ข่าว

ลานนาโพสต์ความท้าทายของนสพ.บ้านนอก

ลานนาโพสต์ความท้าทายของนสพ.บ้านนอก

30 เม.ย. 2558

ลานนาโพสต์ความท้าทายของ นสพ.บ้านนอก : 'จอกอ'จักร์กฤษ เพิ่มพูล

             คนทำสื่อบ้านนอกทั้งระบบ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหม่ ระหว่างการรักษาความเป็นสื่อหรือหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นกับการเคลื่อนย้ายไปสู่สื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อความอยู่รอด

             คนอ่านหนังสือพิมพ์น้อยลง อิทธิพลของหนังสือพิมพ์น้อยลง ขณะที่สื่อสังคมออนไลน์ กำลังจะเป็นสื่อกระแสหลัก นี่เป็นข้อที่แทบจะไม่ต้องถกเถียงกันอีก ยกเว้นหนังสือพิมพ์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น หนังสือพิมพ์บันเทิง หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น และธุรกิจ ที่นักลงทุนยังต้องพึ่งพาข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุน ยังพอประคับประคองไปได้

             เมื่อพูดถึงอนาคตของสื่อหนังสือพิมพ์ แม้จะมุ่งหมายถึงหนังสือพิมพ์ระดับชาติ หรือ เนชั่นแนล นิวส์เปเปอร์ ซึ่งทำให้คนอ่านทั่วประเทศ แต่ก็มักจะไม่ได้แยกหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นออกจากสมมุติฐานนี้ ความเข้าใจก็คือ พังก็พังด้วยกันทั้งหมด ไม่มีหนทางอื่น นอกจากขยายไปสื่ออื่นๆ เช่น วิทยุและโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ ที่สื่อส่วนกลาง หรือสื่อที่มีลักษณะการทำงานแบบอุตสาหกรรมเท่านั้น ที่มีศักยภาพ

             2-3 ปีมานี้ เมื่อมีโอกาสไปเยี่ยมยามถามข่าว คนทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเกือบทั่วประเทศ ในฐานะผู้นำองค์กรสื่อ ผมพบประเด็นในเชิงบริหารจัดการ ที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างหนังสือพิมพ์ระดับชาติ และหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น

             ยกเว้นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่เป็นรายวัน 3 ฉบับในประเทศไทย คือ ไทยนิวส์ เชียงใหม่นิวส์ และเสียงใต้รายวัน จังหวัดภูเก็ต ที่มีลักษณะการบริหารงานใกล้เคียงกับหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง คือมีฝ่ายจัดการ ฝ่ายโฆษณา ฝ่ายกองบรรณาธิการแยกจากกันชัดเจน ถัดจากนั้นก็เป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ รายปักษ์ ที่มีการจัดการค่อนข้างเป็นระบบ และหนังสือพิมพ์รายสะดวกที่ไม่มีระบบบริหารจัดการ และไม่ได้เป็นองค์กรสมาชิกสภาหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เช่นเดียวกับหนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์

             เกือบทั้งหมด เน้นการนำเสนอเนื้อหาเช่นเดียวกับหนังสือพิมพ์กลุ่มประชานิยมในส่วนกลาง คือการเสนอข่าวอาชญากรรม ข่าวอุบัติเหตุ ข่าวแปลกประหลาด มหัศจรรย์ ข่าวบอกใบ้ให้หวย แต่ที่หนักไปกว่านั้น คือ การเสนอภาพศพ ภาพลามกอนาจาร โดยไม่มีเซ็นเซอร์ รวมทั้งการให้หัวข่าวที่หลายครั้งเป็นการซ้ำเติมชะตากรรมผู้สูญเสีย หรือผู้เคราะห์ร้าย เช่น ข่าวข่มขืน ข่าวการล่วงละเมิดทางเพศ

             แน่นอนว่า ข่าวและภาพที่มีเนื้อหาเช่นนี้ ตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่เพียงพอ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจำนวนไม่น้อยจึงจำเป็นต้องอิงระบบอุปถัมภ์ ทั้งจากนักการเมือง ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ หรือการรบนอกรูปแบบ เช่น การเขียนข่าวโจมตีบุคคล หน่วยงาน แลกกับค่าปิดปาก ในกรณีที่บุคคลหรือหน่วยงานไม่อยากยุ่งยากมีเรื่องกับหนังสือพิมพ์

             เช่นนั้น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่เสนอข่าวคุณภาพ หรือข่าวประเภท ฮาร์ด นิวส์ จะอยู่รอดได้หรือ หากมุ่งแต่นำเสนอข่าวที่เน้นเนื้อหาสาระ ไม่เสนอภาพศพ ภาพหวาดเสียว ภาพลามกอนาจาร หรือการให้หัวข่าวที่ละเมิดคนอื่น

             สมมุติฐานของผม ก็คือ ในท่ามกลางภาวะล่มสลายของหนังสือพิมพ์ระดับชาติ ที่เสนอข่าวเดียวกัน ภาพเดียวกัน ถึงแม้จะมีพื้นที่อธิบายความมากกว่า แต่พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ก็ไม่ต้องการอ่านข่าวยาว หรือต้องการคำอธิบายมากไปกว่า ใคร อะไร ที่ไหนแล้วนั้น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจะมีทางเลือกใดบ้าง ในยุคที่มีการพูดถึงการปฏิรูปสื่อขณะนี้

             ข้อสังเกตของผมก็คือ หนังสือพิมพ์ระดับชาติมักไม่ให้ความสำคัญ หรือเข้าใจบางเรื่องราวในท้องถิ่นมากไปกว่าคนทำข่าวในท้องถิ่น แม้ว่าฉบับใหญ่ๆ จะมีนักข่าวประจำในต่างจังหวัด แต่ด้วยความไม่เข้าใจและเข้าถึงแหล่งข่าว พื้นที่ข่าวอย่างแท้จริง การประเมินคุณค่าข่าว หรือการสั่งประเด็นของหัวหน้าข่าวในส่วนกลาง จึงไม่สามารถเรียกข่าวที่ดีมีคุณภาพจากท้องถิ่นมาได้

             คนข่าวท้องถิ่นเท่านั้นที่จะเข้าถึงคุณภาพของข่าวท้องถิ่นได้ ในขณะเดียวกันหากประเมินผู้บริโภคข่าวสารในท้องถิ่น ผมเข้าใจว่า พวกเขาคงอยากเรียกร้องข่าวที่ใกล้ตัว ข่าวที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของเขา ข่าวที่ทั้งสื่อท้องถิ่นและสื่อส่วนกลางอาจมองข้ามไป

             นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นในการเสนอแนวคิด หนังสือพิมพ์ชุมชน หรือ คอมมูนิตี้ นิวส์เปเปอร์ คือการทำข่าวท้องถิ่นที่มีเนื้อหาสาระ และมีความใกล้ชิดกับคนอ่าน

             อาจจะยังไม่ถึงขั้นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ แต่ผมใช้เวลาราว 3 ปี เลือกหนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ จังหวัดลำปาง ซึ่งเป็นตัวอย่างงานวิจัยเรื่อง “ลานนาโพสต์ ข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น” ของ ผศ.รุจน์ โกมลบุตร แห่งคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เช่นเดียวกัน เป็น ”หนูทดลองยา” เพื่อหาคำตอบว่า หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นจะอยู่รอดได้หรือไม่ หากไม่เสนอข่าวและภาพตามขนบของหนังสือพิมพ์ต่างจังหวัด

             หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ ผู้ก่อตั้งจบเทคนิคการแพทย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เริ่มต้นทำงานในโรงพยาบาลมากว่า 20 ปี บรรณาธิการจบปริญญาตรีเทคโนโลยีชีวภาพ มหิดล ปริญญาโทสาขาวิศวกรรมอาหาร คณะวิศวกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เรียกว่าไม่มีใครมีพื้นฐานด้านนิเทศศาสตร์ และวารสารศาสตร์มาเลย

             ผลการทดลองในห้วงระยะเวลา 3 ปี ที่กองบรรณาธิการให้ความสำคัญในการรายงานข่าวสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ที่เคยถูกมองข้าม เช่น ปัญหาน้ำวังเน่าเสีย ปัญหาจอกหูหนูที่เขื่อนกิ่วลม ทั้งสองข่าวได้รับรางวัลสิ่งแวดล้อมติดต่อกัน 2 ปี จากชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และปีนี้พวกเขากำลังทำข่าวเกาะติดการต่อต้านโรงไฟฟ้าที่ป่าเหียงอย่างเอาจริงเอาจัง

             ข่าวคุณภาพเช่นนี้สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้สนับสนุนและผู้อ่าน ยิ่งทำให้ผมมีความเชื่อมั่นในแนวทางการทำหนังสือพิมพ์ชุมชน และคงค้นหาคำตอบที่นำไปสู่ความสำเร็จทั้งในเชิงธุรกิจและเนื้อหาได้สักวันหนึ่ง

             ทุนท้องถิ่น ผู้ประกอบการในท้องถิ่น ผู้บริโภคข่าวสารในท้องถิ่น ซึ่งอาจยังไม่คุ้นเคยกับการเสนอข่าวที่มุ่งเน้นเนื้อหาสาระ และมีความรับผิดชอบ จะเป็นพลังสำคัญทำให้ลานนาโพสต์ได้เป็นสื่อตัวแทนของคนลำปาง และได้รับการประกาศเกียรติคุณอย่างเต็มภาคภูมิบนเวทีระดับชาติเช่นในห้วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา

             เสรีภาพบนความรับผิดชอบ นั่นคือคำมั่นสัญญาที่จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง