
อวสานสุดรันทดของผู้กล้าสำรวจอวกาศ
02 พ.ค. 2558
เวิลด์วาไรตี้ : อวสานสุดรันทดของผู้กล้าสำรวจอวกาศ
เป็นที่รู้กันดีว่า องค์การการบินและอวกาศแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ "นาซา" เป็นหน่วยงานด้านอวกาศอเมริกันที่ขยันส่งยานอวกาศออกไปยังนอกโลก เพื่อสำรวจดวงดาวอันไกลโพ้น และปฏิบัติภารกิจต่างๆ นานา รวมทั้งการเตรียมทำสงครามอวกาศ ที่เคยเป็นข่าวดังในยุคปลายสงครามเย็น ยุคที่ประธานาธิบดีอดีตนักแสดงผู้รับบทคาวบอยอย่าง โรนัลด์ เรแกน เข้าบริหารประเทศ
แต่จะมีใครสักกี่คนที่รู้ว่านาซาจัดการอย่างไรกับยานอวกาศที่หมดพลังงาน หมดอายุการใช้งาน ใช้การไม่ได้ ซึ่งมีจำนวนมากตามจำนวนที่ส่งขึ้นไปในอวกาศ
ยกตัวอย่างเช่น กรณีของห้องทดลองอวกาศ หรือ "สกายแล็บ" ที่ผู้สูงอายุสักหน่อยคงจะจำได้กับข่าวใหญ่ที่ว่า สกายแล็บ จะตกมายังโลกแต่ไม่ทราบพิกัดที่จะตก โดยเหตุการณ์นี้เกิดเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2522 ในช่วงปลายอายุของสกายแล็บ ที่ลอยตัวอยู่ในวงโคจรรอบโลก เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของนาซาก็พยายามอย่างที่สุดที่จะดึงสกายแล็บกลับมายังโลก หวังใช้แรงเสียดสีกับมวลอากาศในชั้นบรรยากาศทำลายชิ้นส่วนของสกายแล็บไปให้มากที่สุด เพียงเหลือชิ้นส่วนเล็กๆ ตกลงมายังพื้นโลก และที่สุดการณ์ก็เป็นไปตามที่คาด ชิ้นส่วนของสกายแล็บมาตกลงยังมหาสมุทรอินเดีย บริเวณนอกชายฝั่งเมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย หลังจากเกิดปรากฏการณ์ผีพุ่งไต้พาดผ่านท้องฟ้า อันเกิดจากยานสกายแล็บเสียดสีกับชั้นบรรยากาศจนลุกไหม้ด้วยอุณหภูมินับพันองศาเซลเซียส จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก
ณ ปัจจุบันกาล เมื่อไม่นานมานี้เอง นาซาเพิ่งส่งคำสั่งสุดท้ายไปยังยานสำรวจดาวพุธ ดาวเคราะห์ขนาดเล็กที่โคจรใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในระบบสุริยจักรวาล ให้ยาน "เมสเซนเจอร์" ลอยตัวอยู่เหนือพื้นผิวดาวพุธให้ได้นานที่สุด แต่ด้วยการที่เมสเซนเจอร์รับใช้นาซามานานเกินกว่าที่ได้ออกแบบไว้ ทำให้เชื้อเพลิงหมด ไร้เรี่ยวแรงส่งพลังขับดันตัวเองออกสู่วงโคจรที่จะทำให้ยานลำนี้กลายเป็นขยะอวกาศนิรันดร เมสเซนเจอร์ก็พุ่งเข้าชนพื้นผิวของดาวพุธด้วยความเร็วกว่า 8,750 ไมล์ต่อชั่วโมง (14,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และเป็นการพุ่งชนพื้นผิวเข้าตรงๆ ไม่มีชั้นบรรยากาศมาเกี่ยวข้อง ยานเมสเซนเจอร์ก็จะทำตัวเหมือนอุกกาบาตลุกหนึ่งที่พุ่งชนดาวบริวารดวงแรกของดวงอาทิตย์ ก่อให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ และอาจแตกกระจายเป็นชิ้นส่วนย่อยๆ รอให้ความร้อนของดวงอาทิตย์ที่แผดเผาพื้นผิวดาวพุธในช่วงกลางวัน และความเย็นยะเยือกในช่วงกลางคืน กร่อนทำลายเศษโลหะที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นยานอวกาศที่ส่งข้อมูลมหาศาลเกี่ยวกับดาวพุธกลับมายังโลก ให้หายไปตามธรรมชาติ
นักวิทยาศาสตร์ของนาซาใช้งานยานเมสเซนเจอร์จนถึงที่สุดของที่สุด ตั้งแต่ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยบนโลกเมื่อปี 2547 และเดินทางนานถึง 6 ปีครึ่งกว่าจะถึงดาวพุธ และเริ่มเข้าสู่วงโคจรของดาวบริวารดวงแรกในสุริยจักรวาลเมื่อเดือนมีนาคม 2554 นี้เอง ตลอดเวลาการปฏิบัติงานของเมสเซนเจอร์ ได้ส่งข้อมูลหลากหลายตั้งแต่ร่องรอยการคงอยู่ของน้ำแข็งบนดาวพุธ จนถึงธาตุชนิดต่างๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักของชาวโลกแต่มีปรากฏอยู่บนดาวพุธ สภาพพื้นผิว ชั้นบรรยากาศที่เบาบางของดาวพุธ เป็นต้น
นอกจากสกายแล็บ และยานเมสเซนเจอร์แล้ว นาซายังกำจัดยานอวกาศที่ใช้งานไม่ได้แล้วในลักษณะนี้อีกหลายลำ เช่น ยานลูนาร์ เครเตอร์ ออปเซอร์เวชั่น แอนด์ เซนซิ่ง แซทเทลไลท์
เมื่อปี 2552 ที่ถูกบังคับให้พุ่งชนดวงจันทร์ ยานดีพ อิมแพ็ค ที่พุ่งชนดาวหางเทมเปิล 1 เมื่อปี 2548 ยานเวเนรา 3 ที่สิ้นสุดภารกิจสำรวจดาวศุกร์ด้วยการพุ่งชนพื้นผิวดาวศุกร์เมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว ยานเจเนซิส ที่เมื่อเสร็จภารกิจตรวจสอบลมสุริยะ ก็ถูกบังคับให้พุ่งกลับมาชนโลก เมื่อปี 2547 และยานฟิเล แลนเดอร์ ขององค์การอวกาศแห่งยุโรป (อีเอสเอ) ที่เสร็จภารกิจการสำรวจดาวหาง 67P/เชอร์ยูมอฟ-เจราซีเมนโก เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2557 ด้วยการเกาะติดไปกับดาวหางดวงนี้ที่โคจรรอบจักรวาล



