรพกำลัง นำธารน้ำใจไทยช่วยเนปาล : ทีมข่าวความมั่นคง
โศกนาฏกรรมธรณีพิบัติภัยประเทศเนปาลที่ยอดผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บยังพุ่งสูงไม่หยุดทำให้ธารน้ำใจจากนานาชาติหลั่งไหลขึ้นไปยังดินแดนแห่งเทือกเขาหิมาลัยอย่างท่วมท้น โดยกองทัพไทยในนามตัวแทนของทุกเหล่าทัพได้ร่วมปฏิบัติภารกิจบรรเทาภัยพิบัติเพื่อมนุษยธรรมเป็นหน่วยแรกๆ ของโลกนำความช่วยเหลือจากประชาชนชาวไทยไปบรรเทาทุกข์ให้คนเนปาล
รัฐบาลไทยภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมหารือในการออกมาตรการในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติในประเทศเนปาลเป็นการเร่งด่วน
ในส่วนของกองทัพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เป็นแม่งานสั่งการเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยกองบัญชาการกองทัพไทย ได้รับมอบหมายในการจัดกำลังในการเข้าไปช่วยเหลือ เบื้องต้นได้จัดกำลังพลเข้าไปให้ความช่วยเหลือแล้ว จำนวน 64 นาย
กองทัพอากาศ ได้สนับสนุนภารกิจในการลำเลียงสาธารณูปโภคต่างๆ ด้วยเครื่องบินลำเลียงแบบ ซี-130 จากประเทศไทยไปยังประเทศเนปาล โดยในช่วงแรกได้มีการลำเลียงไป-กลับ จำนวน 6 เที่ยวบิน และรับคนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับมาแล้วประมาณ 100 คน
กองทัพบก นำโดย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบกส่วนหน้า (เนปาล) ติดตามสถานการณ์
รวมถึงการจัดตั้ง "กองบัญชาการควบคุมและประสานงาน" ณ สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงกาฐมาณฑุ เพื่อประสานงานกับศูนย์ประสานงานกองทัพนานาชาติ ณ กองบัญชาการกองทัพเนปาล เพื่อรับทราบสถานการณ์ และรับมอบภารกิจที่จะต้องปฏิบัติในแต่ละวัน
นอกจากนี้ ยังมี "ทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว" ของไทยปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนพื้นที่รอบกรุงกาฐมาณฑุ โดย "ชุดกู้ภัย" จะเข้าค้นหาผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จากนั้น "ชุดประเมินภัยพิบัติ" จะรวบรวมข้อมูล และประเมินสถานการณ์ความเสียหายเพื่อวางแผนการช่วยเหลือ
ในขั้นตอนสุดท้ายจะมีทีม "ปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน" ออกให้การรักษาพยาบาลเคลื่อนย้ายส่งผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสมต่อไป
พล.อ.อุดมเดช ยังได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก ปรับการส่งกำลังที่จะไปปฏิบัติภารกิจที่เนปาลตามที่รัฐบาลมอบหมาย โดยทีมช่วยเหลือในชุดแรก กองทัพบกจะสนธิกำลังร่วมกับเหล่าทัพ และหน่วยงานต่างๆ และได้เดินทางเข้าไปในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา ด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศ โดยมีกำลังพลในส่วนกองทัพบก ดังนี้
1.ชุดปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉินจากกรมแพทย์ทหารบก จำนวน 17 นาย พร้อมเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ มีภารกิจในการช่วยสนับสนุนงานด้านบริการทางการแพทย์ ณ พื้นที่เกิดเหตุ
ชุดแพทย์ฉุกเฉินจากกรมแพทย์ทหารบกมีขีดความสามารถในการปฐมพยาบาล การลำเลียงส่งกลับผู้บาดเจ็บ และการรักษาพยาบาลทั่วไป ซึ่งปัจจุบันให้ความช่วยเหลือที่ศูนย์อพยพสนามกีฬาดูลิเขต เมืองกาฐมาณฑุ โดยมีประชาชนมารับการรักษาประมาณวันละ 300 คน
2.ชุดผลิตน้ำดื่มจากกรมการทหารช่าง 1 ชุด พร้อมอุปกรณ์เข้าช่วยผลิตน้ำสะอาด โดยชุดผลิตน้ำดื่มจากกรมการทหารช่างจะมีภารกิจในการเตรียมผลิตน้ำสะอาดเพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัย เบื้องต้นสามารถผลิตน้ำดื่มได้ถึงวันละ 6,000 ลิตร
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการให้กรมการทหารช่างจัดเตรียม "หน่วยทหารช่างเฉพาะกิจ" พร้อมเครื่องมือช่างขนาดหนัก หากมีการร้องขอเพิ่มเติมจากประเทศเนปาล และรัฐบาลไทยเห็นชอบ โดยชุดทหารช่างดังกล่าวมีขีดความสามารถฟื้นฟูพื้นสถานที่หลังเกิดภัยพิบัติ เพื่อฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน
อย่างไรก็ตาม ทีมช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวจากประเทศไทยได้ประสานงานร่วมกับ "ศูนย์ประสานงานกองทัพนานาชาติ" อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยมีประสิทธิภาพที่สุด ส่วนการทำงานที่ประเทศเนปาลยังคงมีอุปสรรคบ้างโดยเฉพาะในเรื่องการติดต่อสื่อสาร
พ.อ.สุรพล จันทร์ผ่อง ในฐานะผู้อำนวยการควบคุมกำลังของกองทัพบก และนายทหารติดต่อของกองทัพไทย กล่าวว่า สถานการณ์ในภาพรวมของเมืองกาฐมาณฑุ ทางรัฐบาลเนปาลมีการจัดการบริหารที่เป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดการให้ประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บเข้ามาพักอาศัยในศูนย์อพยพของรัฐบาลในพื้นที่ต่างๆ ที่กระจายกันอยู่ในหลายพื้นที่
สำหรับภารกิจในส่วนของทีมแพทย์ทหาร กองทัพบกได้จัด "ชุดแพทย์เผชิญเหตุ" มาให้ความช่วยเหลือ ซึ่งมีประชาชนเข้ามารักษาเป็นจำนวนมาก โดยชุดแพทย์ได้รักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บวันละประมาณ 300 คน
อย่างไรก็ตาม ชุดแพทย์ได้เตรียมยา และเวชภัณฑ์ดูแลผู้บาดเจ็บได้ในขั้นต้นได้ 7 วัน แต่เราประมาณการไว้ว่า การรักษาพยาบาลสามารถดูแลผู้บาดเจ็บได้ประมาณ 500 คนต่อวัน โดยผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาพยาบาลส่วนใหญ่จะเป็นโรคทางเดินหายใจ รวมทั้งรักษาอาการบาดเจ็บจากภัยพิบัติ และโรคทั่วไป
"ปฏิบัติการช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล และผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งกำลังพลทุกคนเต็มใจที่จะมาทำงานอยู่แล้ว และยินดีที่ได้เดินทางมาปฏิบัติภารกิจให้ความช่วยเหลือชาวเนปาลในนามของประเทศไทย" พ.อ.สุรพล กล่าวในนามตัวแทนทีมช่วยเหลือจากกองทัพไทย
ส่วนภารกิจผลิตน้ำประปาได้เคลื่อนย้ายไปที่โรงพยาบาลทหารของเนปาลขณะนี้อยู่ระหว่างเดินทางเข้าพื้นที่ นอกจากนี้ยังมี "ชุดค้นหา" ของกองทัพไทยที่ส่งมาค้นหาผู้ประสบภัย ซึ่งยังคงปฏิบัติภารกิจอยู่
ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า พื้นที่ในเมืองกาฐมาณฑุ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของเนปาลมีความเสียหายเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะเสียหายบริเวณรอบนอก ซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ได้เข้ามาอยู่ในเมืองหลวงแล้ว
"จากการพูดคุยกับผู้ประสบภัยพบว่า ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกตลอดทั้งคืน ทางเนปาลจึงต้องการเต็นท์กับผ้าห่ม เพราะมีผู้อพยพเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทยก็ได้แจ้งไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และได้เรียนให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบตามขั้นตอนแล้ว" พ.อ.สุรพล กล่าว
สำหรับความช่วยเหลือในรูปเงินบริจาคนอกจากความช่วยเหลือในระดับรัฐบาลที่มีการจัดรายการพิเศษทางสถานีโทรทัศน์ เพื่อระดมความช่วยเหลือและรับบริจาคเงินไปช่วยผู้ประสบภัยในเนปาล ซึ่งกองทัพบกได้มอบหมายให้สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 รับผิดชอบจัดรายการพิเศษดังกล่าว
ภายใต้ชื่อรายการ “น้ำใจไทย เพื่อผู้ประสบภัยเนปาล” โดยประชาชนทั่วไปสามารถบริจาคผ่านธนาคารได้ที่ บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทย สาขาโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า บัญชีเลขที่ 0387296320 ชื่อบัญชี “น้ำใจไทย เพื่อผู้ประสบภัยเนปาล"
ขณะเดียวกัน พล.อ.อุดมเดช ยังได้สั่งการเพิ่มเติมให้จัดตั้งศูนย์รับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่เนปาล โดยประชาชนสามารถบริจาคได้ที่ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ถนนวิภาวดีรังสิต กทม. โทร.0-2272-6247 และ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เขตบางเขน กทม. โทร.0-2551-1267 โดยกองทัพบกจะรวบรวมสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่ได้รับบริจาค และจะประสานงานร่วมกับส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำความช่วยเหลือไปมอบให้ผู้ประสบภัยที่เนปาลโดยเร่งด่วนต่อไป



