
ตชด.44รวบผู้ต้องหา-ยาบ้ากว่าแสนเม็ดค่ากว่า18ล.
29 เม.ย. 2558
ตชด.44รวบผู้ต้องหาพร้อมยาบ้ากว่าแสนเม็ดมูลค่ากว่า18ล้านบาท-น่านสนธิกำลังจับสาวชาวเมี่ยนได้ยาบ้า203เม็ดพร้อมอาวุธปืน-รวบสามีภรรยาชาวลาวขนยาบ้าซุกเก๋ง2.5หมื่นเม็ด
เมื่อวันที่ 29 เม.ย.58 เวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ค่ายพญาลิไท ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ รังสิโยภาส รอง ผกก.ตชด.44 แถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมยาเสพติด(ยาบ้า)ว่า เมื่อวันที่ 27เม.ย. 58 เวลาประมาณ 12.00 น. ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจค้นยาเสพติดร่วมกับจุดตรวจโพธิ์ทอง ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ตั้งด่านตรวจอยู่นั้น ได้มีชายวัยรุ่น ทราบชื่อภายหลัง ชื่อนาย อาหะมะซีวา สามะ อายุ23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/3 หมู่1 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ขับขี่รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ ฮอนด้า สี บรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กง 4583 ยะลา เข้ามาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้ขอทำการตรวจค้น
เมื่อนายอาหะมะซีวา เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมส่งสัญญาณให้หยุดรถ และได้แสดงท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ เชิญให้ นายอาหะมะซีวา ลงจากรถเพื่อขอทำการตรวจค้นตัวบุคคล และยานพาหนะ ผลการตรวจค้นภายในรถ พบ ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 20 มัด สีส้มแดง มีอักศร WY ซุกซ่อนอยู่ในพนักพิงเบาะหลัง ซึ่งได้ดัดแปลงไว้ใช้ สำหรับซุกซ่อนยาเสพติดโดยเฉพาะ
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สอบถาม นายอาหะมะซีวา ให้การว่า ของกลางยาบ้าทั้งหมด ตนได้รับการว่าจ้างจาก อาแบ อยู่พื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ให้นำยาเสพติดจำนวนดังกล่าวมาให้นายทุน ในพื้นที่ จ.ยะลา หลังจากส่งมอบยาเสพติดเสร็จ ตนจะได้ค่าจ้างจำนวน 50,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นาย อาหะมะซีวา ว่ามียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
“จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการขยายผล โดยให้นายอาหะมะซีวา ได้ติดต่อสั่งซื้อยาเสพติดจากนายปะดา(ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง) โดยนัดส่งยาเสพติด บริเวณริมถนนสายตะโละดือรามัน ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ไปถึงจุดนัดหมาย พบยาเสพติดฯ อยู่ในกระเป๋าผ้าสีดำ จำนวน 2 ใบ วางซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้าข้างทาง เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 32 มัด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงได้ทำการตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าว รวมของกลางยาบ้าทั้งหมด 104,000 เม็ด มูลค่าในตลาดกว่า 18 ล้านบาท" พ.ต.ท.จักรกฤษณ์ กล่าว
น่าน-สนธิกำลังจับสาวชาวเมี่ยนได้ยาบ้า203เม็ดพร้อมปืน
จังหวัดน่าน ภายใต้อำนวยการ พล.ต.ชัยณรงค์ แก้วกล้า ผบ.จทบ.น.น./ผบ.กกล.รส.จทบ.น.น.จังหวัดทหารบกน่าน นำโดย พ.อ.เศรษฐพล เกตุเต็ม เสธนาธิการจังหวัดทหารบกน่าน สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.ท.อุทัย วงษ์คำแสน รอง ผกก.สส.กก.สส.ภ.จว.น่าน เจ้าหน้าที่ปกครอง อ.เมือง นายบุญมาก นาควัชระ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมือง จังหวัดน่าน นำกำลัง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ สมาชิก อส. 20 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านเป้าหมายลักลอบจำหน่ายยาบ้า ที่ บ้านเลขที่ 69 บ้านขุนสมุนใหม่ หมู่ 16 ต.สะเนียน อ.เมือง จ.น่าน หลังจากได้รับรายงานจากชุดการข่าว จทบ.น.น. โดยเจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้ปิดล้อมเข้าตรวจค้นพบ นางสาวเน้ง แซ่โซ้ง อายุ 38 ปี ซึ่งอยู่ภายในบ้าน โดยที่เอวข้างซ้ายของผู้ต้องหามีกระเป๋าคาดเอว และได้พยายามหลบหนีออกประตูหลังบ้าน
จากการค้นตัวได้พบยาบ้าอยู่ในกระเป๋าที่ผู้ต้องหาผูกเอวอยู่ ตรวจนับพบว่ามียาบ้าจำนวน 203 เม็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ในที่เกิดเหตุ พบปืนแก๊ป ไทยประดิษ อีก 1 กระบอก น.ส.เน้ง ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมว่ายาบ้า 203 เม็ด และอาวุธปืนแก๊ปเป็นของตน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา " มียาเสพติดฯไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นำส่ง พงส.สภ.เมืองน่าน ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
จากการซักถามเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับยาบ้าจำนวน 240 เม็ด จากญาติที่อยู่ในเขตชายแดนไทย-ลาว ในจังหวัดน่าน ได้จำหน่ายไปบ้างแล้ว เหลืออยู่ 203 เม็ด และของกลาง เป็นของ 1 ผู้ต้องหาจริง โดยรับว่าได้จำหน่วยยาบ้าแทนสามีตน ซึ่งเคยขาย แต่พักหลังเสพยาจนขาดทุน ตนจึงต้องมาทำหน้าที่ขายเอง ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นสามีตนไม่อยู่ไปบ้านญาติต่างอำเภอ ส่วนตนเองจะรอจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นและผู้ใช้แรงงานอยู่ที่บ้าน และพื้นที่ใกล้เคียงเท่านั้น จนถูกเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ตรวจพบและจับกุมตัวได้ในที่สุด แจ้งข้อกล่าวหา ควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางนำส่ง พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองน่าน เพื่อดำเนินคดีต่อไป
นายบุญมาก นาควัชระ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงฯ กล่าวว่า น.ส.เน้ง แซ่โซ้ง ผู้ต้องหาที่ถุกจับกุม เป็นราษฎรชาวเขาเผ่าม้ง (แม้ว) บ้านเดิมอยู่ที่ บ้านดอยติ้ว หมู่ 6 ต.ศรภูมิ อ.ท่าวังผา จ.น่าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านเป้าหมายที่มีการจำหน่ายยาบ้า และสถานที่พักยา ของเส้นทางการเดินยา จากเชียงใหม่ เชียงราย เขามาในจังหวัดน่าน อีกเส้นทางหนึ่งของพวกค้ายาเสพติด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจค้นจับกุม ลำเลียงผ่านจังหวัดน่านได้หลายเส้นทางไปยังจุดหมายภาคกลาง น.ส.เน้ง ได้มาอยู่กินกับสามีซึ่งเป็นราษฎรชาวเขาเผ่าเมี้ยน(เย้า)ประมาณ 2 ปี เศษ มีพฤติกรรมค้ายาบ้ามานาน ในปี 2557 ทางอำเภอร่วมกับ กกล.รส.จทบ.น.น.เข้าที่การตรวจค้นแต่ไม่พบยาบ้า พบแต่กระดาษฟอยล์ห่อยาบ้า 2 ชิ้น จึงได้เฝ้าดูจนวันนี้สามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง ซึ่งขณะนี้ ชุด ปฏิบัติการข่าว กกล.รส.จทบ.น.น. กำลังขยายผลวางแผนจับกุมผู้ร่วมขบวนการของ น.ส.เน้ง ซึ่งมีอยู่หลายคน
รวบสามีภรรยาชาวลาว ขนยาบ้าซุกเก๋ง 2.5 หมื่นเม็ด
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 เม.ย.58 นายศุภชัย ลีเขาสูง นายอำเภอน้ำพอง พ.ต.อ.สุวัฒน์ สมจิตต์ ผกก.สภ.น้ำพอง ร.ต.แก้ว งามเลิศ ผบ.หมวด กองร้อย รส.จว.ขอนแก่น พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจปราบปรามยาเสพติดอำเภอน้ำพอง จ.ขอนแก่น แถลงผลการจับกุมสองสามีภรรยาชาว สปป.ลาว ลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาจำหน่ายในเขตอำเภอน้ำพอง
โดยเมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 28 เม.ย. เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ อำเภอน้ำพอง ได้จับกุมท้าวเต่า อายุ 36 ปี นางพัสราพา แก้วมณี อายุ 28 ปี สองสามีภรรยาชาวแขวงสะหวันเขต สปป.ลาว พร้อมของกลางยาบ้า 126 ถุง จำนวน 25,038 เม็ด รถยนต์เก๋ง ฮุนได สีขาว ทะเบียนสปป.ลาว กก 8140 สะหวันนะเขต โทรศัพทย์มือถือซัมซุง 1 เครื่อง เงินสด 35,000 บาท ที่บริเวณริมถนนมิตรภาพ หลัก กม.ที่ 737-734 ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น
ท้าวเต่า ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากหญิงลาวไม่ทราบชื่อให้นำยาบ้าที่อยู่ข้างถังขยะ ฝั่งจังหวัดมุกดาหาร ห่างจากด่านตรวจคนเข้าเมือง 200 เมตร นำมาส่งให้กับพ่อค้าชาวไทยในเขตอำเภอน้ำพอง โดยอ้างว่า ก่อนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้บอกกับภรรยาว่า จะพาไปซื้อเสื้อผ้าที่กรุงเทพเพื่อมาขายในฝั่งลาว เมื่อถึงจุดนัดรับยา ได้ออกอุบายว่าปวดปัสสาวะ จึงลงไปแล้วนำเอายาบ้าขึ้นมาแยกซุกไว้หลังรถ และหลังเบาะที่นั่งคนขับ และคนโดยสาร เมื่อมาถึงที่หมายในเขตน้ำพอง ได้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจเรียกตรวจ จึงโยนยาบ้าบางส่วนทิ้งแต่ก็มาถูกจับได้



