ข่าว

6ปีที่รอคอยของหนุ่มแดนจิงโจ้กับแม่บ้านสาวชาวเหนือถิ่นไม้สัก

6ปีที่รอคอยของหนุ่มแดนจิงโจ้กับแม่บ้านสาวชาวเหนือถิ่นไม้สัก

30 เม.ย. 2558

‘6ปีที่รอคอย’ของหนุ่มแดนจิงโจ้กับแม่บ้านสาวชาวเหนือถิ่นไม้สัก : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ โดย... สแตนลี่ย์ เบนเน็ตต์

 
 
          "ขอบน้ำขวางหน้า ขอบฟ้าขวางกั้น บุพเพยังสรรค์ประสบให้ได้สบ พบรักกันได้ ห่างกันแค่ไหนเขาสูงบังกั้นไว้ รักยังได้บูชา…" นี่คือหนึ่งในคำร้องของบทเพลง "บุพเพสันนิวาส" ซึ่งละม้ายคล้ายกับชีวิตรักของ "กนกวรรณ มอสท์" หรือ "นิด" อดีตแม่บ้านวัย 45 ปี ที่ชีวิตผกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือด้วยระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีกับเรื่องราวความรักที่ไม่ธรรมดา
 
          "นิด" สาว อ.สูงเม่น จ.แพร่ ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการแม่บ้านเป็นเวลากว่า 16 ปี ทำงานทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถูตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องเช่า บ้านพัก บริษัทหรือกระทั่งออฟฟิศและมีอาชีพเสริมอีกอย่างคือการช่วยพี่สาวทำเฟอร์นิเจอร์ขาย เพราะมีภาระสำคัญคือการเลี้ยงดูบุตรชายคนโต "ต๊ะ" ปัจจุบันอายุ 17 ปี หลังจากหย่ากับสามีนานหลายปี ทำให้ทุกวันนิดต้องยืนหยัดอยู่บนโลกแห่งความความหวัง การต่อสู้เพียงลำพังเพื่ออนาคตของลูกชายซึ่งสมัยนั้นยังเด็กอยู่มาก
 
          ด้วยความที่เธอคลุกคลีอยู่ในวงการแม่บ้านและเป็นที่รู้จักของคนหมู่มาก ทำให้วันหนึ่งเธอถูกว่าจ้างให้ไปทำความสะอาดของนายฝรั่งคนหนึ่งชื่อ "พอล" ชาวอังกฤษ ณ เวลานั้น การเข้าทำงานกับชาวต่างชาติถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมากสำหรับเธอ โลกทั้งใบประหนึ่งหมุนวนสลับด้าน เธอต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่หมดในทุกๆ ครั้งที่เข้าไปทำความสะอาดบ้านของนายฝรั่ง เพราะด้วยกฎระเบียบ วัฒนธรรม ประเพณีและนิสัยที่แตกต่างจากคนไทยอย่างสิ้นเชิง ทำให้การจูนคลื่นเข้ากันนั้นเป็นไปได้ยาก เริ่มแรกไปได้ไม่สวยนัก อยากจะลาจากการเป็นแม่บ้านให้นายฝรั่งคนนี้เสียเร็ววัน แต่ด้วยนิสัยห้าวหาญและไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งต่างๆ ทำให้เธอเป็นแม่บ้านทำความสะอาดบ้านให้นายฝรั่งกินเวลาร่วมนับ 10 ปี
 
          และตอนนั้นที่ฟ้าเหมือนจะเปิดตาและส่งกามเทพน้อยลงมาเพื่อยิงลูกศรปักเนื้อคู่ นายฝรั่งที่ชื่อ "พอล" ได้เชื้อเชิญ "เดวิด มอสท์" สามีคนปัจจุบัน ชาวออสเตรเลียมาที่บ้าน ประจบกับช่วงเวลาที่นิดกำลังทำความสะอาดบ้านอยู่เป็นกิจวัตร จุดนั้นนั่นเองที่ทำให้เธอได้รู้จักกับเดวิด ซึ่งเดิมทีทั้งคู่ยังคงไม่สนิทชิดเชื้อกัน เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่เข้ามาและผ่านไป แต่จะด้วยสวรรค์มีตาหรือไม่นั่น ทำให้เธอมีโอกาสได้พบกับเดวิดอยู่บ่อยๆ และด้วยความที่ทั้งคู่ยังโสดทำให้เดวิดเกิดมีใจให้แก่นิดเพราะเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงขยันและรักครอบครัว อีกทั้งจากการพูดคุยกับเพื่อนที่ชื่อพอล ทำให้เขามั่นใจได้ว่าเธอคนนี้นี่แหละที่จะมาเป็นแม่ของลูกเขาในอนาคต
 
          หากแต่นั่นใช่เรื่องง่ายดั่งปอกกล้วยเขาปากเสียเมื่อไหร่ ความรักมักมาพร้อมกับอุปสรรคเสมอ ด้วยความที่นิดเป็นผู้หญิงขยันและกล้าแกร่ง การที่จะมีเวลาไปนั่งกินข้าวกับใครสักคนคงเป็นไปได้ยาก เพราะด้วยเวลาเลิกงานที่ค่ำและการที่ต้องกลับบ้านไปเลี้ยงลูก เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยซ้ำแล้วซ้ำเล่า การถูกปฏิเสธการเชื้อเชิญทำให้ฝ่ายชายเริ่มเหนื่อยล้า แต่ยังฝืนทนรั้งความรู้สึกรักไว้เป็นเวลานานกว่า 5 ปี ในช่วงเวลา 5 ปีก็ได้ออกไปกินข้าวด้วยกันบ้าง ไปเที่ยวด้วยกันบ้าง แต่ไม่มีโอกาสที่ได้แนบชิดกันไปมากกว่านี้ กระทั่งวันหนึ่งที่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป
 
          เมื่อเดวิด ลาออกจากงานประจำซึ่งเป็นอาจารย์สอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองแพร่ และย้ายตัวเองไปสอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ตามคำร้องขอจากทางโรงเรียน ความที่เดวิดเป็นผู้ชายมองการณ์ไกลและพร้อมที่จะสร้างอนาคตที่ดีให้ตัวเองอยู่เสมอ ทำให้เขาต้องตัดสินใจสละความรักครั้งนั้นไปด้วยความรู้สึกเสียดาย
 
          หากนั่นไม่ใช่จุดจบแต่คือบททดสอบของความรักที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างคนสองคน เมื่อเดวิดย้ายไปอยู่นครศรีธรรมราชไม่นาน ความผูกพันทางใจที่มีให้กันอยู่บ้าง รวมถึงการไกลห่าง บ่อยครั้งที่เขาโทรศัพท์หาสาวในดวงใจ เพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เป็นห่วงเรื่องต่างๆ ของฝ่ายหญิง ซึ่งนิดก็ไม่ปฏิเสธที่จะรับโทรศัพท์จากฝ่ายชายทั้งคู่ติดต่อกันเป็นเวลาร่วมปี กระทั่งวันหนึ่งจากการได้ปรึกษาเรื่องความรักกับพี่สาว เธอได้คำตอบที่ชัดเจนถึงการตามหาหัวใจโดยพี่สาวให้คำตอบว่าอนาคตอยู่ข้างหน้าให้ไปหาอนาคต ย่ำอยู่แต่ที่เก่าจะไปได้อะไรนอกจากสิ่งเดิมๆ"
 
          จุดนี้เองที่ทำให้นิดฉุกคิดและนึกถึงบุตรชายคนเดียวของเธอ ด้วยภาระที่หนักหน่วงสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวกับความรู้สึกลึกๆ ก็จุดประกายความหวังใหม่ของเธอ นั่นคือการตามหาใครที่สักคนที่พร้อมจะดูแลเธอ รักเธอ ห่วงใยลูกชายของเธอ และพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน แน่นอนว่าคนคนนั้นก็คือ เดวิด  
 
          ณ จุดนั้นการผจญภัยในความรักครั้งใหม่ของนิดก็เริ่มต้นขึ้น เธอติดต่อไปที่ฝ่ายชายและบอกเขาว่าจะลงไปหาที่นครศรีธรรมราชเพื่อพูดคุยถึงเรื่องหัวใจระหว่างเขากับเธอ ทุกอย่างราบรื่นไม่มีปัญหา ฝ่ายเดวิดเมื่อรู้ว่าฝ่ายหญิงจะมาก็ได้เตรียมการต้อนรับเป็นอย่างดี
 
          ความปลื้มปรีดีที่ผุดขึ้นมาในหัวใจของเขาที่ทำให้เดวิดสัญญากับตัวเองว่า "เขาพร้อมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่างเพื่อผู้หญิงที่รัก" เมื่อฝ่ายหญิงลงมาหาฝ่ายชายแล้วทั้งคู่ตกลงคำมั่นสัญญาด้วยกันว่าด้วยเรื่องที่ฝ่ายชายขอนิดแต่งงาน โดยไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมาก นอกเสียจากการจดทะเบียนสมรสและสวมแหวนให้กันและกันที่ จ.นครศรีธรรมราช ส่วน "ต๊ะ" ลูกชายของนิด ได้เข้าเรียนโรงเรียนที่เดวิดสอนอยู่ โดยที่เขารับอาสาส่งเสียค่าเล่าเรียนรวมถึงค่ากินอยู่ทุกอย่างให้
 
          และการอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นเวลานานทำให้ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกันชื่อ "คาม" ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย หัวแก้วหัวแหวนของครอบครัวมอสท์ เปรียบดั่งตัวแทนของความรักและการยืนหยัดต่อสิ่งที่ตัวเองใฝ่หาและปรารถนาที่จะให้มันเกิดขึ้น คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่าความรักของ "กนกวรรณ มอสท์" และ "เดวิด มอสท์" กว่าจะได้ซึ่งสิ่งที่ล้ำค่าก็ต้องออกไปเสาะหา และต้องใช้เวลาถึงจะคว้ามันมาได้ คือการรอคอยและทะนุถนอมและบางทีก็อาจจะเป็นหนึ่งในชะตาฟ้าลิขิตที่ส่งกามเทพลงมาปักศรให้ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน เปรียบดั่งคำโบราณที่ว่า "อะไรที่ได้มาง่ายๆ มักจะไปไว และอะไรที่ได้มายากๆ มักจะอยู่กับเราไปตลอด"
 
          ปัจจุบันนิดมีอาชีพค้าขายสินค้าแฮนด์เมด ประเภทเย็บปักถักร้อย เช่น กระเป๋าผ้า เข็มขัดและแฟชั่นอื่นๆ ภายใต้ชื่อแบรนด์ว่า "Calmsmum Craftwork" และยังคงอาศัยอยู่กับสามี "เดวิด มอสท์" และลูกชายทั้ง 2 คนอย่างมีความสุขที่ จ.นครศรีธรรมราช และยังคงกลับมาบ้านที่ จ.แพร่ เพื่อเยี่ยมเยือนญาติพี่น้องอยู่เป็นประจำ


...................................
(หมายเหตุ ‘6ปีที่รอคอย’ของหนุ่มแดนจิงโจ้กับแม่บ้านสาวชาวเหนือถิ่นไม้สัก : คอลัมน์ เขยฝรั่ง...สะใภ้อินเตอร์ โดย... สแตนลี่ย์ เบนเน็ตต์ )