ข่าว

ศาลไม่ชี้ชัดใครยิง'ช่างภาพ-ม็อบ'

ศาลไม่ชี้ชัดใครยิง'ช่างภาพ-ม็อบ'

30 เม.ย. 2558

ศาลไม่ชี้ใครยิงช่างภาพชาวญี่ปุ่นเสียชีวิต เหตุขอคืนพื้นที่ปี 53 เช่นเดียวกับแนวร่วม คปท.ตายช่วงสลายม็อบสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ปี 56 ขณะที่ 'ธนะศักดิ์' ปัดวิจารณ์

 
                            30 เม.ย. 58  เมื่อเวลา 10.00 น.  ที่ห้องพิจารณา 604 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63  ศาลอ่านคำสั่งไต่สวนชันสูตรพลิกศพ คดีหมายเลขดำ ช.1/2555 และ ช.4/2555 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลไต่สวนการเสียชีวิต นายฮิโรยูกิ มูราโมโต้ (Hiroyoki Muramoto) สัญชาติญี่ปุ่น ช่างภาพสำนักข่าวรอยเตอร์ส , นายวสันต์ ภู่ทอง ผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายทศชัย เมฆงามฟ้า ผู้ชุมนุม นปช. เพื่อทำคำสั่ง แสดงว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 150 ซึ่งนายฮิโรยูกิ เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่รายงานข่าวการชุมนุม นปช.ที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถ.ดินสอ ใกล้สี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 53 ในเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่จากการชุมนุม นปช. ของเจ้าหน้าที่ทหาร สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยนายวสันต์ และนายทศชัย ได้ร่วมการชุมนุม นปช. และถูกยิงเสียชีวิต บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถ.ดินสอ ในวันที่ 10 เม.ย.เช่นกัน
 
                            ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 53 เวลา 20.30 น. เจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ ตามคำสั่งของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ขณะนั้น ได้ปฏิบัติการเพื่อขอเปิดเส้นทางจราจร ถ.ราชดำเนิน เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ได้ปิดการจราจรบริเวณดังกล่าว ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งและข้อกำหนดของ ศอฉ. เพื่อให้ประชาชนทั่วไปใช้สัญจรได้ตามปกติ โดยเจ้าพนักงานตั้งแนวป้องกันอยู่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ดินสอ จนถึงสี่แยกสะพานวันชาติ ขณะที่เจ้าพนักงาน กับกลุ่ม นปช. เกิดการปะทะผลักดันกันอยู่มีบุคคลขว้างระเบิดสังหารเข้าไปยังแนวปฏิบัติการของเจ้าพนักงาน บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา จำนวน 2 ครั้ง เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายนาย จากนั้นเจ้าพนักงานจึงได้ถอยร่นปฏิบัติการจากบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา มาตามถนนดินสอจนถึงบริเวณซอยหลังโรงเรียนวัดบวรนิเวศน์ใกล้กับสี่แยกสะพานวันชาติ โดยมีผู้ชุมนุมบางส่วนรวมทั้งผู้ตายทั้งสาม ได้ติดตามเจ้าพนักงานทหารถอนร่นเข้าไปด้วย ในระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังตลอดเวลา เป็นเหตุให้ผู้ตายทั้งสามถูกยิงด้วยกระสุนปืนจนถึงแก่ความตาย
 
                            จึงต้องวินิจฉัยว่า สาเหตุและพฤติการณ์แห่งการตายของผู้ตายทั้งสามเป็นอย่างไร โดยฝ่ายผู้ร้อง มีแพทย์ผู้ตรวจศพผู้ตายทั้งสาม ยืนยันว่า นายฮิโรยูกิ ผู้ตายที่ 1 เสียชีวิต เพราะเกิดจากบาดแผลกระสุนปืนที่มีความเร็วสูง ยิงเข้าที่ทรวงอกด้านซ้าย ทำลายปอด และหลอดเลือดแดงใหญ่ตัดซี่โครงด้านขวา และทะลุกล้ามเนื้อต้นแขนด้านขวา ออกบริเวณต้นแขนขวาด้านหลัง แต่ไม่พบหัวกระสุนปืนในศพของผู้ตายที่ 1 และไม่สามารถบอกชนิดและขนาดกระสุนปืนได้
 
                            ส่วนนายวสันต์ ผู้ตายที่ 2 มีบาดแผลที่เกิดจากกระสุนปืนที่มีความเร็วสูง ยิงเข้าที่ศีรษะทำลายสมอง ทิศทางยิงมาจากหลังไปหน้า จากซ้ายไปขวา แต่ไม่สามารถบอกชนิดและขนาดของกระสุนปืนได้เช่นกัน สำหรับนายทศชัย ผู้ตายที่ 3 มีบาดแผลกระสุนปืน ยิงเข้าบริเวณทรวงอกด้านซ้าย ทะลุหัวใจตัดซี่โครงด้านหลังออกบริเวณด้านหลังซ้าย ทิศทางการยิงจากหน้าไปหลัง ขวาไปซ้าย โดยไม่พบหัวกระสุนปืนในศพของผู้ตายที่ 3 จึงไม่สามารถบอกชนิดและขนาดของกระสุนปืนได้เช่นกัน
 
                            นอกจากนี้ มีตำรวจสังเกตการณ์บริเวณชุมนุม และผู้ร่วมชุมนุม เบิกความทำนองเดียวว่า ไม่เห็นตัวบุคคลที่ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทั้งสาม
 
                            แต่จากคำเบิกความของพยาน ไม่สามารถระบุลักษณะท่าทาง และตำแหน่งสุดท้ายขณะที่นายฮิโรยูกิ ผู้ตายที่ 1 ถูกยิงได้ และแม้มีพยานระบุว่า ขณะพบร่างของนายฮิโรยูกิ กล้องวิดีโอที่ติดตัวถ่ายภาพอยู่ลักษณะเงยหน้าขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เบิกความว่า ระบบปฏิบัติการของกล้องวิดีโอที่ผู้ตายใช้นั้น เป็นกล้องที่มีคุณภาพสูง การเปิด-ปิดเพื่อบันทึกภาพกระทำโดยช่างภาพ ไม่ใช่ระบบออโต้ และจากการตรวจสอบภาพในกล้องถ่ายรูปของนายฮิโรยูกิ เห็นว่าภาพสุดท้ายในกล้องวิดีโอที่ใช้ถ่ายภาพ ลักษณะเป็นการหยุดภาพโดยสมบูรณ์แบบด้วยใช้มือกดปุ่มหยุดการถ่ายภาพ ไม่ใช่เป็นการที่กล้องหยุดถ่ายภาพโดยการที่กล้องล้มลงหรือเกิดการกระทบกระเทือนจนได้รับความเสียหาย หรือกล้องปิดเอง จากคำเบิกความจึงไม่อาจทราบได้ตำแหน่งสุดท้ายของนายฮิโรยูกิ ผู้ตายที่ 1 นั้นอยู่ในตำแหน่งใด และกระสุนปืนที่ยิงผู้ตายที่ 1 มีแนววิถีกระสุนปืนมาจากทิศทางใด รวมทั้งในการชันสูตรศพของผู้ตายที่ 1 ก็ไม่พบหัวกระสุนในร่างกาย จึงไม่สามารถระบุชนิดและขนาดของกระสุนปืนได้
 
                            ส่วนนายวสันต์ ผู้ตายที่ 2 ลักษณะท่าทางก่อนที่จะถูกยิงล้มลงและสภาพศพของผู้ตายที่ 2 ไม่สอดคล้องกับการตรวจร่องรอยกระสุนปืน ทั้งลักษณะการเหวี่ยงตัวของผู้ตายหลังสูญเสียการทรงตัว จึงไม่อาจทราบได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ตายที่ 2 มีแนววิถีกระสุนมาจากทิศทางใด ขณะที่นายทศชัย ผู้ตายที่ 3 นั้น พยานก็ไม่สามารถระบุท่าทางและตำแหน่งที่ยืนได้ จึงไม่อาจทราบได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ตายที่ 3 มีแนววิถีกระสุนมาจากทิศทางใด
 
                            และจากการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ผู้เชี่ยวชาญพบเพียงร่องรอยบริเวณดังกล่าว 124 จุด  โดยเป็นรอยที่ยิงด้วยกระสุนปืน 114 จุด ซึ่งร่องรอยส่วนใหญ่เป็นลักษณะมุมเงย ตั้งแต่บริเวณอนุสาวรีย์ฯ จนถึงหน้าประตูโรงเรียนสตรีวิทยา แต่ไม่พบเศษโลหะหรือชิ้นส่วนของลูกกระสุนปืนตกอยู่ในบริเวณใกล้เคียง จึงไม่ทราบว่ารอยใดถูกยิงออกมาจากตำแหน่งใดและทราบชนิดขนาดของอาวุธปืนที่ยิง รวมทั้งไม่ทราบว่าร่องรอยใดที่ยิงผ่านตำแหน่งสุดท้ายที่ผู้ตายทั้งสามอยู่ในขณะถูกยิงด้วย
 
                            จึงมีคำสั่งว่า นายฮิโรยูกิ ผู้ตายที่ 1 ถูกยิงบน ถ.ดินสอ หน้า ร.ร.สตรีวิทยา เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 53 เวลา 21.00 น. ด้วยกระสุนปืนความเร็วสูงที่ไม่ทราบชนิดและขนาด เข้าที่ทรวงอกด้านซ้ายส่วนบน ทำลายปอดและหลอดเลือดแดงใหญ่ ซึ่งกระสุนทะลุออกต้นแขนขวาด้านหลัง
 
                            ส่วนนายวสันต์ ผู้ตายที่ 2 ถูกยิงบน ถ.ดินสอ หน้า ร.ร.สตรีวิทยา เสียชีวิต เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 53 เวลา 21.00 น. ด้วยกระสุนปืนความเร็วสูงไม่ทราบชนิดและขนาด ยิงเข้าที่บริเวณศีรษะด้านซ้าย ส่วนหลังส่วนบนทะลุกะโหลกศีรษะและตัดเนื้อสมอง กระสุนทะลุออกด้านหน้า และนายทศชัย ผู้ตายที่ 3 ถึงแก่ความตายในวันและเวลา บริเวณเดียวกัน โดยถูกยิงด้วยกระสุนปืนที่ไม่ทราบชนิดและขนาด เข้าที่ทรวงอกด้านหลังซ้าย ทะลุตัดกระดูกซี่โครง ทะลุหัวใจและตัดซี่โครงด้านหลัง ซึ่งกระสุนทะลุออกด้านหลังซ้าย ขณะที่การเสียชีวิตของผู้ตายทั้งสามรายไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำ และไม่อาจทราบได้ว่ากระสุนปืนที่ยิงมีแนววิถีมาจากทางใด
 
                            ภายหลังนายเจษฎา จันทร์ดี ทนายความของญาติผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า เคารพในคำตัดสินของศาล แต่พนักงานสอบสวนและอัยการได้นำพยานหลักฐานเข้าสืบอย่างชัดเจนว่า ผู้ตายทั้งสาม เสียชีวิตจากฝีมือของเจ้าหน้าที่ทหาร รวมทั้งก่อนหน้านี้ศาลอาญากรุงเทพใต้ ก็เคยมีคำสั่งในคดีชันสูตรพลิกศพของนายจรูญ ฉายแม้น และนายสยาม วัฒนนุกูล กลุ่ม นปช. ถูกยิงเสียชีวิตในเหตุการณ์เดียวกันและบริเวณเดียวกันที่ศาลวินิจฉัยว่ากระสุนปืนที่ยิงถูกผู้ตายทั้งสองนั้น มีวิถีกระสุนปืนที่ยิงมาจากฝ่ายเจ้าพนักงานที่ถอยร่นจากแนวป้องกัน บริเวณหน้า ร.ร.สตรีวิทยา ไปที่บริเวณซอยข้างวัดบวรนิเวศ ใกล้แยกสะพานวันชาติ โดยยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ลงมือกระทำ แต่ในการไต่สวนกรณีของผู้ตายทั้งสามนี้ เราไม่ได้นำผลของนายจรูญ และนายสยาม มาเสนอเทียบเคียงประกอบการพิจารณาให้ศาลเห็น ซึ่งเรารู้สึกว่าการวินิจฉัยมีความคลาดเคลื่อนกัน อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะแจ้งให้ทางสถานทูตญี่ปุ่นและครอบครัวของนายฮิโรยูกิ ให้ทราบ พร้อมทั้งจะศึกษาข้อกฎหมายว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
 
                            ด้านนางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช. ซึ่งมาร่วมฟังคำสั่งด้วย กล่าวว่า เคารพคำสั่งของศาล แต่ก็รู้สึกผิดหวัง เพราะเห็นชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ทหารครอบครองพื้นที่โดยสิ้นเชิง และวิถีกระสุนก็ระบุชัดเจนว่ามาจากฝั่งเจ้าหน้าที่ และคณะทำงานสอบสวนคดีนี้ก็เป็นคณะกรรมการชุดใหญ่ ซึ่งผลชันสูตรศพก็ระบุชัดว่าบาดแผลของผู้ตายทั้งสามเกิดจากกระสุนปืน 5 มม.ที่เป็นปืนของทางการทหาร ไม่ใช่ 7 มม.ซึ่งเป็นกระสุนของปืนอาก้าที่มีคนกล่าวอ้างว่ากลุ่มชายชุดดำใช้ เราไม่อยากให้เกิดการเสียชีวิตบนถนนและความจริงหายไป ดังนั้น ถ้าจะก้าวข้ามความขัดแย้งต้องทำความจริงให้ปรากฎ
 
                            ด้านพี่ชายของนายวสันต์ อายุ 53 ปี เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจที่คำสั่งของศาลออกมาเป็นแบบนี้ ทั้งที่มีพยานหลักฐานชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าควบคุมพื้นที่บริเวณดังกล่าวทั้งหมด และก็มีพยานเห็นเจ้าหน้าที่เล็งปืนมายังผู้ตายอีกด้วย
 
                            ส่วนพี่สาวของนายทศชัย เปิดเผยว่า รู้สึกผิดหวังและเสียความรู้สึก ซึ่งรอคอยมาถึง 5 ปี เพื่อที่จะได้ทราบว่าใครยิงน้องตาย แต่ในเมื่อผลมันออกมาเป็นแบบนี้ ก็ต้องยอมรับ โดยจะคุยกับทนายความอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
 
 
 
ไม่ชี้ชัดใครยิงแนวร่วม คปท.ตายสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ปี 56
 
 
                            ที่ห้องพิจารณา 708 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลนัดฟังคำสั่งการไต่สวนชันสูตรพลิกศพ เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) คดีหมายเลขดำ อช.2/2557 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 3 ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนการเสียชีวิตของ นายวสุ สุฉันทบุตร นักศึกษาปริญญาโทประเทศออสเตรเลีย ที่ร่วมชุมนุมกลุ่ม คปท. เพื่อทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุ และพฤติการณ์ที่ตาย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตที่ ศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ช่วงที่มีการสลายการชุมนุม คปท. และ กปปส. เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 56 ช่วงรัฐบาลรักษาการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
 
                            โดยศาลพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 56 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา ต่อมามีพระราชกฤษฎีกา กำหนดวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ. 57 โดยวันที่ 26 ธ.ค. 56 จัดให้รับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และจับฉลากเพื่อเลือกหมายเลขในการเลือกตั้ง ซึ่งวันดังกล่าว ผู้ชุมนุม คปท. มาปิดล้อมศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ที่เป็นสถานที่รับสมัคร เพื่อไม่ให้มีการจับฉลากของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งขณะนั้นรัฐบาลรักษาการ สั่งการให้เตรียมความพร้อมรักษาความเรียบร้อย โดย พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. ได้จัดกองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 16 กองร้อยมาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ , พะเยา , นครสวรรค์ เพื่อควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. บริเวณโดยรอบศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ขณะนั้นจะสวมเครื่องแบบสีน้ำเงินล้วน และมีผ้าพันคอตามสังกัดติดแสดงไว้ กระทั่งช่วงเช้า วันที่ 26 ธ.ค. 56 เกิดการผลักดันกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมและตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ถอยร่นเข้าไปในเขตสนามของศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น และบางส่วนถอยเข้าไปบริเวณตึกกระทรวงแรงงาน ต่อมาช่วงบ่ายเกิดการปะทะกันอีกระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีเสียงปืนจำนวนหลายนัด
 
                            ขณะที่พยานหลายปาก ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เบิกความว่า เห็นนายวสุ อยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุม 3 คน หลังจากเกิดเหตุปะทะระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุม โดยกลุ่มผู้เสียชีวิตได้เดินเท้าเข้าไปหลบหลังป้ายชี้ทาง บริเวณหน้าสำนักงานประกันสังคม หลังจากนั้นพยานได้ยินเสียงปืนดังมาจากหน้าประตูทางเข้าที่ 6 ของศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น จำนวน 2 นัด ต่อมาพบว่า นายวสุ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ แล้วเดินไปหลบบริเวณไม่ห่างจากที่เกิดเหตุ ก่อนล้มลง จากนั้นมีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปช่วยพยุงพานายวสุ ส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในวันที่ 27 ธ.ค. 56 เวลา 03.35 น. ซึ่งขณะเกิดเหตุชาย 2 คนที่อยู่กับนายวสุ ได้ตะโกนว่า "มีตำรวจอยู่บนชั้น 2"
 
                            นอกจากนี้ ยังมีแพทย์ผู้ชันสูตร เบิกความว่า บริเวณที่ถูกยิงบาดแผลฉีกขาดขอบไม่เรียบ ซึ่งร่องรอยเข้าได้กับหัวกระสุนปืน ที่ยิงทะลุใต้ท้อง ชายโครงหน้าซ้าย ทะลุออกหลังด้านขวา แต่ไม่พบเขม่าดินปืน ซึ่งผลของกระสุนทำลายบริเวณช่องท้อง ที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต โดยพยานที่นำสืบมาไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน เชื่อว่าพยานเบิกความตามความเป็นจริง
 
                            จึงรับฟังได้ว่า นายวสุ ผู้ตาย ถูกยิงโดยกระสุนเข้าหน้าท้อง ใต้ชายโครงซ้ายทะลุออกข้างหลัง ขณะเดินอยู่บนถนนหันหน้าเข้าหาสำนักงานประกันสังคมบริเวณกระทรวงแรงงาน แต่ในชั้นนี้ยังไม่มีประจักษ์พยาน เบิกความชี้ชัดว่าผู้ลงมือกระทำเป็นใคร
 
                            ศาลจึงมีคำสั่งว่า นายวสุ ผู้ตาย เสียชีวิตที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เนื่องจากจากถูกกระสุนปืนจากกลุ่มคนร้าย แต่ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้กระทำ โดยมีบาดเเผล ถูกยิงบริเวณหน้าท้อง ใต้ชายโครงด้านซ้าย กระสุนทะลุจากหน้าไปหลัง ซ้ายทะลุขวา ส่งผลให้อวัยวะภายในช่องท้องถูกทำลายเสียเลือดมาก เป็นเหตุให้เสียชีวิต
 
                            ภายหลังมารดาของนายวสุ กล่าวว่า น้อมรับคำสั่งศาล แต่ขอฝากถึงกระบวนการยุติธรรมในชั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้หาคนผิดมาลงโทษ เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตหลายคน ก็ยังหวังว่าจะได้รับความยุติธรรม
 
                            "ฝากถึงประชาชน หรือผู้ที่มีข้อมูลเบาะแส ที่จะชี้ชัดไปถึงผู้กระทำความผิด หากเข้ามาให้ข้อมูลที่สามารถชี้ชัดได้ ก็ยังยืนยันว่าจะให้เงินรางวัล 1 ล้านบาท" มารดาของนายวสุ กล่าวและว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เคยยื่นฟ้องสำนักนายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ต่อศาลปกครอง แต่ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง เนื่องจากคดีไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลปกครอง ซึ่งจะนำคดีมาดำเนินการในศาลยุติธรรมต่อไป
 
 
 
'ธนะศักดิ์' ปัดวิจารณ์คำตัดสินศาล
 
 
                            เมื่อเวลา 13.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ  พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่ศาลอาญา กรุงเทพใต้ อ่านคำสั่งคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 ยื่นคำร้อง ขอให้ไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ช่างภาพชาวญี่ปุ่น ที่ถูกยิงเสียชีวิต ในเหตุการณ์ศาลตัดสินคดีทางการเมือง ปี 2553 ที่ต่อมา ศาลมีคำสั่งที่ว่า ไม่สามารถทราบได้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุทำให้นายฮิโรยูกิ เสียชีวิต รวมถึงไม่ทราบชนิดของอาวุธและวิถีกระสุนว่ามาจากทิศทางใดนั้น พลเอกธนะศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสิน เนื่องจากเป็นการก้าวล่วงอำนาจศาล ทั้งนี้เชื่อว่า ไม่ว่าประเทศใดก็คงต้องเคารพอำนาจศาล และเชื่อว่าศาลพิจารณาไปตามหลักฐาน แต่ทุกคนสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับรูปคดี
 
 
 
 
 
----------------------
 
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)