ข่าว

'บวรศักดิ์'ย้อน'มาร์ค'ปรองดองไม่ได้มโน

'บวรศักดิ์'ย้อน'มาร์ค'ปรองดองไม่ได้มโน

29 เม.ย. 2558

'บวรศักดิ์' ย้อน 'อภิสิทธิ์' ปม 'ปรองดอง' ชี้ ไม่ได้เขียนจากการมโน ย้ำ 'อภัยโทษ' ไม่สามารถออก ก.ม.ระบุชื่อคนได้

 
                           29 เม.ย. 58  เมื่อเวลา 09.30 น.  ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการ  นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ และรองประธานสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คนที่ 1 กล่าวในการสัมมนา เรื่อง “การรับฟังความเห็นและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อกำหนดทิศทางการคุ้มครองผู้บริโภค” และบรรยายพิเศษต่อ เรื่อง “ประเด็นเด่นพลเมืองเป็นใหญ่ในรัฐธรรมนูญ” จัดโดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปคุ้มครองผู้บริโภค สปช.ในตอนหนึ่ง ว่า ในร่างรัฐธรรมนูญที่ประกอบด้วย 315 มาตรานั้น อ่านไม่ง่าย แต่เมื่อย่อออกมาก็สามารถสรุปได้ 4 เรื่องสำคัญ 
 
                           1. การสร้างพลเมืองเป็นใหญ่ 2. การเมืองใสสะอาดและสมดุล 3. หนุนสังคมที่เป็นธรรม และ 4. นำชาติสู่สันติสุข ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เรียกว่า รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป
 
                           นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา ที่มีการชุมนุมถึง 2 ปี มีผู้เสียชีวิตกว่า 100 คน บาดเจ็บกว่า 3,000 คน ยังไม่นับความเสียหายอื่น ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ได้ประเมินความเสียหายกว่า 2 ล้านล้านบาท และในปี 2553 รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้น 3 ชุด คือ คณะกรรมการศึกษาการปฏิรูปเศรษฐกิจ ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน คณะกรรมการปฏิรูปสังคมด้านต่างๆ มี นพ.ประเวศ วะศรี เป็นประธาน และคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่มีนายคณิต ณ นคร เป็นประธาน ได้สรุปออกมาเป็นรายงานทั้งหมด แต่ก็เอาไว้บนหิ้ง ไม่มีใครนำไปทำ และหลังจากนั้นก็เกิดความขัดแย้งทางการเมืองอย่างมาก เราจะปล่อยเป็นเช่นนั้นต่อไปไม่ได้ เราเสียเวลามาเกือบ 10 ปีแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงกำหนดเรื่องความปรองดอง ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เห็นว่า ไม่ควรมีหมวดดังกล่าว เพราะจะสร้างความขัดแย้ง แต่ด้วยความเคารพ ถ้า คอป.ที่ท่านตั้ง ได้ผล หมวดนี้ไม่ต้องมี ความจริง คอป.ทำงานไว้ดีมาก ควรนำมาใช้ แต่ไม่เห็นรัฐบาลไหนให้ความสนใจนำมาใช้ จึงต้องเขียนให้มีคณะกรรมการอิสระเพื่อความปรองดองแห่งชาติ โดยนำคนกลางมาไว้ในรัฐธรรมนูญ
 
                           "เราไม่ได้เขียนจากการมโน เขียนจากประสบการณ์ 10 ปีที่ผ่านมาว่า เอกสารอยู่บนหิ้งกี่ชุด ที่นักการเมืองมาจากการเลือกตั้ง ไม่ยอมทำ"
 
                           นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า การนำชาติสู่สันติสุข คือ การสร้างความปรองดอง สร้างความผาสุขอย่างมีระบบ กระบวนการสร้างความปรองดองมันมีอยู่แล้ว สามารถเรียนรู้ได้จากหลายประเทศที่ฆ่ากันตาย แต่การปรองดองก็ทำได้ประสบความสำเร็จ เรียกกระบวนการนี้ว่าความยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่าน ต้องมีการพูดคุยกับผู้ขัดแย้งทุกฝ่าย มีการหาข้อเท็จจริงว่าใครเป็นผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน ใครทำผิดรุนแรงต้องถูกดำเนินคดี ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเขียนเรื่องให้อภัยใน ม.298 แต่มีคนพยายามตีความ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าไปอ่านกันอย่างไร มีคนบอกว่าจะหมกเม็ด จะมีการตราพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ก.) ให้คนนั้นคนนี้ ซึ่ง พ.ร.ก.เป็นกฎหมายลักษณะทั่วไป ทำได้อย่างมากเพียงกำหนดเงื่อนไข ส่วนการอภัยโทษต้องทำผ่านขั้นตอนปกติ โดยทำผ่านรัฐบาลนำขึ้นทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 
                           "กฎหมายที่ระบุชื่อคนมีอยู่ฉบับเดียวในประเทศไทยวันนี้ คือ กฎหมายอภัยโทษให้คุณอุทัย พิมพ์ใจชน คุณอนันต์ ภักดิ์ประไพ คุณบุญเกิด หิรัญคำ ที่ถูกคณะปฏิวัติสมัยจอมพลถนอม ขังคุก นอกนั้นกฎหมายไประบุชื่อคนไม่ได้ เมืองไทยนี่ระแวงกันจนกระทั่งเกินสมควร บางทีระแวงแล้วยังไม่ทันซักถามอะไรกันให้ดีก็กล่าวหากัน"
 
                           นายบวรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่เป็นสิ่งจำเป็น การเมืองภาคพลเมืองไม่เข้มแข็ง ก็ปล่อยให้นักการเมืองทำอะไรก็ได้ ซึ่งการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ ต้องประกอบด้วย 2 ส่วน คือ จิตใจที่ต้องมีสำนึกที่เป็นสาธารณะ ต้องใฝ่รู้ในกิจการบ้านเมือง ติดตามตรวจสอบการทำงานนักการเมือง ข้าราชการมีจิตที่จะช่วยเหลือคนอื่น ที่จะนำมาซึ่งส่วนที่ 2 คือ พฤติกรรมการมีส่วนร่วม โดยเป็นสิ่งที่ต้องสร้าง ไม่ใช่เกิดขึ้นเอง จึงได้บัญญัติไว้ในร่างรธน.ด้วย