ข่าว

รวบคนร้ายเพิ่งพ้นโทษกระชากกระเป๋าสาวอ้างหาเงินรักษาแม่

รวบคนร้ายเพิ่งพ้นโทษกระชากกระเป๋าสาวอ้างหาเงินรักษาแม่

29 เม.ย. 2558

หนุ่มเพิ่งพ้นโทษไม่ถึง 10 วันกระชากกระเป๋าเหยื่อสาวขณะเดินข้ามสะพานลอย เหยื่อไม่ยอมวิ่งตาม ตร.ล้อมจับเจอซ่อนใต้ท้องรถสิบล้อ อ้างหาเงินรักษาแม่ป่วย ก่อคดีอื้อ

 
          เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 29 เมษายน พ.ต.อ.เชิดชาย สัตตบุศย์ ผกก.สน.ท่าข้าม พร้อม พ.ต.ท.ทศพล โชติคุตร์ รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม และ พ.ต.ท.รัตน์เกล้า อาณานุการ สวป.สน.ท่าข้าม นำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจร่วมจับกุม นายนเรศ หรือตั้ม พรหมบุตร อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ 3 ต.หนองนางนวล อ.หนองนางนวล จ.อุทัยธานี พร้อมของกลาง กรรไกร 1 อัน กระเป๋าสะพายสุภาพสตรีสีน้ำตาล 1 ใบ ไอโฟน 6 จำนวน 1 เครื่อง เงินสด 2,120 บาท บัตรประจำตัวประชาชนระบุชื่อ น.ส.ลัคนาภรณ์ แย้มผล อายุ 29 ปี 1 ใบ และเอกสารสำคัญจำนวนหนึ่ง โดยจับกุมตัวได้หลังก่อเหตุชิงทรัพย์ ผู้เสียหายขณะเดินข้ามสะพานลอยบริเวณหน้าศาลเจ้าแม่งูจงอาง ถนนพระราม 2 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม.
 
          พ.ต.ท.ทศพล เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.วันที่ 28 เม.ย.ขณะนำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจตราในพื้นที่ ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ ผู้เสียหายเป็นผู้หญิงบริเวณทางขึ้นสะพานลอยฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าแม่งูจงอาง ซึ่งจุดเกิดเหตุอยู่บนถนนพระราม 2 ขาออก ต่อมาคนร้ายได้วิ่งข้ามถนนหลบหนีไปทางฝั่งถนนพระราม 2 ขาเข้า โดยผู้เสียหายพยายามไล่ตามอย่างไม่ลดละ จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมในละแวกดังกล่าว จนพบ นายนเรศ คนร้ายรายนี้แอบหนีไปซ่อนตัวอยู่ใต้ท้องรถบรรทุกสิบล้อ ซึ่งจอดอยู่ในซอยพระราม 2 ที่ 50 เลยรีบควบคุมตัวพร้อมกระเป๋าของกลางมาสอบสวนในขณะเดียวกันก็เชิญผู้เสียหายมาชี้ตัวยืนยันได้อย่างถูกต้อง
 
          จากการสอบสวน นายนเรศ ให้การยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2555 ถูกตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ จับกุมข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ศาลตัดสินจำคุกที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ นาน 3 ปี 6 เดือน แต่เพิ่งได้รับการอภัยโทษปล่อยตัวออกมาเมื่อวันที่ 21 เม.ย. จากนั้นจึงเดินทางกลับไปที่บ้านเกิด จ.อุทัยธานี พบว่ามารดาป่วยเป็นโรคเบาหวานและโรคกระเพาะ ต้องใช้เงินรักษาตัวจำนวนมาก โดยที่ตนไม่รู้จะช่วยเหลือมารดาอย่างไร เพราะจบแค่ชั้น ม.3 ต่อมาเมื่อวันที่ 27 เม.ย. จึงตัดสินใจกำเงินที่มีติดตัวอยู่ 120 บาท นั่งรถประจำทางเข้ากรุงเทพฯ มาลงย่านพระราม 2 หวังจะมาหางานก่อสร้างทำและมาตามหาเพื่อนชื่ออั้น ที่เพิ่งออกจากคุกด้วยกัน โดยอาศัยหลับนอนบริเวณป้ายรถเมล์เป็นเวลา 1 คืน กระทั่งใช้เงินที่มีอยู่ซื้อข้าวน้ำกินจนหมดไม่เหลือสักบาท
 
          “จังหวะที่เห็นผู้เสียหายสะพายกระเป๋าในลักษณะสะพานแล่งลงจากรถเมล์บริเวณป้ายฝั่งตรงข้ามศาลเจ้าแม่งูจงอางและกำลังเดินเท้าขึ้นสะพานลอยข้ามฝั่งไป เลยเกิดอยากได้เงินไว้ใช้จึงเดินเข้าไปประกบจากทางด้านหลังแล้วใช้กรรไกรที่นำติดตัวมาด้วยตัดสายกระเป๋าชิงทรัพย์ของเหยื่อมา แล้วเสี่ยงตายวิ่งข้ามถนนเพื่อหลบหนี แต่ผู้เสียหายยังวิ่งข้ามสะพานลอยติดตามร้องให้คนช่วย กระทั่งตำรวจและพลเมืองดีร่วมกันล้อมจับกุมตัวได้ห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร” นายนเรศ กล่าว
 
          ด้าน น.ส.ลัคนาภรณ์ แย้มผล อายุ 29 ปี ผู้เสียหาย เล่าว่า เป็นพนักงานสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งย่านถนนพระราม 3 ก่อนเกิดเหตุเพิ่งเลิกงานจึงนั่งรถเมล์จากออฟฟิศมาลงที่ป้ายดังกล่าวกำลังเดินข้ามสะพานลอยเข้าซอยมุ่งหน้ากลับที่พัก ซึ่งตนทราบดีว่าเลิกงานดึกย่อมอันตรายและไม่ปลอดภัย ที่ผ่านมาเลยระวังภัยจากพวกโจรวิ่งราวด้วยการสะพายกระเป๋าในลักษณะสะพายแล่งติดตัวตอนเดินเข้าบ้านอยู่เสมอเพื่อตัดช่องทางไม่ให้โจรประกบดึงกระเป๋าไปได้ง่ายๆ หากสะพายพาดบ่าไม่คิดว่า นายนเรศ คนร้ายรายนี้จะเตรียมกรรไกรมาด้วยเลยทำให้ก่อเหตุได้สะดวก โดยหลังจากที่ นายนเรศ ใช้กรรไกรตัดกระเป๋าชิงทรัพย์ไปได้แล้ว ยังใช้กรรไกรอันเดียวกันขู่ตนไม่ให้ติดตามอีกต่างหาก
 
          ขณะที่ พ.ต.ท.รัตน์เกล้า กล่าวว่า จากการสืบค้นประวัติ นายนเรศ ผู้ต้องหารายนี้เคยถูกจับกุมข้อหาเกี่ยวกับทรัพย์มาแล้ว 3 ครั้ง เมื่อปี 2551 ต้องโทษคดีลักทรัพย์รถ จยย.ท้องที่ สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง ปี 2553 ต้องโทษคดีลักทรัพย์รถ จยย.ท้องที่ สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และ ปี 2555 สมัยมาเป็นคนงานก่อสร้างย่านถนนพระราม 2 เคย ต้องโทษคดีวิ่งราวทรัพย์ ท้องที่ สน.ราษฎร์บูรณะ ศาลตัดสินจำคุกเพิ่งได้รับการอภัยโทษออกมา 1 สัปดาห์ก็ก่อเรื่องอีก เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหา วิ่งราวทรัพย์ในเวลากลางคืนก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป