ข่าว

มันอยู่ที่...ใจ

มันอยู่ที่...ใจ

15 ก.ค. 2552

“ถึงผมจะเลว...แต่ถ้าที่นี่ไม่มีพวกผม พี่ก็รู้ว่ามันจะระบาดกันเยอะขนาดไหน” นายตำรวจหนุ่มพูดกับดิฉันระหว่างที่เราสนทนากันเรื่องการปราบปรามยาเสพติดที่แพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้ ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ทำให้การปราบปรามไม่บรรลุวัตถุประสงค์ถูกนำมาพูดคุยแลกเปลี่ยนอย

 คำว่า ถึงผมจะเลว มิได้มีความหมายว่านายตำรวจหนุ่มนิยามความหมายตนเองเช่นนั้น หากแต่เกิดขึ้นจากกลุ่มคนรอบข้าง ทั้งกลุ่มข้าราชการตำรวจบางกลุ่ม ชาวบ้านบางกลุ่มในชุมชน รวมถึงกลุ่มผู้กระทำผิดส่วนหนึ่งกล่าวขานหรือให้นิยามความหมายแก่เขาเช่นนั้น

 สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากวิธีการทำงานปราบปรามอย่างจริงจัง กัดไม่ปล่อย รวมไปถึงการที่เขาและทีมงานไม่สามารถชี้แจงแสดงเหตุผลที่แท้จริงบางประการให้สาธารณะสามารถรับรู้ได้ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อการทำงานปราบปรามยาเสพติด การอดทนต่อความเข้าใจผิดจึงกลายเป็นภาระอย่างหนึ่งที่เขาและทีมงานต้องยอมรับในบริบทของการทำงานปราบปราม

 ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นนายตำรวจหนุ่มที่ผ่านรั้วสามพรานมาไม่นานนัก แต่ด้วยความมุ่งมั่นมีต้นแบบที่ดี ทำให้ทีมของเขามีผลงานที่ดีด้วย เพียงระยะเวลาไม่นานนักนับจากวันที่เขาตัดสินใจเดินเข้ามาขอพบนายตำรวจมือปราบรุ่นพี่ เพื่อขอทำงานปราบปรามยาเสพติด ผลงานของเขาสร้างชื่อเป็นที่กล่าวขานในวงการผู้จำหน่ายและผู้เสพยาเสพติด ในฐานะของ ผู้นำทีมปราบ

 นายตำรวจหนุ่มและดิฉันต่างได้เรียนรู้วิธีคิดและวิธีการทำงานจากนายตำรวจมือปราบคนเดียวกัน สิ่งที่ต่างกันคือ เขามีต้นแบบเป็นนายตำรวจมือปราบเพียงคนเดียว แต่สำหรับดิฉัน มีครูซึ่งเป็นนายตำรวจมือปราบหลายท่านช่วยฝึกฝน กำกับและชี้แนะ คอยดูแลช่วยเหลือ ต้นแบบมีความสำคัญต่อการหล่อหลอมอุดมการณ์การทำงานพิทักษ์สันติราษฎร์ คำพูดที่ได้ฟังเสมอๆ จาก “นาย” คือ ต้องอดทน รู้จักข่มใจ อย่าโลภ และเราเป็นตำรวจต้องทำงานตำรวจ ชาวบ้านเขาเดือดร้อนต้องช่วยเขา งานอื่นที่ไม่ใช่งานตำรวจอย่าไปสนใจมาก

 เมื่อถึงวาระโยกย้าย...นายถูกย้าย นายตำรวจมือปราบพูดด้วยน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำ “พี่ก็รู้สึกสะเทือนใจไม่ต่างจากเธอ แต่เมื่อรู้สึกแล้วต้องข่มใจ นี่แหละคือโลกของตำรวจ”

 องค์กรใหญ่ที่เต็มไปด้วยบุคลากรที่มีความหลากหลาย ซับซ้อน ประกอบกับภารกิจที่หนักหนาสาหัสและอ่อนไหวมีผลกระทบโดยตรงและใกล้ชิดกับประชาชน ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารงานบุคคล

 “ไม่รู้ว่าประชุมไปแล้ว จะได้อยู่ร่วมงานหรือเปล่านะ” รองผู้กำกับพูดขึ้นหลังจากที่ประชุมสรุปมติการพิจารณางานใหญ่ที่จำเป็นต้องร่วมแรงร่วมใจกันทำในทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการและภาคเอกชน ณ ศาลากลางจังหวัด ผู้เข้าร่วมประชุมคนหนึ่งพูดสวนขึ้นทันทีว่า “เบื่อตำรวจตรงนี้แหละ พองานกำลังจะไปได้ดี ย้ายอีกแล้ว ย้ายไปย้ายมา คนใหม่ก็ไม่เห็นว่าจะดีกว่าคนเก่า บางทีแย่กว่าเดิมอีก แล้วงานก็ชะงักหมดน็นว่็็้ั” ทุกคนในที่ประชุมส่งยิ้มให้กันในความหมายเชิงเห็นด้วย
 ไม่มีใครให้คำตอบเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงานของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ผูกโยงกับวาระการโยกย้ายได้ดีเท่ากับผู้บริหารองค์กรตำรวจ เหตุผลต่างๆ มากมายที่ผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณานั้นเป็นที่รับรู้กันดีสำหรับกลุ่มคนที่ใกล้ชิดกับวงการตำรวจทั้งสายข้าราชการ นักการเมือง พ่อค้า ประชาชนและสายโจร

 สำหรับนักวิจัยอย่างดิฉันนั้นได้แต่ส่งกำลังใจให้ผู้นำตำรวจไทยเข้มแข็งและยึดมั่นในภารกิจพิทักษ์สันติราษฎร์ อย่าลืมว่า ...ทุกอย่าง...มันอยู่ที่ใจ

 ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข