ข่าว

ให้ออกราชการ‘6ตร.’จับแม่ลูกเรียกค่าไถ่

ให้ออกราชการ‘6ตร.’จับแม่ลูกเรียกค่าไถ่

27 เม.ย. 2558

สั่งให้ออกจากราชการ ‘6 ตร.อุดรฯ’ จับ 2 แม่ลูกชาวลาวยัดข้อหาค้ายา-เรียกเงินค่าไถ่ 2 ล้าน ‘ผบ.ตร.’ ชี้มีพฤติกรรมแบบนี้มานาน คาดโทษหากผู้บังคับบัญชารู้เห็น

 
          ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) วันที่ 27 เมษายน 2558 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงกรณีจับกุมตำรวจชุดปฏิบัติการยาเสพติดจังหวัดอุดรธานี ที่จับ 2 แม่ลูกชาวลาว ในข้อหาค้ายาเสพติด และเรียกเงินค่าไถ่ 2 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าปล่อยตัว ว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ได้รับเรื่องร้องเรียนในทางลับจากประชาชนมานาน และได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ติดตามคดีดังกล่าวตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ผบ.ตร. ซึ่งขณะนี้มีคำสั่งให้ตำรวจชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดจังหวัดอุดรธานี 6 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน หลังร่วมกับพลเรือนอีก 3 คน จับกุมแม่ลูกชาวลาว ในข้อหาค้ายาบ้า เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ก่อนบังคับขู่เข็ญ ให้นำเงินค่าไถ่ 2 ล้านบาท มาเป็นค่าประกันตัว โดยจากนี้ ให้สืบสวนขยายผล หากพบผู้บังคับบัญชาเข้าไปมีส่วนรู้เห็น ก็จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด
 
          พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาทราบว่าชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดดังกล่าว มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในการจับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด เพื่อแลกกับทรัพย์สินในการปล่อยตัว และทำมาเป็นระยะเวลานาน โดยกระทำพฤติกรรมแบบนี้หลายครั้ง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทราบเบาะแสมาโดยตลอด จึงสั่งการให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 เฝ้าดูพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่พบข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจนแน่นหนา กระทั่งมาก่อเหตุซ้ำ อย่างไรก็ตาม ฝากสื่อมวลชนไปยังตำรวจทั่วประเทศ ว่า หากมีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะส่งชุดปฏิบัติการพิเศษจากส่วนกลาง ลงไปสืบสวนจับกุมโดยไม่ละเว้น
 
          ทั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ ยังกล่าวถึงกรณีที่มีนักการเมืองทุจริตชาวจีนกว่า 10 คน หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ว่า ในเบื้องต้นยังไม่ทราบข่าว แต่ถ้าหากทางประเทศจีนขอความร่วมมือมา ก็ยินดีให้ความร่วมมือ ทางตำรวจสากลก็มีการประสานงานอยู่ตลอด ซึ่งที่ผ่านมามีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด
 
 
สตช.ส่งทีม พฐ.ช่วยเหตุแผ่นดินไหวเนปาล เน้นพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล
 
 
          ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 เมษายน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า เกี่ยวกับเหตุภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ทางพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดทีมแพทย์และพิสูจน์หลักฐานไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวประเทศเนปาล โดยได้รับคำสั่งมาเมื่อวานนี้ (26 เม.ย.) ซึ่งขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างดำเนินการร่างคำสั่งจัดหาทีมผู้เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ในลักษณะกับเหตุดังกล่าวที่เคยเข้าไปให้การช่วยเหลือพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศอินโดนีเชีย และประเทศนิวซีแลนด์ จึงมอบหมายให้ พล.ต.ท.จิตเจริญ เวลาดี ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าชุดนำคณะเดินทางไป ซึ่งจะมีการดำเนินการจัดทีมไปอย่างเร่งด่วนที่สุดในเร็ววันนี้ และทันทีที่เดินทางไปถึงให้ประสานกับสถานฑูตไทยในประเทศเนปาล เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ในการให้ความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามได้รับรายงานว่ายังมีคนไทยที่ยังตกค้างอยู่ แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแต่อย่างใด
 
 
‘ผบ.ตร.’ ยันคาร์บอมบ์สมุยเรื่องการเมืองไม่เกี่ยวไฟใต้-รู้ตัวคนบงการ
 
 
          ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 เมษายน 2558 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีคาร์บอมบ์ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ศาลจังหวัดยะลาได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว 6 คน  ซึ่งชุดสืบสวนอยู่ระหว่างเร่งรัดติดตามตัว แต่ในการติดตามตัวผู้ต้องหาเป็นเรื่องค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากผู้ต้องหามีความเชี่ยวชาญในพื้นที่และอาจหลบหนีไปอยู่ตามแนวชายแดนฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยเหตุดังกล่าวในข้างต้นได้ตั้งเอาไว้ 3 ประเด็น คือ การก่อความไม่สงบภาคใต้ เรื่องการเมือง และการขัดแย้งส่วนตัวด้านธุรกิจ ล่าสุดก็มีการตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปเหลือเพียงประเด็นทางการเมืองอย่างเดียว อย่างไรก็ตามในแนวทางการสืบสวนเจ้าหน้าที่รู้ตัวผู้บงการสั่งการ แต่แนวทางการสอบสวนยังไปไม่ถึง เจ้าหน้าที่มีข้อมูล แต่พยานหลักฐานยังไม่เพียงต่อการขออนุมัติออกหมายจับ 
 
          พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์คาร์บอมบ์ที่สมุยทำให้ทราบพฤติกรรมของคนร้ายว่ามีการปรับเปลี่ยนยุทธวิธี ใช้ความแยบยลซับซ้อนในการก่อเหตุมากขึ้น จากเดิมที่โจรกรรมด้วยการลักขโมย ปล้นเอารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ หรือจัดหารถมือสองในพื้นที่มาเพื่อก่อเหตุ ปัจจุปันได้หาซื้อรถมือสองจากพื้นที่ กทม. และจังหวัดอื่นเข้าไปก่อเหตุ นับว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ต้องให้ความสำคัญและต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในวันพรุ่งนี้ (28 เม.ย.) ซึ่งเป็นวันครบรอบ 11 ปี “กรือเซะ ” ถึงแม้การข่าวยังไม่มีการเตรียมก่อเหตุความไม่สงบ แต่ได้สั่งให้ตำรวจในพื้นที่เฝ้าระวังโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น การตรวจสอบยานพาหนะวัตถุต้องสงสัย พร้อมขอความร่วมไปยังประชาชนในพื้นที่ร่วมมือเฝ้าระวังตรวจตรารถและบุคคลต้องสงสัย หากพบเห็นสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคง ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ให้รีบเข้าไปดำเนินการตรวจสอบทันที แต่จริงๆแล้วเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังให้ความสำคัญกับทุกๆวันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องเฝ้าระวังเฉพาะในวันครบรอบต่างๆ เพราะเจ้าหน้าที่จะไม่ประมาททุกสถานการณ์
 
 
โฆษกตร.เผย 5 ผู้ต้องสงสัยคาร์บอมบ์สมุยถูกจับได้บางส่วน-เค้นสอบหาผู้บงการ
 
 
          ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เมื่อวันที่ 27 เมษายน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยที่ถูกออกหมายจับตามพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 11 (1) ในความผิดฐานเป็นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุคาร์บอมบ์ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล สมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยศาลจังหวัดยะลาได้อนุมัติหมายจับเมื่อวันที่ 23 เม.ย. 58 ซึ่งทั้ง  5 ราย ประกอบด้วย 1.นายอัสมีน กาเต็มมาดี อายุ 27 ปี สัญชาติไทย อาชีพรับจ้าง อยู่บ้านเลขที่ 6 ถ.นาเกลือ ต.อาเนาะรู อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี .นายฮากีม ดอเลาะ อายุ 31 ปี สัญชาติไทย อาชีพรับจ้าง บ้านเลขที่ 35/1 ม.1 ต.ปะกาฮะรัง อ.เมืองฯ จ.ปัตตานี นายมูหาหมัดยากี สาและ อายุ 34 ปี สัญชาติไทย อาชีพรับจ้าง บ้านเลขที่ 63 หมู่ 10 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา นายอับดุลเลาะ สาแม อายุ 25 ปี สัญชาติไทย บ้านเลขที่ 8/2 ม.4 ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี และ นายอัมมัร แวดาราแม อายุ 27 ปี สัญชาติไทย บ้านเลขที่ 280 ม.1 ต.ยามู อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถจับกุมตัวได้แล้วบางคน โดยผู้ที่จับได้เจ้าหน้าที่ทหารจะเป็นผู้รับผิดชอบนำตัวไปสอบสวน
 
          “เนื่องจากตอนนี้หมายจับที่ออกมาเป็นหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นอำนาจหน้าที่ในการควบคุมตัวจึงขึ้นอยู่กับทหาร เพื่อดำเนินการสอบสวนขยายผลผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ หากสามารถเปลี่ยนหมายจับมาเป็นหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้เมื่อไหร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีอำนาจหน้าที่ในการเข้าไปควบคุมตัวเพื่อทำการสอบสวนได้ต่อ และเหตุผลที่เจ้าหน้าที่รัฐต้องปกปิดข้อมูลหรือไม่ให้รายละเอียดของข่าวแก่สื่อมวลชนนั้น เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ผู้ต้องสงสัยเหล่านี้หลบหนีออกนอกพื้นที่ สร้างความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน อีกทั้งบุคคลที่ถูกออกหมายจับเหล่านี้มีความสำคัญในการสืบสวนขยายผลไปสู่ตัวผู้บงการเป็นอย่างยิ่ง” พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว