ข่าว

ตร.วัดพระยาไกรดวลสนั่นจับ‘เอสพระราม3’

ตร.วัดพระยาไกรดวลสนั่นจับ‘เอสพระราม3’

28 เม.ย. 2558

รวบ "เอสพระราม3" หลังคว้าปืนยิงใส่ตร.เจอยิงสวนกลับถูกข้อศอกบาดเจ็บ เผยประวัติโชกโชน

 
 
          วันที่ 28 เม.ย.58 เมื่อเวลา 00.10 น. ขณะที่ ร.ต.อ.คำตัน ทำดี รอง สว.จร.สน.วัดพระยาไกร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.วัดพระยาไกร กำลังตั้งด่านตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์อยู่บริเวณปากซอยพระราม3 ซอย 8 ถนนพระรามที่ 3 แขวงและเขตบางคอแหลม   พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีบรอนซ์เทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มีชาย 2 คนขับขี่-ซ้อนท้ายมาด้วยท่าทางมีพิรุธ ก่อนจะจอดให้ชายคนนั่งซ้อนท้ายลงเดิน ก่อนถึงด่านตรวจประมาณ 30 เมตร ทางเจ้าหน้าที่จึงเดินเข้าไปเพื่อเรียกทำการตรวจค้น แต่ปรากฏว่า  ชายคนดังกล่าวได้ชักปืนยิงใส่ ด.ต.ไชยรัตน์ แย้มกลีบ ผบ.หมู่ จร.สน.วัดพระยาไกร ที่เดินเข้าไปเป็นคนแรก แต่โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ขณะที่คนร้ายอีกคนอาศัยจังหวะดังกล่าว  รีบเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทันที
        
          หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวได้พยายามวิ่งหลบหนี ทาง ด.ต.มนตรา อินทร์ชุ่ม ผบ.หมู่ จร.สน.วัดพระยาไกร จึงขับขี่รถจักรยานยนต์ติดตามไป ชายคนดังกล่าวจึงชักอาวุธปืนยิงใส่ ด.ต.มนตรา ไป 2 นัด  ในระยะเผาจนรถจักรยานยนต์ล้มลง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ก่อนวิ่งหลบหนีต่อไป ด.ต.มนตรา จึงชักปืนยิงสกัดจับ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุด  สามารถไล่ติดตามจับกุมตัวเอาไว้ได้อย่างชุลมุน ทราบชื่อต่อมาคือ นายอานุภาพ หรือ นายพรประเสริฐ ชูนามเดช เจ้าของฉายา “เอส พระราม 3” อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 ซอยมไหสวรรค์ 4 แขวงและเขตบางคอแหลม พร้อมของกลางอาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .32 โดยเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บถูกอาวุธยิงเข้าที่ข้อศอกขวา 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำ
         
          จากการสอบสวนนายอานุภาพ ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เพื่อนชื่อนายเก่ง ไม่ทราบชื่อจริงนามสกุล มาจนกระทั่งมาเห็นด่านตรวจ จึงให้เพื่อนจอดส่งลงเดิน เนื่องจากตนไม่ได้สวมหมวกกันน็อก หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจวิ่งตาม ตนจึงชักอาวุธปืนที่ติดตัวมายิงใส่ ด.ต.ไชยรัตน์ ไป 1 นัด และยิงใส่ ด.ต.มนตรา ไปอีก 2 นัด เนื่องจากเกรงว่าจะถูกตำรวจยิงใส่ก่อน จากนั้นก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บที่ข้อศอก จากนั้นก็ขว้างทิ้งโทรศัพท์มือถือไอโฟน 5 เอส ทิ้งคลองระบายน้ำใกล้ๆ ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ดังกล่าว
          
          ด้าน ด.ต.ไชยรัตน์ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังตั้งด่านตรวจวัดปริมาณแอลกฮอล์อยู่ตามปกติ ก็พบคนร้ายทั้ง 2 คนท่าทางมีพิรุธ โดยนายอนุภาพ ได้ลงจากรถจักรยานยนต์ก่อนเดินมา ตนจึงรีบเดินติดตามไปเพื่อเรียกขอตรวจค้น แต่นายอนุภาพกลับวิ่งหนี พร้อมทั้งชักอาวุธปืนยิงใส่ในระยะประชิด แต่โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด หลังจากนั้น ตนจึงรีบแจ้งวิทยุบอกไปยังด่านว่าคนร้ายมีอาวุธปืน ทางเจ้าหน้าที่ในด่านที่เหลือจึงนำกำลังรีบติดตามมาไล่จับกุม แต่คนร้ายก็ยังใช้อาวุธปืนยิงใส่ ด.ต.มนตรา อีก 2 นัด ทำให้ ด.ต.มนตรา ต้องชักปืนยิงสวนไป 2 นัด โดนข้อศอกขวาของคนร้าย จากนั้นก็ช่วยกันจับกุมตัวนายอานุภาพเอาไว้ได้ สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ที่ตนรอดมาได้ ก็น่าจะเป็นเพราะบารมีของเหรียญ ร.5 ด้านหลังเป็นพระพุทธชินราช รุ่นปี 2535 ที่ช่วยให้ตนแคล้วคลาดไม่ถูกยิง
           
          เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา พยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนนำตัวไปตรวจเขม่าดินปืน พร้อมทั้งส่งไปรักษาที่รพ.ตำรวจ ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป   ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.ประวิทย์ วงษ์เกษม สวป.สน.วัดพระยาไกร ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจสน.วัดพระยาไกร ออกติดตามสกัดจับชายต้องสัยอีก 1 คนที่ขี่รถจยย.หลบหนีไปแล้ว
            
          สำหรับนายอานุภาพ หรือ “เอส พระราม 3” นั้น มีประวัติก่อเหตุอาชญากรรมาแล้วโชกโชน คดีที่ดังที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 16 ธ.ค.55 ที่ผ่านมา เจ้าตัวก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงคู่อริบริเวณหน้าผับโพไซดอน ริมถนนรัชดา-ท่าพระ แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี ทำให้นายศิริพงษ์ อภัยวงศ์ อายุ 30 ปี เสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย คือนายชาญชัย เกียรติธนะกิจ อายุ 26 ปี และนายทรงปกรณ์ จิตบำรุงพรชัย อายุ 23 ปี ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมีประวัติโชกโชน เคยถูกจับในท้องที่ สน.วัดพระยาไกร หลายคดีด้วยกัน โดยคดีแรกปี 2546 ถูกจับกุมคดีทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส และคดียาเสพติดอีก 5 คดีและยังถูกจับกุมคดีแข่งรถจยย.อีกหลายครั้ง





ตร.สืบ1จับยาไอซ์-อาวุธปืน
 
          เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 27 เม.ย.58 พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอนนท์ รอง ผกก.น.1 สั่งการให้ พ.ต.ท.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รองผกก.กก.สส.น.1 บก.น.1 พร้อมชุดจับกุม ชปส.บก.น.1 ได้จับกุมนายเอกวุฒิ หรือหมู ภูมี อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง เป็นยาไอซ์น้ำหนัก 0.43 กรัมที่ล่อซื้อมาจากสายลับ และจากการตรวจค้นห้องพัก พบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก อาวุธปืนปากกา ขนาด .38 มม. 1
 
          กระบอก ปืนปากกาขนาด .22 มม. 1 กระบอก กระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 2 นัด กระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 3 นัด กระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 2 นัด เครื่องชั่งดิจิตอล 1 เครื่อง และยาไอซ์ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพักอีกจำนวน 7.91 กรัม โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณชุมชนเย็นอากาศ 2 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร
 
          สืบเนื่องจากฝ่ายสืบสวน บก.น.1 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการซื้อขายยาเสพติดกันภายในชุมชนดังกล่าว จึงติดต่อล่อซื้อ เมื่อนายเอกวุฒิเดินทางมาเพื่อขายยาไอซ์ทางเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าจับกุมก่อนจะพาไปตรวจค้นห้องพักและพบอาวุธปืนกับเครื่องกระสุนและยาเสพติดดังกล่าว
 
          เบื้องต้นนายเอกวุฒิรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยได้ซื้อยาไอซ์ทั้งหมดมาจากนายผีที่เป็นวัยรุ่นอยู่ในละแวกใกล้เคียง ส่วนอาวุธปืนมีมาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ โดยพกไว้เพื่อป้องกันตัว ส่วนเงินที่ได้มาจะนำไปใช้จ่ายภายในครอบครัว ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้(ปืนเถื่อน) พร้อมเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนจะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป