ข่าว

'บิ๊กตู่'ลั่นทำได้ทำทุกเรื่องดีที่สุด

'บิ๊กตู่'ลั่นทำได้ทำทุกเรื่องดีที่สุด

30 เม.ย. 2558

'นายกฯ' ติดตามช่วยเหลือแผ่นดินไหวเนปาล กำชับดูแลคนไทย สั่งเร่งสางปมขยะเรื้อรัง ลั่นทำทุกเรื่องให้ดีที่สุดจนกว่าจะทำไม่ได้ หวังอียูเมตตาปลด 'ใบเหลือง'

 
                            30 เม.ย. 58  เมื่อเวลา 10.30 น.  ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประชุมทางไกลผ่านดาวเทียมกับศูนย์บัญชาการทหารกองทัพไทย และสถานทูตไทยในประเทศเนปาล เพื่อติดตามสถานการณ์การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล
 
                            โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวเริ่มการประชุมว่า ต้องขอบคุณทุกๆ คน ที่เป็นตัวแทนรัฐบาลไปในครั้งนี้ ถือว่าได้ทำหน้าที่ตั้งแต่วันแรก โดยเฉพาะสถานทูต เอกอัครราชทูตไทยในเนปาล ที่เตรียมการรับมือ และสามารถตอบคำถามต่างๆ ได้ในทุกเรื่องตั้งแต่วันแรก ตามที่ได้ติดตามตรวจสอบ วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณในนามรัฐบาลและคนไทยทุกคนกับเจ้าหน้าที่ที่กรุงกาฐมาณฑุ และคนที่กำลังเดินทางไปปฏิบัติภารกิจโดยเครื่องบิน ซี-130 รวมถึงทุกหน่วยงานก่อนหน้านี้ และวันนี้ขอรับฟังความก้าวหน้าและสถานการณ์ต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงและต้องการอะไรเพิ่มเติม เพื่อให้ตรงกับความต้องการกับทางเนปาลและเจ้าหน้าที่ของเราด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องดูแลทั้งหมดในฐานะที่เป็นตัวแทนคนไทยที่ไป ทุกคนจะต้องได้รับการดูแลเช่นเดียวกัน
 
                            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายวุตติ วุตติสันต์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประจำประเทศเนปาล ได้รายงานสถานการณ์และผลกระทบต่างๆ โดยสรุปว่า มีผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทั้งหมด 8 ล้านคน และกำลังรอความช่วยเหลือจากนานาประเทศ
 
 
 
กำชับสถานทูตดูแลคนไทย
 
 
                            พลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 80 ปีที่ประเทศเนปาล ว่า พลเอกประยุทธ์ ได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข พร้อมกองทัพ จัดเตรียมทีมแพทย์ และชุดบรรเทาสาธารณภัยเฉพาะกิจ เพื่อส่งเข้าไปบรรเทาทุกข์ตามหลักมนุษยธรรมในประเทศเนปาลโดยเร็วที่สุด และแม้สนามบินกาฐมาณฑุจะปิดให้บริการแล้ว ก็สามารถเดินทางไปยังจุดที่ใกล้ที่สุดแทน เพื่อเดินทางต่อเข้าไปยังจุดภัยพิบัติต่อไป ทั้งนี้อยูในระหว่างการประสานงานกับสถานฑูต
 
                            พลตรีสรรเสริญ กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรี เชื่อว่าท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งที่มิตรประเทศควรปฏิบัติต่อกัน คือ การร่วมมือช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และร่วมแบ่งเบาความทุกข์ใจอย่างจริงจัง แม้ไทยจะเป็นประเทศเล็กๆ แต่น้ำใจคนไทยไม่เคยด้อยกว่าใคร
 
                            พลตรีสรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนคนไทย ร่วมบริจาคสิ่งของ และปัจจัยเพื่อการดำรงชีพสำหรับพี่น้องชาวเนปาลและผู้ประสบภัยทุกคนในประเทศเนปาล ได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรวบรวมจัดส่งไปบรรเทาความเดือดร้อนในนามประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ในสัปดาห์หน้ารัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพจัดงานรวมน้ำใจคนไทยไปเนปาล เพื่อระดมความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการในส่วนกลาง ผ่านสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5
 
                            พลตรีสรรเสริญ กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินการช่วยเหลือคนไทยที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ ทั้งที่อาศัยอยู่ในประเทศเนปาล และประเทศใกล้เคียง นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้สถานทูตไทยดูแลประสานความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด หากผู้ใดต้องการเดินทางกลับก็ให้ดำเนินการส่งกลับตามระเบียบปฏิบัติที่วางไว้ของกระทรวงการต่างประเทศ
 
 
 
ห่วงขาดเครื่องอุปโภค-บริโภค-โรคระบาด
 
 
                            เมื่อเวลา 11.30 น.  ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ ประชุมทางไกลผ่านดาวเทียมกับศูนย์บัญชาการทหารกองทัพไทย และสถานทูตไทยในประเทศเนปาล เพื่อติดตามสถานการณ์การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล ว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานสถานการณ์และรับคำสั่งการจากนายกฯ โดยมีเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประจำประเทศเนปาล และ พล.ต.ปริญญา ขุนนาศรี หัวหน้าชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเนปาลรายงานเข้ามา โดยนายกฯ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่ในกาฐมาณฑุ และหน่วยงานช่วยเหลือที่ร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ โดยนายกฯ ได้กล่าวถึงยอดการบริจาคปัจจุบัน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานทุนทรัพย์ ผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์จำนวน 10 ล้านบาท และนายกฯ ได้เป็นตัวแทนมอบให้เอกอัคคราชการทูตเนปาลประจำประเทศไปแล้ว นอกจากนี้ทางรัฐบาลได้อนุมัติวงเงิน 2 แสนดอลลาร์สหรัฐ และวงเงินอีก 100 ล้านบาท เพื่อจัดหาอุปกรณ์ที่จำเป็นอีกทั้งยังมีการบริจาคเงินจากภาคส่วนต่างๆ 70 ล้านบาท และวันนี้ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้ประทานเครื่องยังชีพที่จำเป็นในการดำรงชีวิตพร้อมเดินทางไปกับเครื่องบิน ซี-130 ในวันนี้ด้วยเช่นกัน
 
                            ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า นายวุตติ ได้รายงานสถานการณ์ว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 5,000 คน ผู้บาดเจ็บกว่า 5 หมื่นคน และไร้ที่อยู่อาศัย 2.8 ล้านคน รวมทั้งยังมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 39 เขต จาก 75 เขต และงบประมาณที่เนปาลต้องการความช่วยเหลือทั้งหมดจำนวน 415 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งทางเนปาลต้องการความช่วยเหลือในเรื่องของน้ำ เต็นท์ ผ้าห่ม โดยเฉพาะเต็นท์กับผ้าห่มที่มีความต้องการเป็นพิเศษเนื่องจากสภาพอากาศหนาวและมีฝนตกตลอด อีกทั้งประชาชนยังไม่กล้าเข้าไปอาศัยในบ้านเรือน ทั้งนี้คนไทยที่ถูกส่งกลับประเทศแล้วทั้งหมด 83 คน วันนี้เดินทางกลับอีก 14 คน โดยสายการบินไทย 7 คนและโดยเครื่องบิน ซี-130 อีก 7 คน
 
                            ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ส่วน พล.ต.ปริญญา ได้รายงานถึงสถานการณ์ในเนปาลว่าขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้น อาฟเตอร์ช็อกที่เคยเกิดขึ้นวันละ 150 ครั้ง ตอนนี้ลดลงไปมากแล้ว และยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากการกู้ภัยเป็นการฟื้นฟู และทหารของไทยได้เริ่มลงพื้นที่แล้วเมื่อวานนี้ (29 เม.ย.) รวมถึงชุดแพทย์ที่ได้ออกปฏิบัติการเต็มที่ อีกทั้งนายกฯ เนปาล ได้เดินทางมาเยี่ยมทีมที่ให้ความช่วยเหลือจากไทยด้วย โดยได้กล่าวถวายพระพรเพื่อแสดงความทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ รวมถึงขอบคุณคนไทยทุกคนและรัฐบาลไทยที่ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ด้วย และ พล.ต.ปริญญา ได้รายงานอีกว่าสถานการณ์ในการสื่อสารยังยากลำบากรวมทั้งมีอุปสรรคในการเคลื่อนย้ายของหน่วยในการเข้าถึงพื้นที่ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ทุกคนมีความพร้อมและขวัญกำลังใจที่ดี
 
                            ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า นายกฯ ได้ให้ทุกฝ่ายดูแลคนไทยเป็นอย่างดีพร้อมมอบแนวทางเพื่อเป็นแนวทางในการประสานกับเนปาลในการช่วยเหลือ คือ ด้านหารบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพโดยเฉพาะการประสานกับทีมช่วยเหลืออีก 15 ประเทศ ซึ่งทางเนปาลได้จัดตั้งศูนย์ประสานด้านการทหารนานานชาติขึ้นที่กองบัญชาการกองทัพเนปาลโดยมี 15 ประเทศเข้าร่วม อินเดีย จีน ตุรกี ศรีลังกา ปากีสถาน อิสราเอล กาตาร์บังคลาเทศ เนเธอร์แลนด์ ภูฏาน โปแลนด์ มาเลเซีย สหรัฐ สิงค์โปร์ และไทย โดยนายกฯ ได้ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประสานกับหน่วยวานต่างๆ เช่น อาจใช้สนามบิน การลงจอดของเครื่องบินว่ามีการเตรียมการอย่างไร รวมถึงการกระจายสิ่งของให้ทั่วถึงโดยการสร้างเครือข่ายจัดส่งสิ่งของ และนำประสบการณ์จากน้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทยเป็นข้อพิจารณาด้วย นอกจากนี้นายกฯ ยังมีความห่วงใยเรื่องโรคระบาดที่จะเกิดขึ้น พร้อมฝากทูตในเรื่องการสื่อสารในเนปาลว่าหากมีสิ่งใดที่ฝ่ายไทยที่สามารถสนับสนุนได้ก็สามารถบอกว่า รวมถึงการติดต่อระหว่างทีมงานของไทยว่ามีความพร้อมของอุปกรณ์อย่างไรเพื่อที่จะได้จัดส่งเพิ่มเติม ในเรื่องอุปกรณ์รื้อถอนสิ่งใดที่มีความจำเป็นจากนี้ไปยังขาดก็ขอให้แจ้งมา
 
                            ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า นายกฯ เป็นห่วงในเรื่องของน้ำในการคัดแยกน้ำในการอุปโภคบริโภคและการลำเลียงน้ำในประเทศจากจุดที่เป็นแหล่งน้ำไปยังจุดที่ต้องการน้ำว่าจะมีการพาหนะใดในการลำเลียงว่าจะใช้เครื่องบินหรือเครื่องมือตักน้ำไปยังจุดที่ต้องการอย่างไร นอกจากนี้ยังเป็นห่วงเรื่องเครื่องนุ่งห่มเพราะมีอากาศเย็นและมีฝนให้มีการพิจารณาว่ามีความต้องการเครื่องนุ่งห่มมากน้อยแค่ไหน ทั้งที่นอนแผ่นยาง รองเท้าแตะ ให้มีการเตรียมการส่งสนับสนุนเมื่อมีความต้องการต่อไป
 
                            ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ในเรื่องการหุงหาอาหารขณะนี้ในการช่วยเหลือจะไปในลักษณะอาหารสำเร็จรูปส่วนมาก แต่ในระยะยาวก็จะเป็นไปในลักษณะข้าวสารซึ่งตรงนี้ต้องเตรียมพร้อมในการหุงหาต่อไป จึงได้สั่งทหารลงรายละเอียดในเรื่องนี้พร้อมสนับสนุนซักซ้อมให้แก่ชาวเนปาล ส่วนการช่วยเหลือในระยะยาวนายกฯ มองว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องเครื่องบินที่ในขณะนี้ที่ต้องการลงจำนวนมากทำให้เกิดความแออัด นายกฯ จึงให้มีการพิจารณาการขนส่งทางเรือไปยังท่าเรือในประเทศใกล้เคียงและลำเลียงต่อไปอย่างไร สุดท้ายคือเรื่องความปลอดภัยของอุปกรณ์ในทีมช่วยเหลือโดยเฉพาะถุงมือยางที่ต้องมีความหนาเป็นพิเศษเพื่อความปลอดภัย หน้ากากอนามัยป้องกันสิ่งปนเปื้อนและเชื้อโรค และได้ฝากกรมแพทย์ทหารบกที่มีอุปกรณ์แพทย์ที่สามารถส่งภาพจากภายนอกเข้ามายังฐานว่าจะนำไปใช้อย่างไร ซึ่งอาจจะนำไปยังเนปาลในเที่ยวบินต่อไปด้วย
 
                            ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า นายกฯ ห่วงใยสวัสดิภาพของข้าราชการและเจ้าหน้าที่และฝากให้ระมัดระวังตัวเองจากการปฏิบัติการ และรายงานความคืบหน้าความต้องการให้ทราบเป็นระยะ ซึ่งทีมที่เข้าช่วยเหลือจะผลัดเปลี่ยนทุกๆ 7 วันก่อนหลังจากนั้นจะขึ้นขึ้นอยู่กับหน่วยที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามกำลังพิจารณาจัดส่งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ลงไปช่วยเหลือเพิ่มเติม
 
 
 
สั่งเร่งสางปมขยะเรื้อรัง ลั่นทำทุกเรื่องจนกว่าทำไม่ได้
 
 
                            เมื่อเวลา 14.00 น.  พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “รักษ์โลก รักษ์ไทย ในหัวใจสีเขียว” เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ โอกาสนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ขับร้องบทเพลง “จำขึ้นใจ” ของศิลปินสุรักษ์ สุขเสวี ซึ่งมีเนื้อหาแสดงถึงความภาคภูมิใจของข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และบทเพลง “ป่าลั่น” ของศิลปินสุเทพ วงศ์กำแหง ที่มีเนื้อหาสะท้อนถึงความสำคัญอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้
 
                            โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดงานว่า วันนี้เราต้องทำงานร่วมกันเพื่อประเทศต่อไป และยินดีที่ได้มีโอกาสมาเปิดงานวันนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมายุ 5 รอบ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นเจ้าฟ้าของปวงชนชาวไทย และได้ตรากตรทำพระราชกรณียกิจเสด็จไปทุกที่มากว่า 10 ปี ตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และทรงเป็นนักพัฒนาวางรากฐานเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติของไทย พยายามลดผลกระทบต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมีความสุข และทำให้ทุกภาคส่วนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 
                            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องการกำจัดขยะถือเป็นปัญหาเรื้อรัง ที่ผ่านมาแก้มาหลายรัฐบาล หลายการเลือกตั้ง แต่เมื่อตนเข้ามา 6 - 8 เดือน ก็ได้สั่งการให้ดำเนินการทันที ไม่อยากให้ใช้คำว่านำร่องไปจนแก่ตาย เพราะนำร่องไปก็ไม่เสร็จเสียที ถ้ายิ่งทำช้าขยะก็ยิ่งมากขึ้น จึงต้องขอความร่วมมิอจากประชาชนด้วย เพราะเรื่องขยะเป็นเรื่องที่มีผลกระทบ ทั้งโรคภัย ความสะอาด ความเป็นระเบียบและส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาต่างชาติ รัฐบาลจึงมอบหมายให้ ทส.จัดการขยะมูลฝอย เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันโดดยบูรณาการทุกภาคส่วน เพราะถ้าต่างคนต่างทำก็ไม่เป็นรูปธรรม จึงได้สั่งการให้เร่งกำจัดขยะมูลฝอยสะสม จัดระเบียบมาตรการกำจัดขยะ ของเสีย และของอันตราย โดยทั้งหมดต้องเริ่มจากการปลูกจิตสำนึก และเริ่มทำจากที่บ้าน และในส่วนของรัฐบาลจะใช้เวลาที่มีในการแก้ปัญหาให้ได้
 
                            “วันข้างหน้าอาเซียนอาจมีการรบกันเรื่องน้ำ เพราะป่าน้อยลง โลกเปลี่ยนแปลง แต่ก็ถือเป็นวงจรมันก็เหมือนชีวิตที่มีเจริญก็มีเสื่อม มีอำนาจก็มีหมดอำนาจ แต่ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองมีอำนาจ อำนาจอยู่ที่ท่านทั้งหมด ท่านมีอำนาจมากกว่าผม เพราะสามารถบังคับผมให้ทำโน่น ทำนี่ได้”
 
                            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การลดปริมาณขยะเป็นงานต่อเนื่อง เชื่อมโยงกับการวิจัยและพัฒนา เราจึงต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้ได้ ซึ่งเรื่องขยะเป็นเรื่องหลักที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งเรื่องขยะถือเป็น 1 ใน 400 เรื่องที่รัฐบาลกระจายอำนาจไปให้ อปท. ถ้ากระจายอำนาจมากกว่านี้ก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น เพราะที่ผ่านมาอ้างแต่ว่าไม่มีงบประมาณ ซึ่งท้องถิ่นก็ต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นพื้นที่ของการเมืองไปหมด เช่น ชาวนาที่มีร้อยกว่ากลุ่ม แต่รวมกันมาไม่ได้สักที เพราะมัวแต่รอกลุ่มการเมือง แต่เวลานี้เราต้องมาช่วยกันปฏิรูป
 
                            “อยากให้คนไทยรักชาติ รักแผ่นดิน ข้าราชการต้องทำงานร่วมกัน เราต้องช่วยกันลดความขัดแย้งทั้งปวง ทำอย่างไรให้ลดขยะเคลื่อนที่ ต้องให้ขยะมนุษย์หมดไปจากประเทศให้ได้ วันนี้ผมบริหารราชการต้องฟังทุกคน วันนี้บริหารประเทศผมคิดเอง อ่านข่าว อ่านหนังสือพิมพ์ ฟังทั้งคนด่า คนชม ฟังมากก็หงุดหงิดมาก แต่ยืนยันว่าเราทำมาเยอะ อย่าไปโทษข้าราชการ เพราะความรับผิดชอบอยู่ที่รัฐบาล บ้านเมืองจะดีหรือไม่ดีก็อยู่ที่รัฐบาล เพราะใช้อำนาจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้มาทั้ง 3 อำนาจ ถึงผมจะไม่ได้เข้ามาด้วยการเลือกตั้ง แต่ทุกวันนี้ยังไม่เคยทำอะไรให้เสียหาย ไปต่างประเทศในช่วงแรกก็ไม่มีใครรู้จักผม รู้จักแต่นายกฯ คนสวย นายกฯ คนหล่อ คนอื่นมองก็คิดว่าไอ้นี่มันบ้าหรือไง ผมก็ต้องสู้ แสดงความจริงใจในการทำงาน และเสนอการทำงานเชิงรุกให้เขาตามเราบ้าง และเรื่องขอให้เราเป็นประชาธิปไตยอย่างรวดเร็วก็ไม่ถามมาอีก เพราะผมถามกลับไปว่าประชาธิปไตยอย่างรวดเร็วคืออะไร ได้ระบุไปว่าการเลือกตั้งของไทยไม่เหมือนใครในโลก มียิงกัน ต่อสู้ และมีระเบิดด้วย ต่อไปจะเกิดขนอีกไหม สถานการณ์ตอนนี้สงบจริงหรือไม่ ผมได้ได้รังเกียจที่ต้องเป็นประชาธิปไตย แต่จะทำอย่างไรให้ประชาธิปไตยทำให้คนไทยมีความสุข เคารพกฎหมาย และเชิดชูพระมหากษัตริย์”
 
                            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตั้งแต่เข้ามาในวันที่ 22 พ.ค. ได้เห็นอะไรมากมาย และถ้าไม่ใช้โอกาสนี้ในการปฏิรูปก็จะทำให้บ้านเมืองถอยหลัง เราต้องทุ่มเทมากกว่านี้ แต่ถ้าทุกคนช่วยกันก็ไปได้ ทุกรัฐบาลมีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยมีข้าราชการและประชาชนร่วมกัน แต่หากเลือกข้างประเทศก็ไปไม่ได้ วันนี้ต้องพัฒนาทุกเรื่องและต้องใช้เวลาพอสมควร แต่เราก็ต้องมีการเลือกตั้ง วันนี้เริ่มให้ทุกเรื่อง อาจจะดูไม่เกิดผลเพราะคนไทยใจร้อน ชอบพูดมากกว่าฟัง แต่ต้องให้กำลังใจกัน
 
                            พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า วันนี้ได้ฟังข้าราชการ ทส. ร้องเพลงป่าลั่น ก็ขอให้รักษาป่าให้ได้แล้วกัน ขอสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุด จนกว่าจะทำไม่ได้ ตราบใดที่ทำได้จะทำให้ทั้งหมด ขอบคุณทุกคน
 
 
 
ปลดล็อก 'ใบเหลือง' แล้วแต่เขาจะเมตตา
 
 
                            พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 10/2558 เรื่องการแก้ปัญหาการประมงที่ผิดกฎหมาย วานนี้ (29 เม.ย.) ว่า การแก้ปัญหาประมงเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง เพียงใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้เจ้าหน้าที่ที่ถือกฎหมายคนละฉบับ มาทำงานร่วมกัน และให้กองทัพเรือเป็นแกนหลักในการดำเนินการจดทะเบียน ตรวจตรา ออกอาชญาบัตร หากใครออกไม่ได้ ต้องดูเหตุผลว่าเพราะอะไร
 
                            เมื่อถามว่า จะสามารถแก้ปัญหาใบเหลืองจากไอยูยู ได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ทุกอย่างอยู่กับเขา ทำให้ดีให้ตายอย่างไร ถ้าเขาไม่ให้ก็เท่านั้น เพราะเราทำผิดมาตั้งนานแล้ว จะมาแก้ 2 - 3 อย่าง เขาจะให้ไหม เป็นคุณคุณให้ไหม ผมก็ไม่รู้ แล้วแต่เขาจะเมตตาแล้วกัน เพราะเขาเป็นองค์กรระดับโลก เขาใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งโลก แล้วไปฝืนมาตรฐานเขา ต้องยอมรับในความผิดพลาด ไม่ใช่โยงไปคนโน้นคนนี้ทุกๆ เรื่อง ทั้งค้ามนุษย์ ไอยูยู ไอเคโอ้ ทั้งหมดถ้าเราไม่ผิดก็ไม่มีเรื่อง ไม่เกี่ยวกับผมที่เข้ามาควบคุมอำนาจ เพราะฉะนั้นอย่ามาโทษผม ที่เข้ามาวันนี้ เข้ามาแก้ให้ 3 อย่าง ด้วยอำนาจที่ผมมี ใช้อย่างสร้างสรรค์ แบบนี้ แต่ผมรับรองไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อไร เพราะผมทำเต็มที่ ถามว่าผมหวังว่าเขาจะให้ผ่านหรือไม่ ผมก็หวัง ซึ่งอาจจะเป็น 6 เดือน หรือ 1 ปีก็ได้ ไม่ต้องตกใจ ใบเหลืองก็คือใบเหลือง สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้โดนใบแดง”
 
                            เมื่อถามว่า มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มี ไม่เกี่ยว ทำผิดอย่าโทษคนอื่น เลือกตั้งมาทำผิดไม่ยอมกำกับดูแล แล้วจะมาให้แก้ตอนนี้ แล้วมาไล่ล่าฆ่าฟันอยู่ ผมก็ทำให้ทุกอย่างแล้ว ไปทบทวนดูว่าเป็นใคร ที่ออกมาพูดรู้ดีกันนัก ตอนนี้ก็อยู่ในตำแหน่งทั้งนั้น ถ้าพูดกันมากทำให้วุ่นวายเดี๋ยวจะจัดการ
 
                            เมื่อถามว่า ขณะนี้มีอดีตรัฐมนตรี ออกมาวิจารณ์รัฐบาลมากขึ้นจะดำเนินอะไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “เขาเป็นใคร เขาเป็นนักการเมืองหรือเปล่า เป็นคนที่ผมยึดอำนาจมาหรือเปล่า แล้วเขามีความผิดไหม รัฐบาลพวกนี้มีความผิดไหม คดีเยอะไหม” ต่อข้อถามว่า จะเรียกมาปรับทัศนคติหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่เรียก ปล่อยให้สังคมจัดการแล้วกัน”