ข่าว

แผ่นดินไหวในเนปาล

แผ่นดินไหวในเนปาล

29 เม.ย. 2558

แผ่นดินไหวในเนปาล : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

           เนปาลวิปโยคจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2558 ที่ผ่านมา นับเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นในดินแดนเก่าแก่ที่อยู่บนยอดเขาสูงในเทือกเขาหิมาลัย และด้วยความรุนแรงระดับ 7.8 ที่ถือว่าเป็นความรุนแรงระดับสูงมากทีเดียว มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,000 คนแล้ว ยังไม่นับผู้คนที่ไร้บ้านที่ต้องอพยพลี้ภัยอาศัยตามศูนย์ช่วยเหลือต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก

           ภาพเหตุการณ์ตอนเกิดแผ่นดินไหวถูกนำมาเผยแพร่ไม่ขาดระยะ ที่น่าสะเทือนใจมากภาพหนึ่งคือ ภาพเด็กน้อย 2 คน อายุประมาณ 3-4 ขวบ คนพี่เป็นผู้ชาย ส่วนคนน้องเป็นผู้หญิง ทั้งคู่นั่งกอดคอกัน โดยผู้เป็นพี่นั่งเอามือหนึ่งยันพื้นไว้ส่วนแขนอีกข้างก็โอบกอดน้องสาวที่ซุกตัวเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของผู้พี่ ดูแล้วน่าสงสารมาก

           ล่าสุดขณะที่ผมเขียนอยู่นี่ ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นไปถึง 3,700 คนแล้ว และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 6,000 คน นอกจากนี้ในอินเดียก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยทีเดียว

           แต่ที่น่าเป็นห่วงอีกกรณีหนึ่งคือ เนปาลเป็นที่ตั้งของยอดเขาเอเวอเรสต์ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาหิมาลัย ในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวและนักปีนเขากำลังปีนกันขึ้นไปเพื่อพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์กันอย่างที่เคยทำกันมา แต่เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดเช่นนี้ ทำให้กลุ่มนักปีนเขาหลายคนต้องสังเวยชีวิต และอีกหลายกลุ่มถูกพายุและหิมะถล่มทับยังไม่ทราบชะตากรรม

           แต่ที่น่าดีใจก็คือ ความช่วยเหลือที่หลั่งไหลเข้าไปช่วยกันจากหลายๆ ประเทศ เพราะความเสียหายครั้งนี้รุนแรง ไม่ใช่เฉพาะชีวิตผู้คน แต่โบราณสถานที่อายุเป็นร้อยๆ ปี ก็ไม่อาจต้านทานภัยธรรมชาติครั้งนี้ได้ แรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและอาฟเตอร์ช็อกอีกไม่ต่ำกว่า 200 ครั้ง ย่อมเกินกำลังต่อสิ่งก่อสร้างที่เป็นอิฐเป็นหินที่ก่อสร้างกันอย่างง่ายๆ ย่อมทลายพังลงมาอย่างภาพที่ได้เห็นกันอยู่จากสำนักข่าวต่างๆ และจากผู้คนที่ช่วยกันส่งออกมาให้โลกได้รับรู้

           ส่วนนักเขียนชาวเนปาลสองคน คือ Keshab กับ Prakhas ส่งข่าวมาแล้วว่า ขณะนี้อยู่ที่สนามบินที่กัวลาลัมเปอร์ เครื่องบินที่จะบินกลับเนปาลต้องเลื่อนออกไปไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง แต่โชคดีที่ครอบครัวของเขาทั้งสองปลอดภัย

           ครับ...ภัยธรรมชาติช่วงหลังมานี้เกิดขึ้นอย่างรุนแรงมากขึ้น ราวกับโลกกำลังบอกเราเป็นนัยๆ ว่าจะไม่ไหวอยู่แล้วนะจ๊ะ