
'ประชามติ'ขึ้นกับกมธ.ยกร่างฯ-สปช.
29 เม.ย. 2558
'นายกฯ' ประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก ขอบคุณ ขรก.กต.ทำให้ต่างชาติยอมรับไทย ชี้ 'ประชามติ' ขึ้นกับ กมธ.ยกร่างฯ-สปช. รธน.เพื่อปฏิรูป-แก้ได้ไม่ห้ามตามใจ
29 เม.ย. 58 เมื่อเวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก ประจำปี 2558 ที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีหัวข้อหลัก คือ “การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” โดยมีเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ ที่ประจำการอยู่ทั่วโลก ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ ที่จัดขึ้นหลังจากว่างเว้นไป 3 ปี ซึ่งครอบคลุมประเด็นหลักๆ ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เช่น การสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีของไทย การกระชับความร่วมมือกับนานาประเทศ การดำเนินการทูตเชิงเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ การนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย และการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เป็นต้น
โดยนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดการประชุมว่า วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้พบเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก ซึ่งการประชุมแบบนี้ห่างหายไปกว่า 3 ปี จึงจำเป็นต้องพูดคุยกัน ยอมรับว่า ต้องเตรียมตัวอย่างมากสำหรับการประชุมวันนี้ เนื่องจากสายตาคนในประเทศมองว่า ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ที่ฉลาดที่สุด และมีวิสัยทัศน์ ต้องเดินทางเพื่อชี้แจงกับต่างประเทศโดยตลอด ซึ่งประเทศไทยต้องดำเนินการด้วยระบบราชการทั้งสิ้น จึงต้องทำหน้าที่ของรัฐบาลเพื่ออำนวยความสะดวก กำหนดนโยบายที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกคนนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ในระยะเวลาที่รวดเร็วที่สุด เพราะวันนี้มีเวลาจำกัดในการทำให้ประเทศทัดเทียมกับทั่วโลก และต้องขอบคุณข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศที่ทำให้ต่างชาติยอมรับประเทศไทย ซึ่งตอนแรกบางประเทศไม่อนุญาตให้คนไทยเข้าไปในประเทศ แต่สุดท้ายก็สามารถเข้าไปได้ และขอยืนยันว่า เข้ามาทำงานเพื่อประเทศและประชาชน โดยไม่หวังอำนาจและผลประโยชน์ใดๆ
'ประชามติ' ขึ้นกับ กมธ.ยกร่างฯ-สปช.
เมื่อเวลา 12.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ทั่วโลก ประจำปี 2558 โดยกล่าวถึงการเดินหน้าตามโรดแม็พของรัฐบาล และ คสช. ว่า การเดินตามโรดแม็พทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว ถ้ายังไม่แก้รัฐธรรมนูญ ก็เป็นไปตามนั้น อย่าถามอีก
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เสนอให้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่างในขณะนี้เป็นเวลา 5 ปีก่อนแล้วจึงแก้ไขข้อบกพร่องอีกครั้ง แสดงว่ารัฐธรรมนูญนี้ยังไม่มีความสมบูรณ์ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เข้าใจว่าถ้าเป็นรัฐธรรมนูญปกติไม่ต้องเขียนมาก เปิดสิทธิเสรีภาพเยอะๆ ประชาชนเป็นใหญ่ แต่ทรัพยากรมนุษย์ของต่างประเทศ เหมือนเราไหม เขาเข้าใจบริบทพื้นฐานของเราหรือไม่ คุณคิดเหมือนฝรั่งคิดหรือไม่ ก็ไม่เหมือน การทำรัฐธรรมนูญถ้าจะให้เหมาะสมกับคนไทยด้วยและคนต่างประเทศด้วยมันเป็นเรื่องยาก ส่วนข้อเสนอ 5 ปีของนายบวรศักดิ์ นั้นความหมายตามที่เข้าใจ อาจจะหมายถึงช่วงเวลาการปฏิรูปที่อาจจะจบภายใน 5 ปี ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เท่าที่ดู มีความเข้มข้นหลายอย่าง เพื่อจะแก้ปัญหาทั้งหมด ทั้งเรื่องการทุจริต ความไม่โปร่งใส การใช้จ่ายงบประมาณ การเข้าสู่อำนาจ ซึ่งเขาต้องการล้มภาพเก่าไม่ให้เกิดขึ้นอีก จึงบอกว่าอาจจะเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปก็ได้ ซึ่งการปฏิรูปที่ว่า หมายถึงระยะเวลา 5 ปี 10 ปี หรือ 20 ปี ก็แล้วแต่ หากท่านอยากจะแก้ใหม่ก็แก้เถอะ ท่านเลือกตั้งมาแล้ว จะแก้รัฐธรรมนูญก็แก้ได้ เขาเขียนไว้หรือเปล่าว่าห้ามแก้ ก็ต้องแก้ในสิ่งที่ควรจะแก้ ไม่ใช่แก้ในสิ่งที่ไม่ควรแก้ จะเอาอะไรกันอีก เสรีภาพเอาอย่างไร ไม่ต้องมีแล้วมั้งกฎหมาย อยากจะไปทำอะไรกันก็ทำ ก็เอาตามใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เท่าที่ดู 315 มาตรา เยอะไปหรือไม่ เพราะนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ระบุว่า จำนวนมาตราเยอะเกินไปสามารถตัดทอนลดลงได้ นายกฯ กล่าวว่า พูดหลายครั้งแล้วว่าคนไทยชอบกฎหมายอยากมีกฎหมายโน่นกฎหมายนี่ แล้วบังคับใช้ไม่ได้ ถึงบอกว่าต้องยกระดับความคิดความเข้าใจ ปรับทัศนคติกันใหม่ ไม่ได้ว่าบ้านเราไม่ฉลาด คนไทยฉลาดจะตาย เข้าใจหมด แต่มองมุมเดียว ทั้งนี้เราต้องเอาผลประโยชน์มาร่วมกัน แล้วสังคายนาดูว่าควรจะถ่วงดุลอย่างไร พวกไหนได้เท่าไร แค่ไหน ไม่มีใครได้ทั้งหมดหรอก
"ในความคิดของผมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อาจจะไม่ใช่รัฐธรรมนูญถาวรก็ได้หากจะปฏิรูป เพราะถ้าเป็นรัฐธรรมนูญธรรมดา ปฏิรูปไม่ได้แน่นอน ทำมากี่รัฐบาลแล้ว ทำได้หรือไม่ แล้วก็มีเรื่องมีราวกันมา ถ้าไม่ปฏิรูป ท่านก็ร่างไปแบบเดิม เผลอๆ ไม่ต้องร่างก็ได้ ก็รบกันแบบเก่าก็ตามใจ"
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องทำประชามติจะว่าอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า ไปดูรัฐธรรมนูญ เขาเขียนว่าอย่างไร เขาไม่ได้เขียนให้ทำประชามติ ถ้าจะทำก็ไปแก้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งอยู่ที่กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สปช. บอกแล้วเราไม่ได้มีอำนาจสั่งเขาตรงนั้น รัฐธรรมนูญเขียนไว้อย่างนั้น วันนี้เหมือนมีสองสภา ถ้ามีความเห็นต้องแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ก็ต้องขอมา ซึ่งจะส่งไปที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไปทำเรื่องแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว จะทำอะไรก็ทำกันตรงนั้น
"ถ้าเขาคิดว่า ถ้าปล่อยให้ผ่านตอนนี้ก็ตีกัน ผมจะไปสั่งให้ผ่านได้หรือไม่ ถ้ามันจะตีกันมันก็ตี ทำอย่างไรให้ผ่านโดยไม่ต้องตี หรือถ้าไม่ผ่านก็ร่างกันใหม่แค่นั้น"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตกลงจะเป็นช่วงเวลาไหนที่จะตัดสินใจทำประชามติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันไหนก็วันนั้น เขากำหนดวันสุดท้ายไว้วันไหน แต่ไม่ตัดสินใจ เขาต้องตัดสินใจมา เพราะหน้าที่ของเขาคือการร่างรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ เมื่อรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ต้องให้ สปช.ทบทวน ถ้าเขาไม่แก้ เขาก็ทูลเกล้าฯ ถวาย เขาก็ต้องรับผิดชอบเอง เข้าใจหรือยัง ไม่ใช่จะชี้นกเป็นนก ถ้าผิดพลาดก็ตนอีกซิ ให้เข้ามาร่างแล้วไง แล้วคุณรู้ไหม สปช.มีกี่พวก ใน สปช.มีทุกพวก ไปดู มีทุกสี ถ้าตกลงกันไม่ได้ ก็เหมือนเดิม ถึงบอก นี่คือสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้จะทำกันอย่างไร ไปทำมา ไม่ใช่ตนต้องมาคอยตัดสิน ตนจะอยู่กับเขาจนแก่เฒ่าหรืออย่างไร ไม่ใช่ เข้าใจหรือยัง
ขอ สปช.ทำงานตามภารกิจ เรื่องใดขัดแย้ง-เห็นต่าง ให้ทำเป็นเรื่องสุดท้าย
นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญ กิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิปสปช.) แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ เน้นย้ำมาทางสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ว่า การปฏิรูปเรื่องต่างๆ 36 วาระ ขอให้ สปช.ดำเนินการต่อไปตามภารกิจ แต่เรื่องใดที่ขัดแย้งและเกิดความเห็นต่าง ขอให้ สปช.ดำเนินการเป็นเรื่องสุดท้าย ส่วนการปฏิรูปตำรวจ ส่วนใหญ่ประเด็นปฏิรูปเกือบทั้งหมด ทาง กมธ.มีความเห็นสอดคล้องกัน ยกเว้นประเด็นการสอบสวนว่าควรแยกออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หรือไม่
โฆษกวิปสปช. กล่าวว่า ที่ประชุมจึงมีมติให้เป็นอำนาจของนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ตั้งคณะกรรมการกิจการปฏิรูปตำรวจ โดยมีผู้แทนจากคณะกรรมาธิการปฏิรูปจาก 5 คณะ ประกอบด้วย คณะ กมธ.ปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน , กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม , กมธ.ปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น , กมธ.การเมือง และ กมธ.ปฏิรูปการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งเชื่อว่านายเทียนฉาย จะเร่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นประเด็นที่ประชาชนสนใจ และอาจจะให้กรอบเวลาดำเนินการภายใน 60 วัน โดยจะพิจารณาทั้งเนื้อหาสาระของ กมธ.ปฏิรูป รวมถึงความเห็นต่าง
นายวันชัย กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติตั้งคณะกรรมการประสานงาน เพื่อหารือกับสมาชิกแบ่งกลุ่มการแปรญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย นายวันชัย สอนศิริ , นายอลงกรณ์ พลบุตร และนายไพโรจน์ พรหมสาส์น เพื่อความเป็นเอกภาพ และจัดสรรบุคคลให้เรียบร้อย และในวันอังคารที่ 5 พ.ค. จะมีการนัดประชุมกับสมาชิกทั้งหมด เพื่อจัดการแปรญัตติให้เป็นแนวทางเดียวกัน ซึ่งเบื้องต้นจะมีประมาณ 8 ญัตติ
เตรียมเปิดงาน 'เทศกาลผักผลไม้ไทยคุณภาพ' 6 - 31 พ.ค.ข้างทำเนียบฯ
เมื่อเวลา 14.30 น. ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พร้อมด้วยนายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกันแถลงข่าว “เทศกาลผักผลไม้ไทยคุณภาพ” โดยนางสาวเรณู กล่าวว่า ตามที่พลเอกประยุทธ์ ได้ริเริ่มให้มีการจัดตลาดนัดสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชนในโครงการ “ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม” นับตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 เป็นต้นมา และได้มอบหมายให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีประสานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อจัดกิจกรรมบริเวณข้างทำเนียบรัฐบาล ริมคลองผดุงกรุงเกษม อย่างต่อเนื่องตลอดปี ซึ่งประชาชนได้ให้ความสนใจร่วมงานจำนวนมากในทุกกิจกรรมที่จัดขึ้น โดยเริ่มจากตลาดกล้วยไม้คุณภาพ เป็นระยะเวลา 42 วัน สร้างมูลค่าการค้ากว่า 10 ล้านบาท ตลาดน้ำวิถีไทย มีผู้เข้าร่วมงานตลอดเวลา 18 วัน กว่าสองแสนคน มูลค่าการค้ากว่า 55 ล้านบาท ตลาดวิถีข้าว วิถีไทย สร้างมูลค่าการค้าประมาณ 7.9 ล้านบาท
สำหรับการจัดงาน “เทศกาลผักผลไม้ไทยคุณภาพ” นั้น สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมกันจัดงานครั้งนี้ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรชาวสวนผลไม้ได้จัดแสดงและจำหน่ายผักผลไม้ไทย ซึ่งจะเป็นช่องทางสำคัญได้เชื่อมโยงการตลาดจากผู้ผลิต คือ เกษตรกรไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง ตลอดจนสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าผักผลไม้ไทยอันจะเป็นแนวทางเพิ่มรายได้และสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรชาวสวนผักและผลไม้ให้ผลิตสินค้าที่ดีมีคุณภาพต่อไป ทั้งนี้ ในวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2558 เวลาประมาณ 17.00 น. พลเอกประยุทธ์ จะเดินทางมาเป็นประธานในการเปิดงาน ณ บริเวณ ดังกล่าว
รัฐบาลเชื่อมั่นว่า การฟื้นฟูตลาดนัดชุมชนบริเวณริมคลองผดุงกรุงเกษม จะได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนทั่วไป เพื่อสอดรับกับเป้าหมายที่ได้วางไว้ คือ เน้นส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการที่เกิดจากภูมิปัญญาไทยในด้านต่างๆ มุ่งหวังที่จะสนับสนุนสินค้าและรักษาวัฒนธรรมประเพณีไทย เพื่อฟื้นวิถีชีวิตคนไทยที่ผูกพันกับแม่น้ำลำคลองมายาวนาน เป็นการวางแนวทางเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ได้นำไปส่งเสริมและดำเนินการในพื้นที่อื่นต่อไป
นางสาวเรณู กล่าวว่า ในเดือนมิถุนายน จะมีการจัดงานไม้ดอก ไม้ประดับ และปลาสวยงาม เดือนกรกฎาคม จะเป็นงานสปา นวดแผนไทย และผลิตภัณฑ์ต่างๆ เดือนสิงหาคม จัดงานของขวัญแด่แม่ เดือนกันยายน เป็นงานธุรกิจสร้างสรรค์ เดือนตุลาคม งานเอสเอ็มอี สินค้าดี 4 ภาค เดือนพฤศจิกายน จะจัดงานตลาดนัดวินค้าโอท็อป และช่วงปลายเดือนจนถึงเดือนธันวาคม จะจัดงานของที่ระลึกแด่พ่อและของขวัญปีใหม่ ทั้งนี้งานทั้งหมดจะจัดที่ตลาดข้างคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลให้มีผลผลิตที่มีคุณภาพจากเกษตรกรโดยตรง
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในเดือนพฤษภาคมของทุกปี เป็นฤดูกาลของผลไม้ ซึ่งจะมีผลไม้หลากหลายชนิดทยอยให้ผลผลิต ออกสู่ตลาดจำนวนมาก ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นเจ้าภาพในการจัดกิจกรรมเทศกาลผักผลไม้ไทยคุณภาพ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 31 พฤษภาคม 2558 ณ ริมคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล โดยหลักในการจัดงานเทศกาลผักผลไม้ไทยคุณภาพในครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์มีภารกิจในการสนับสนุนและพัฒนาการบริหารจัดการตลาดผลไม้ของสถาบันเกษตรกร ให้สามารถผลิตผลไม้ที่มีคุณภาพ เพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตและขยายช่องทางการตลาด เพื่อให้สามารถระบายผลผลิตออกนอกพื้นที่ เป็นการช่วยพยุงราคาผลไม้ในช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ไม่ให้ราคาตกต่ำ
สำหรับกิจกรรมภายในงานเทศกาลผักผลไม้ไทยคุณภาพ มีร้านจำหน่ายสินค้าจำนวน 70 บูธ แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 การแสดงและจำหน่ายผักและผลไม้ไทยคุณภาพ ส่งตรงจากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผลไม้คุณภาพจากทั่วทุกภาคของประเทศ โซนที่ 2 จำหน่ายพันธุ์และกิ่งพันธุ์ไม้ผล และโซนที่ 3 จำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปผักและผลไม้ นอกเหนือจากการจัดแสดงและจำหน่ายผักผลไม้แล้ว ในแต่ละวันจะมีการจัดกิจกรรมให้ผู้ที่ไปร่วมงานได้เข้าร่วมกิจกรรมอื่นๆ อาทิ การสาธิตการแปรรูปผลไม้เป็นอาหารนานาชนิด ซึ่งกิจกรรมนี้จะสอดคล้องกับสินค้าเด่นที่จะมาจำหน่ายในแต่ละสัปดาห์ ภายใต้แนวคิด Fruit & Vegetable Art Design ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสมัครเรียนได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย



