ข่าว

'ประวิตร'ชี้คว่ำรธน.ร่างใหม่

'ประวิตร'ชี้คว่ำรธน.ร่างใหม่

29 เม.ย. 2558

'ประวิตร' วอนอย่าทวงติงร่างรธน. หวั่นปท.ไม่เดินหน้า ชี้ไม่ผ่าน สปช. ร่างใหม่ เมิน 'เต้น' ดิ้น ปิดพีซทีวี ทำเนียบฯ รับบริจาคช่วยเนปาล ลดหย่อนภาษีได้

 
                           29 เม.ย. 58  เมื่อเวลา 09.30 น.  ที่กระทรวงกลาโหม  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภากลาโหม กรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ออกมาเสนอแนวทางให้ใช้รัฐธรรมนูญไปก่อน 5 ปี แล้วค่อยแก้ไข ว่า เรื่องนี้ต้องให้รัฐธรรมนูญผ่านเสียก่อน แล้วค่อยว่าตามโรดแม็พ ตามขั้นตอน เพราะเป็นเรื่องของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่าจะแก้ไขกันอย่างไร ก่อนจะส่งให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และคณะรัฐมนตรี พิจารณา ส่วนจะแก้ไขตามคำแนะนำหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับ สปช. และ กมธ.ยกร่างฯ ทั้งหมด
 
                           "ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ สปช.จะให้ผ่านหรือไม่ ยังไม่รู้เลย เป็นเรื่องของอนาคตข้างหน้า ทั้งนี้ผมเองก็ยังไม่เห็นร่างรัฐธรรมนูญ สำหรับข้อทวงติงในมาตรา 181 กับมาตรา 182 ที่ให้อำนาจนายกฯ ออกกฎหมายพิเศษ และให้อภัยโทษหากคนผิดให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์หรือสำนึกผิดนั้น ผมก็ยังไม่รู้รายละเอียดอีกเช่นกัน ทั้งนี้ในเรื่องของอำนาจหน้าที่ขึ้นอยู่กับ กมธ.ยกร่างฯ เป็นผู้พิจารณา ก็ขอให้ผมไปศึกษาร่างรัฐธรรมนูญก่อน ส่วนจะแก้ไขหรือไม่แก้ไข ก็อีกเรื่องหนึ่ง"
 
                           เมื่อถามว่า ถ้าร่างรธน.ไม่ผ่าน จะเป็นการสืบทอดอำนาจให้ คสช.หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็แล้วแต่จะคิด แต่ คสช.ไม่เคยคิดที่จะสืบทอดอำนาจ จะเปิดช่องหรือไม่เปิดช่อง ไม่รู้ แต่ คสช.ห่วง คือ การปฏิรูปประเทศ ที่เราทำอยู่ทุกวันก็เพื่อให้อนาคตของประเทศเดินไปข้างหน้าได้ จะต้องมีการปฏิรูปให้เกิดความชัดเจน ถ้าทำไปแล้วไม่มีความชัดเจน จะทำไปทำไม
 
                           เมื่อถามย้ำว่า ร่างรัฐธรรมนูญในภาคที่ 4 ที่ตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีอำนาจเหนือฝ่ายบริหาร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มองว่าไม่น่าจะไปด้วยกัน ยุทธศาสตร์ก็ส่วนยุทธศาสตร์ ปฏิรูปก็ส่วนปฏิรูป แล้วฝ่ายบริหารก็บริหารไป โดยคณะกรรมการทั้ง 2 คณะ จะมีอำนาจเหนือกว่าฝ่ายบริหารอย่างไร ไม่รู้ เวลาถามอะไรก็คิดกันหน่อย
 
                           เมื่อถามว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบของ สปช. จะมีการตั้ง กมธ.ยกร่างฯ และ สปช.ขึ้นใหม่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ก็ต้องว่าตามรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557 ที่เขียนไว้ ถ้าไม่ผ่านจะดำเนินการอย่างไร มันมีขั้นตอนการปฏิบัติอยู่ก็ต้องว่าไปตามนั้น คิดว่าเป็นเรื่องอนาคตอย่าเพิ่งไปคิดอะไรมาก คาดการณ์อะไรไม่ได้เช่นกัน อีกทั้งเป็นไปตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ย้ำตลอดว่า ทุกอย่างยึดตามโรดแม็พ
 
                           ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ เพราะค่อนข้างจะมีปัญหา พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต่างคนต่างคิด สุดท้ายแล้วก็อยู่ที่ กมธ.ยกร่างฯ สปช. รวมทั้งประชาชน ว่าจะทำอย่างไร ทั้งนี้อยากให้มองภาพในอนาคตประเทศจะต้องเดินไปข้างหน้าได้ และให้เจริญทัดเทียมนานาชาติ ถ้าเราไปทวงติงอะไรมาก มันก็จะเดินไปไม่ได้ เมื่อไม่ได้ก็ต้องทำกันใหม่ เท่านั้นเอง คิดว่ามันต้องเดินไปข้างหน้าได้ เพราะยังมีเวลา เราต้องช่วยกัน คนไทยทั้งหมดต้องช่วยกัน แม้จะเสียเวลาไปบ้างก็ต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อให้คนส่วนใหญ่ยอมรับได้เป็นเรื่องสำคัญ
  
 
 
เมิน 'เต้น' ดิ้น ปิดพีซทีวี
 
 
                           พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ออกมาระบุว่าจะใช้ช่องทางอื่นในการแสดงออก หลังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปิดช่อง PEACE TV (พีซทีวี) ตลอดจนการเรียกร้องความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า อะไรที่ผิด ก็ปิดไป ต้องเป็นไปตามนั้น ส่วนที่นายณัฐวุฒิ บอกว่า ถ้าปิดช่องแล้วจะไปพูดที่อื่นนั้น ก็ตามใจเขา จะไปพูดที่ไหนก็ไป แต่ตอนนี้ คสช.ต้องการความปรองดอง และให้ประเทศชาติเดินไปให้ได้ เมื่อเราก้าวถึง 6 เดือนแล้ว และรัฐบาลก็พยายามทำทุกอย่างที่รุมเร้ามาในอดีต เราก็พยายามแก้ไขไปทุกอย่าง
 
 
 
ขอ นขต.กห.-เหล่าทัพ นำข้อมูล ปัญหาอุปสรรค ปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพ
 
 
                           พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวภายหลังการประชุมสภากลาโหม ว่า พล.อ.ประวิตร ได้มอบนโยบายกับหัวหน้าหน่วยขี้นตรงกระทรวงกลาโหม เกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาของกระทรวงกลาโหม ที่ได้รับความเชื่อมั่นและตอบรับจากประชาชน จึงขอให้หน่วยขึ้นตรงของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ ได้นำข้อมูล ปัญหา อุปสรรคต่างๆ ไปพัฒนาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล พร้อมทั้งขอขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อยในช่วงที่ผ่านมา
 
                           พล.ต.คงชีพ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังขอให้หน่วยขึ้นตรงของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ สนับสนุนการทำงานของรัฐบาล หลังมีการยกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก ตลอดจนได้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนถึงความจำเป็นที่ทหารต้องปฏิบัติตามคำสั่ง หรือประกาศของ คสช. เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและความผาสุขของประชาชน
 
                           พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ยังขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ สนับสนุนการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ สาระสำคัญ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขร่าง รธน. ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน จึงขอให้ไปศึกษา พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะ ทั้งในส่วนที่เป็นภาระหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมในภาพรวม ก่อนนำเสนอคณะกรรมาธิการร่าง รธน. นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังย้ำหน่วยขึ้นตรงของกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ ถึงการป้องกันปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น ย้ำหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามระเบียบราชการ รวมถึงนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น
  
 
 
เล็งใช้เรือขนสิ่งของช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเนปาล
 
 
                           พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล ว่า ขณะนี้มีสิ่งของจากหน่วยงาน และประชาชน นำมาบริจาค จำนวนมาก เรากำลังพิจารณาใช้การขนส่งทางเรือแทนเครื่อง ซี130 ของกองทัพอากาศ เพราะการดำเนินการขนย้ายผ่านเครื่องบินเป็นไปค่อนข้างลำบาก ซึ่งทางกองทัพเรือกำลังดูรายละเอียดว่าจะคุ้มกับค่าใช้จ่ายหรือไม่
  
 
 
ทำเนียบฯ เปิดตึกนารีสโมสรรับบริจาค ลดหย่อนภาษีได้
 
 
                           พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยังคงเปิดรับบริจาคเงิน และสิ่งของ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยที่ประเทศเนปาลอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “หัวใจไทย ส่งไปเนปาล” ทั้งนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล จะเปิดรับบริจาคที่ตึกนารีสโมสร เวลา 14.30 น.ของทุกวัน โดยจะมีผู้แทนรัฐบาลเป็นผู้รับมอบ โดยในวันนี้ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะทำหน้าที่เป็นผู้รับมอบ
 
                           "ส่วนสิ่งของสามารถบริจาคโดยตรงที่ กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ วิภาวดี และที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ บางเขน เพื่อความสะดวกในการขนส่งไปยังเนปาล เพราะหากมามอบที่ทำเนียบฯ จะเพิ่มขั้นตอนการขนส่ง" พล.ต.สรรเสริญ กล่าวและว่า สำหรับประชาชนที่ไม่สามารถมาบริจาคโดยตรงที่ทำเนียบฯ สามารถร่วมกุศลกับคนไทยทั้งชาติโดยโอนเข้าบัญชี “หัวใจไทย ส่งไปเนปาล” เลขที่บัญชี 067-0-10330-6 ธนาคารกรุงไทย สาขา ทำเนียบรัฐบาล โดยสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามประกาศของกรมสรรพากร
 
 
 
เปิดวอร์รูม ติดตามสถานการณ์การช่วยเหลือใกล้ชิด
 
 
                           พลตรีสรรเสริญ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้วางแผนการจัดประชุมวิดีทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียมระหว่างศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี จาก ทำเนียบรัฐบาล กับ ศูนย์บัญชาการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย และสถานเอกอัครทูตไทยประจำกรุงกาฎมัณฑุ / ชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เป็นประจำทุกวัน
 
                           "ขณะนี้การทดสอบสัญญาณการสื่อสาร พบว่า สามารถใช้การได้เป็นอย่างดี โดยจะเริ่มประชุมอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากวันนี้ชุดปฏิบัติการของสถานฑูตร่วมกับชุดช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ ของไทย ที่เดินทางไปถึงเนปาลเมื่อวานนี้ กำลังลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและสถานการณ์เพื่อวางแผนการปฏิบัติงาน"
 
                           พลตรีสรรเสริญ กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมร่วมผ่านศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี จะมีการรายงานผลการปฏิบัติทุกวันให้นายกรัฐมนตรีทราบ และสถานการณ์การช่วยเหลือในทุกช่วง จะมีการรายงานผ่านกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งเป็นหน่วยรับผิดชอบหลักเป็นประจำทุกวันเช่นกัน โดยรัฐบาลไทยจะยืนหยัดช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยในเนปาลอย่างถึงที่สุดตามหลักมนุษยธรรม จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย