ข่าว

 ‘วิษณุ’ชี้ใช้ม.44เปิดช่องทำประชามติไม่ได้

‘วิษณุ’ชี้ใช้ม.44เปิดช่องทำประชามติไม่ได้

29 เม.ย. 2558

‘วิษณุ’หวังรธน.ผ่านฉลุยไปสู่โรดแม็พที่3 ชี้ใช้ม.44เปิดช่องทำประชามติ ไม่ได้ ม.181-182ของใหม่ดาบสองคม

           ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 29 เม.ย.2558 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้มีการตัดมาตรา 181 , 182 ในร่างรัฐธรรมนูญว่า ตนไม่ว่าอย่างไรเพราะเป็นความคิดเห็นของนายอภิสิทธิ์ และหลายคนก็วิจารณ์ว่ามาตราเหล่านั้นเป็นของใหม่ที่ไม่เคยมีที่อาจจะทำให้เป็นปัญหา แต่เราก็กำลังดูอยู่เหมือนกันและอาจจะดูว่ามันมีข้อดีข้อเสียอย่างไร อาจจะตั้งเป็นข้อสังเกตเพื่อส่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าจะถึงขั้นต้องตัดออกหรือไม่ ดังนั้นตนจึงตอบแบบชัดเจนไม่ได้ แต่ยอมรับว่ามาตราเหล่านี้ด้วยความที่เป็นมาตราใหม่ก็อาจจะเกิดปัญหาเหมือนกัน
 
           ส่วนมุมมองส่วนตัว นายวิษณุ กล่าวว่า ตนก็พยายามเดาใจกรรมาธิการว่าตอนที่เขาเสนออาจจะมองว่ามันจะทำให้ดี แต่ด้วยความที่ใหม่และไม่เคยทดลองใช้ ซึ่งบ้านเราถ้าอะไรที่เขาบอกว่าดีแล้วเราคิดว่าดีแต่พอใช้ไปอาจจะเป็นปัญหาได้เหมือนกัน ซึ่งดูแล้วก็จะเกิดกับทุกเรื่อง บางทีเอามันไปง่ายๆเรียบๆตามที่เคยทำอาจจะทำให้ราบรื่นกว่า
 
           “บางทีเราอาจจะอยากมีของใหม่ๆเพราะเป็นการปฏิรูป แต่ว่าอย่างว่ามันก็เป็นดาบสองคม พอไม่ชินก็ถูกโจมตี พอถูกโจมตีก็ทำให้เกิดความรู้สึก บางครั้งยังไม่ได้ทดลองใช้ก็เกิดความรู้สึกหวั่นไหว ตอนนี้ประชาชนอาจจะมีความรู้สึกหวั่นไหวเพราะยังเคยไม่ลอง”นายวิษณุ กล่าว
 
           นายวิษณุ กล่าวอีกว่า แต่จะให้ลองไปก่อนแล้วแก้ไขภายใน5ปี ตามที่นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างฯ ระบุนั้น คนก็เกิดความไม่แน่ใจว่าสุดท้ายจะแก้ไขได้หรือไม่หรือจะเกิดความเสียหายเสียก่อนถึงเวลา 5 ปีหรือไม่ แบบนี้ต้องทำความเข้าใจ  ถ้าตนมีโอกาสก็จะบอกกรรมาธิการว่าต้องทำความเข้าใจอธิบายให้มากกว่านี้ว่าแต่ละมาตราที่คิดขึ้นมาต้องการแก้ปัญหาอะไร
 
           เมื่อถามว่ากรรมาธิการระบุว่าการทำประชามติจะต้องทำก่อนวันที่ 6 สิงหาคม นายวิษณุ กล่าวว่า ก็แน่นอน เพราะวันที่ 6 สิงหาคมจะเป็นวันลงมติ แล้วทิ้งไว้เพื่อให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีดำเนินการเขียน หรือที่เรียกว่า “จาง” ในสมุดไทย เพื่อเตรียมนำขึ้นถวายฯในวันที่ 4 กันยายน ถ้าหากตัดสินใจว่าจะทำประชามติ ถ้าจะมีก็ต้องมีหลังจากที่สภาฯได้มีมติไปแล้ว เพราะถ้าสปช.คว่ำร่างฯก็ไม่มีอะไรไปลงประชามติ ถ้าสปช.มีมติให้ผ่าน ถ้าทางตรงก็นำขึ้นถวายฯ แต่ถ้าทางอ้อมก็เลี้ยวไปลงประชามติ ซึ่งการลงประชามติจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 เพื่อสามารถกำหนดกระบวนการ วันเวลาที่จะทำ วิธีการที่จะทำ และมันจะกระทบเวลาที่ล็อคไว้ทั้งหมด ที่ต้องทลายกำแพงเหล่านี้ให้หมดตามที่นายบวรศักดิ์ระบุว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวก่อนวันที่ 6 สิงหาคม
 
           “มีหลายคนพูดว่าทำไมไม่ใช้มาตรา44 มันทำได้สารพัดก็จริงแต่มันเป็นมาตราที่อยู่ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวจึงทำได้สารพัด แต่จะให้ขัดแย้งกับตัวรัฐธรรมนูญเองไม่ได้ เพราะมันเท่าเทียมกัน”นายวิษณุ กล่าว
 
           รองนายกฯด้านกฎหมาย กล่าวอีกว่า ในเมื่อทุกอย่างมันล็อคเรื่องเวลาไว้ว่ากระบวนการรัฐธรรมูญต้องร่างในกี่วัน ต้องทำขึ้นถวายภายในกี่วัน ซึ่งการลงประชามติทำให้วันเหล่านั้นเคลื่อนออกไปอีก เมื่อเคลื่อนหมดแล้วใช้มาตรา44 ก็เท่ากับว่าจะไปทำลายวันที่กำหนดตามรัฐธรรมนููญซึ่งทำไม่ได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมนำมาตรา44 มาใช้ในการลงประชามติไม่ได้ จึงต้องแก้รัฐธรรมนููญชั่วคราวเพื่อขยายวันออกไป ดังนั้นก็ต้องใช้เส้นทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวระบุไว้แล้วว่าวันที่ 4 กันยายน ต้องนำร่างรัฐธรรมูญขึ้นถวายฯ นี่พูดถึงว่าถ้าจะต้องทำประชามติ
 
           เมื่อถามว่าคำถามในการประชามติจะออกมาประมาณไหน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลที่เป็นผู้คิด แต่คงจะต้องถามอีกทีว่าจะถามว่าอะไร ส่วนที่ในอดีตถามเแค่ว่ารับหรือไม่รับโดยไม่มีการเปรียบเทียบว่าถ้าไม่รับฉบับนี้แล้วจะเลือกฉบับนี้หรือไม่นั้นก็คงยุ่งพิลึก เพราะต้องนำฉบับนั้นออกมาโฆษณาอีกให้คนเข้าใจ เพราะตามหลักต้องทำความเข้าใจกับฉบับที่มีการร่างใหม่หรือที่เรียกกันว่าฉบับฝันเฟื่อง
 
             “แต่ถ้าสมมติว่าไม่รับฉบับฝันเฟื่องที่อาจารย์ศรีราชาเรียก แล้วไปฉบับ 40 กับ 50 มาด้วย ก็ต้องให้ประชาชนทำความเข้าใจใหม่ เพราะคราวที่แล้วไม่ได้ทำความเข้าใจ ทีนี้แหละยุ่งใหญ่เลยทีนี้ แต่ครั้นจะให้ถามไปเลยว่าเลือกหรือไม่เลือกก็แน่ใจได้อย่างไรว่าคนเขาเข้าใจ หรือเข้าใจแต่ก็อาจจะลืมหมดแล้ว”นายวิษณุ กล่าว
 
           ส่วนเรื่องของการตัดร่างรัฐธรรมนูญออก 20-30มาตรานั้น นายวิษณุ กล่าวว่า มีผู้สื่อข่าวบางคนมานั่งนับว่า ตอนนี้มี 315 มาตรา ถ้าตัดออกไปก็จะเหลือประมาณ 285 มาตรา มันไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่หมายความว่ามีมาตราที่จะต้องทักท้วงกันซึ่งอาจจะเอาออกทั้งมาตราหรือออกเพียงบางวรรค หรือออกเพียงบางคำ ซึ่งอยู่ในข่ายประมาณ 20-30มาตรา
 
           “สุดท้ายจริงๆแล้วอาจจะไม่ได้ดึงออกทั้งมาตรา เช่นมาตรานี้มี 3วรรค ก็อาจจะเอาออกบางย่อหน้า มาตรานี้เขียนยาวเยิ่นเย้อ อาจจะเขียนให้สั้นลง แบบนี้มีประมาณ 20-30มาตรา”นายวิษณุ กล่าว
 
           เมื่อถามว่าตอนนี้เริ่มมีการพนันแล้วว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ แล้วแต่วงพนันเขา ตนไม่ได้มีเอี่ยวอะไรด้วย แต่ตนพูดไม่ถูกและดูไม่ยุติธรรมหรอกว่าถ้ามาถามตอนนี้ เพราะกรรมาธิการอาจจะแก้ไขตามที่เสนอทั้งหมดจนพอใจ พอพอใจก็ผ่าน แต่ตอนนี้ก็เป็นจิ้งจกทัก กินปูนร้อนท้องไปก่อนว่าอคติไปหน่อย แต่ทั้งนี้เราทุกคนอยากให้มันผ่านเพื่อไปสู่โรดแมพที่3โดยเร็ว หรือใครไม่อยากไป “ผมคนนึงที่อยากไป”
  
            เมื่อถามว่าแต่ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านอายุของกรรมาธิการก็ต้องขยายและรัฐบาลก็ต้องอยู่ต่อ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช่แน่นอน ถ้าขยายแล้วรัฐบาลพ้นไปแล้วจะให้ใครมาเป็นรัฐบาล แต่จะให้รัฐบาลมาบอกว่าผ่านไม่ผ่าน หรือประชามติหรือไม่ก็ไม่เหมาะสม รัฐบาลต้องเป็นคนพูดคนสุดท้ายที่พูด ถ้าบอกว่าผ่านครับ แต่ปรากฏว่าไม่ผ่านก็จะเดือดร้อน หรือไปลงประชามติก็เดือดร้อน
 
           เมื่อถามว่าไม่ใช่ว่ารัฐบาลอยากให้ไม่ผ่านเพราะรัฐบาลจะได้อยู่ต่อหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่กล้าตอบ แต่สำหรับตนอยากให้ผ่าน ส่วนนายกฯอยากให้ผ่านหรือไม่ต้องไปถามท่าน

 

กำชับทุกกระทรวงตรวจเนื้อหาร่างรธน.

            ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนค์ คอนเวนชั่น นายวิษณุ กล่าวถึงความคืบหน้าที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)จะยื่นคำขอแปรญัตติในร่างรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้กรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญส่งตัวร่างฯมายัง ครม.แล้ว โดย กมธ.ยกร่างฯได้เปิดโอกาสให้ส่งคำขอแก้ไขภายใน 30 วัน ซึ่งมีเวลาตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน ถึง 25 พฤษภาคม ดังนั้นเรื่องดังกล่าวยังพอมีเวลา ทั้งนี้ในส่วนของ ครม.ได้ตกลงกันแล้วว่า ให้ทุกกระทรวงส่งความเห็นกลับมายังตนในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายรัฐบาล ภายในวันที่ 14 พฤษภาคม จากนั้นวันที่ 15 พฤษภาคม ถึงวันที่ 25 พฤษภาคม คณะทำงานจะได้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรส่งไปยัง กมธ.ยกร่างฯ และหลังจากนั้น กมธ.ยกร่างฯอาจจะเชิญ ครม.ไปชี้แจง ทั้งนี้ตนได้บอกไปยังทุกกระทรวงว่า อาจไม่ต้องไปสนใจในเรื่องของกลไกทางการเมืองมากนัก แต่ให้สนใจว่าจะมีกลไกอะไรที่เป็นปัญหาและอุปสรรคในการทำงานหรือการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล

            “วันนี้ทุกคนตื่นเต้นกับประเด็นเช่น นายกฯเป็นใคร มาจากไหน เป็น ส.ส.หรือไม่ การเลือกตั้งเลือกแบบไหน แบบเยอรมันหรือแบบอะไร ไปสนใจเรื่องสมัชชาคุณธรรม เรื่องสภาขับเคลื่อนฯ ซึ่งเป็นเรื่องการเมืองภาคการเมือง แต่เรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานประจำวันที่เขียนในรัฐธรรมนูญ เช่น ต่อไปนี้การจะเสนอโครงการอะไรต้องรับฟังความเห็นของคนก่อน หรือ เกี่ยวกับงบประมาณอย่างนั้นอย่างนี้ การส่งเงินเข้ารัฐจะต้องแบบไหน ซึ่งเป็นการเมืองภาคราชการ ไม่ใช่ภาคการเมือง มันไม่มีคนช่วยดู ไม่มีเสียงวิจารณ์ จึงให้กระทรวงต่างๆช่วยดู ไม่ใช่เพื่อรัฐบาลนี้ แต่เพื่อคนที่จะมาเป็นรัฐบาลภายหน้า เพราะดูแล้วมีหลายมาตราที่จะเป็นอุปสรรคในการทำงานของรัฐบาลต่อไป ไม่ว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปไตย(ปชป.) พรรคเพื่อไทย(พท.) พรรคชาติไทยพัฒนา(ชทพ.) พรรคไหนๆก็ตามอาจประสบปัญหาได้ และคนเหล่านี้ไม่มีโอกาสขอแก้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นสิ่งที่ ครม.กำลังดูอยู่ อย่างไรตามกระทรวงต่างๆได้ทยอยส่งความเห็นของแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาบ้างแล้ว และอาจจะมีการส่งความเห็นเพิ่มเติ็มอออกมา” นายวิษณุ กล่าว

            ผู้สื่อข่าวถามว่ายกตัวอย่างที่บอกว่ามีมาตราที่จะเป็นอุปสรรคในต่อการบริหารของรัฐได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ขอไม่ยกตัวอย่าง เพราะบางเรื่องอาจไม่มีปัญหาจนถึงขั้นส่งความเห็นไปยัง กมธ.ยกร่างฯ เพราะบางกระทรวงเมื่ออ่านร่างฯอาจแล้วเข้าใจผิด มันเป็นปัญหาที่ราชการสนใจ แต่นักการเมืองไม่สนใจ

            เมื่อถามว่า รัฐบาลได้ขอให้แต่ละกระทรวงส่งแนวทางการปฏิรูปตัวเองมาด้วยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า การปฏิรูปนั้นแยกไปทำต่างหาก ดังนั้นวันนี้ถ้าหากกระทรวงต่างๆส่งแนวทางการปฏิรูปมา เราอาจส่งไปให้สภาปฏิรูป(สปช.) แต่ที่ด่วนกว่าวันนี้คือเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะ สปช.ยังอยู่อีกหลายเดือน จะปฏิรูปอะไรก็ค่อยว่ากัน เพราะจะส่งไปตอนนี้เขาจะคิดว่าเราให้เอาใส่ไปในรัฐธรรมนูญ และจากที่รัฐธรรมนูญมี 315 มาตรา ก็จะกลายเป็น 370 มาตรา

            เมื่อถามถึงเรื่องที่เคยบอกว่าต้องการให้ตัดเนื้อหารัฐธรรมนูญออกประมาณ 20-30 มาตรา นายวิษณุ กล่าวว่า ที่พูดไปวันนั้นเพราะมีคนถามว่า 315 มาตรานั้นยาวไปหรือไม่ จึงบอกว่ายาว แต่ไม่ได้ถือเอาตัวเลขในมาตราเป็นหลัก แต่ถือข้อความว่ามีความละเอียดมากไป ภาษาอาจยืดเยื้อ ยืดยาว ดังนั้นอาจมีส่วนที่สามารถตัดออกได้ประมาณ 20-30 มาตรา ไม่ได้หมายความว่าตัดออกยกมาตรา เพราะบางมาตราที่มี 3 วรรค อาจตัดออกให้เหลือวรรคเดียว บางมาตราอาจเอาออกทั้งหมด ซึ่งตรงนี้จะส่งไปในคำขอแปรญัตติด้วย และคิดว่าการตัดเนื้อหานั้นจะกระทบถึง 20-30 มาตรา แต่เอาจริงอาจไม่ถึงขนาดนั้น ซึ่งจะเปิดเผยต่อสื่อมวลชนอยู่แล้ว จะไปกระกระมิดกระเมี้ยนกับนายนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯได้อย่างไร

            เมื่อถามว่าประเด็นทางการเมืองเช่น ที่มา นายกฯ ส.ส. ส.ว. หาก กมธ.ยกร่างฯไม่แก้ จะเกิดปัญหาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า จะแก้หรือไม่นั้น เป็นอำนาจของ กมธ.ยกร่างฯ หากไม่แก้ ก็นำเข้าที่ประชุม สปช. จากนั้นก็อยู่ที่ว่า สปช.จะชั่งน้ำหนักแล้วดูว่าคุ้มหรือไม่ที่จะให้ผ่าน เหมือนกับการเลือกปาร์ตี้ลิสต์ ที่มีกว่าร้อยรายชื่อ เมื่อเราชอบ 10 คนแรกแล้วไม่ชอบ 90 คนหลัง ก็ต้องเลือกเอา ถ้าบอกว่าไม่เอาก็เหมือนการปฏิเสธ 10 แรก เรื่องนี้ต้องชั่งน้ำหนักเอง คนเราบางทีมันก็ต้องทำใจ

            เมื่อถามว่าในส่วนของรัฐบาลจะเสนอแก้ไขประเด็นการเมืองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า คงมี แต่ก็ต้องดูทั้งหมด แต่ยังไม่ขอลงรายละเอียด ซึ่งตนจะทำการบ้านแล้วส่งเข้าที่ประชุม ครม.โดยคาดว่าวันที่ 19 พฤษภาคม จะนำเข้า ครม.ได้

            เมื่อถามว่า ส่วนตัวรับได้หรือไม่หากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นที่ยอมรับแล้วตกไปในที่สุด นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ไปไกลเหมือนกับนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ที่บอกว่า ยอมตายหากรัฐธรรมนูญมีตำหนิ ตนมีเรื่องอื่นเยอะที่จะยอมตาย