ข่าว

‘วิษณุ’มอบนโยบายผู้ตรวจราชการ

‘วิษณุ’มอบนโยบายผู้ตรวจราชการ

27 เม.ย. 2558

‘วิษณุ’ มอบ 10 นโยบายผู้ตรวจราชการ จี้แก้หนี้นอกระบบ-ค้ามนุษย์ จ่อใช้ ม.44 จัดการปัญหาขยะ เผยแผนงบปี59 เข้าครม.พรุ่งนี้

 
         27 เม.ย.58 เมื่อเวลา 09.00 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ 2558 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้ตรวจราชการจากทุกหน่วยงานมาร่วมสัมมนา
 
         โดยนายวิษณุ กล่าวตอนหนึ่งว่า ต้องขอชื่นชมการทำงานที่ผ่านมา ที่การตรวจราชการให้เน้นหนักเรื่องการตรวจปริมาณ ราคา การจัดจำหน่ายซื้อของโครงการรับจำนำข้าว ที่ทำได้ผลเป็นที่น่าพอใจที่ได้ข้อมูลที่สามารถจะนำไปสู่ตัวผู้กระทำผิดได้พอสมควร และช่วงเวลาที่เหลือรัฐบาลมีหัวข้อในการตรวจราชการหลายหัวข้อที่ต้องการให้ช่วยดูแล เป็นอย่างน้อยที่ได้รับมอบหมายจากนายกฯให้ใส่ใจตรวจตรา มีดังต่อไปนี้
 
         1.ช่วยตรวจตราดูเรืองหนี้สินครัวเรือนและหนี้สินนอกระบบ ที่มีอยู่มากและเป็นรากเหง้าปัญหาความยากจนและเป็นปัญหาการทุจริต
 
         2.ปัญหาเรื่องแรงงานไร้ฝีมือ ที่เป็นปัญหาในสังคม ที่ทำยังไงจะให้เขาพอจะมีฝีมือทำงานให้มีประสิทธฺภาพได้บ้าง
 
         3.เรื่องเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ไม่ได้แค่การค้าทาส แต่หมายถึงการค้า ผู้หญิง เด็ก แรงงานต่างชาติ แรงงานผิดกฎหมาย แรงงานประมง ซึ่งเป็นเรื่องที่สื่อให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ในปัจจุบัน
 
         4.การจัดการพื้นที่เพื่อจัดรองรับปัญหาผู้อพยพ แม้ไม่ได้มีทุกพื้นที่ แต่ต้องดูแลเขาตามหลักมนุษยธรรม จัดหาในทำเลที่ตั้งเหมาะสมและอำนวยความสะดวกให้ตามสมควร
 
         5.การแก้ปัญหาชุมชนแออัด หรือสลัม ที่มีเรื่องการสร้างที่อยู่อาศัยลุกล้ำลำคลอง การบุกรุกสถานที่สาธารณะ
 
         6.เรื่องการกำจัดขยะ ที่ ฟังดูไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่วันนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ ที่ยกเป็นวาระแห่งชาติ เพราะเป็นปัญหาของทุกจังหวัด ที่เคยฝากปัญหานี้ให้ท้องถิ่นดูแล และอาจจะรับมือไว้ไม่ไหว รวมถึงติดขัดข้อกฎหมายของที่นั่นที่โน่นรุกล้ำในอำนาจหน้าที่มาก ก็มีการคิดเรื่องการใช้อำนาจตามมาตรา44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาใช้แก้ปัญหาให้เป็นระบบ เพียงแต่ขณะนี้คิดว่ายังใช้มาตรการอื่นไปก่อน หากต้องการใช้มาตรการเบ็ดเสร็จก็ต้องใช้มาตรา44 เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขยะท่วมประเทศ
 
         7. การป้องกันอัคคีภัย โดยเฉพาะไฟไหม้ป่า การเผาป่า ที่ทำให้เกิดปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ
 
         8.ปัญหาความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในเส้นทางเชื่อมจังหวัด
 
         9.ให้คำแนะนำในการเสริมประสิทธิภาพการทำงานแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด
 
         และ 10.การอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เพราะในอดีตประชาชนแห่เข้ามาที่ส่วนกลางหรือทำเนียบรัฐบาลเพื่อร้องทุกข์ ดังนั้นหากมี โอกาสอยากให้แวะเวียนไปเยี่ยมเยียนศูนย์ดำรงธรรมในแต่ละจังหวัดว่าเขามาร้องเรียนอะไร คลี่คลายได้หรือไม่ และช่วยติดตามว่าจะแก้ไขอย่างไรหรือจะแจ้งกลับมาที่ส่วนกลาง ผู้ว่าฯหรือส่วนราชการให้แก้ปัญหา
 
         “ซึ่งทั้งหมด 10 ข้อจะอยู่ในข้อ 10 คือการให้ความสะดวกกับประชาชน เพื่อดูว่ามติครม.ที่ออกไปมีปัญหากับประชาชนหรือไม่ ถ้ามีปัญหาท่านก็บอกเรา นั่นคือผลสัมฤทธิ์ในการทำงาน และต้องหมั่นประเมินผลในการทำงานด้วย” นายวิษณุ กล่าว
 
         รองนายกฯ กล่าวอีกว่า และนอกจากนี้ต้องตรวจสอบความมีธรรมาภิบาลและความโปร่งใสความซื่อสัตย์สุจริตของหน่วยงานราชการในพื้นที่ด้วยว่า เพราะจากกรณีที่หน่วยงานตรวจสอบ อาทิ ป.ป.ช. ,ป.ป.ท. ,สตง. ส่งรายชื่อข้าราชการมายังรัฐบาลว่าถูกชี้มูลหรือพัวพันหรือน่าสงสัยในการทุจริตจำนวนมาก ซึ่งสื่อบอกว่ามี 100 รายชื่อแต่จริงๆมีมากกว่า 100 รายชื่อ และยังจะมีรุ่นที่สองที่รุ่นที่สามอีก แต่ทั้งนี้ที่ขอให้นำรายชื่อกลับไปจำแนกว่าใครเกษียณแล้ว ใครเปลี่ยนชื่อนามสกุล บางคนพ้นตำแหน่งไปแล้ว
 
         “และข้อกล่าวหาบางอย่างเรื่องเดียวกันคือมูลความผิดเดียวกันแต่ผู้กระทำผิดครอบคลุมในหลายพื้นที่ ถ้าหลับหูหลับตาว่าไปตามรายชื่อจะกระทบเจ้าหน้าที่ของรัฐยกจังหวัดหรือยกเขตตรวจราชการ จึงขอให้แยกแยะให้ดีว่าเรื่องใดโทษสถานเบา หนัก หรือเรื่องใดกล่าวหาลอยๆ หรือมีมูลเข้าเค้า จะยึดเพียงรายชื่ออย่างเดียวไม่ได้ เพราะต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่เขาด้วย ไม่เช่นนั้นจะมีใบสนเท่ห์ร้องเรียนว่อนไปหมด และอาจจะฝากรายชื่อผู้ตรวจไปช่วยตรวจดูอีกทางด้วย” นายวิษณุ กล่าว
 
         รองนายกฯ กล่าวด้วยว่า เขตตรวจราชการมี 18 เขตตรวจ ที่มีทั้งผู้ตรวจประจำ บางคนอาจจะดูแลหลายเขต และส่วนกลางโดยท่านนายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวม 7 คนลงไปกำกับเขตตรวจทั้งหมดด้วย แต่น้ำหนักต้องอยู่ที่ผู้ตรวจมากกว่า เมื่อพบปัญหาก็ให้รายงานมาที่รมต.ที่กำกับดูแลหรือเชิญรมต.ลงพื้นที่ แต่ระหว่างนั้นก็ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมหน่วยงานต่างๆ เพราะบางความทุกข์ไม่ได้แก้ได้ด้วยเงิน แต่แก้ด้วยเรื่องอื่นก็ได้ เพราะบทบาทหน้าที่ของผู้ตรวจราชการในระบบราชการไทยเป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมระหว่างส่วนราชการส่วนกลางกับส่วนกลางด้วยกันเอง และเชื่อมกับส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น และอาจจะต้องพัฒนาไปเชื่อมระหว่างรัฐบาลทั้งระบบกับองค์กรอิสระทั้งหลาย ที่ยังขาดตัวเชื่อมหน้าที่นี้อยู่
 
         นายวิษณุ กล่าวอีกตอนหนึ่งว่า ในการทำงานไม่ว่าเป็นงานใดถ้าใช้สูตรของระบบสากลจะบอกว่าการทำอะไรให้ประสบความสำเร็จจะมีการสื่อสารสองทาง หมายความถึงการทำสิ่งที่กระจายให้คนอื่นรู้และเมื่อคนอื่นประสบปัญหาอะไรจะต้องบอกเราเพื่อรับทราบความคืบหน้าเพื่องานจะเดินหน้าได้ และนอกจากนี้ต้องฟังเสียงจากข้างนอกแล้วนำมาใคร่ครวญกลั่นกรอง หรือเรียกว่าหลัก “ปรโตโฆสะ” และ “โยนิโสมนสิการ” ที่เป็นการส่งออกจากภายนอก ที่ตรงกับหลักการทำงานของฝรั่งที่เรียกว่าไซด์เอ๊าอินและอินไซด์เอ๊า ที่ช้ได้กับทุกเรื่องการปฏิบัติราชการทำงานแผ่นดิน
 
 
‘วิษณุ’ เผยแผนงบปี59 เข้าครม.พรุ่งนี้
 
 
         27 เม.ย. เมื่อเวลา 09.00 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ 2558 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้ตรวจราชการจากทุกหน่วยงานมาร่วมสัมมนา โดยนายวิษณุ กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่าในวันพรุ่งนี้ (28 เม.ย.) สำนักงบประมาณจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สำหรับการจัดงบประมาณปีโดยปกติจะต้องทำแผนปฏิบัติราชการประจำปี ถ้าไม่ถือแผนฯเข้ามาจะจัดงบประมาณให้ไม่ได้ แต่เนื่องจากสถานที่ไม่ปกติ บางอย่างไม่ใช่ความผิดของกระทรวง สำนักงบจึงจะขอครม.ว่า ให้ถือเอาคำขอตั้งงบประมาณปี 2559 ที่กระทรวงทำเสร็จแล้ว เป็นเสมือนแผนปฏิบัติราชการของปี 2558 ไปโดยปริยาย ซึ่งเรื่องนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้นำเสนอเข้าครม. และคาดว่าจะผ่านความเห็นชอบ เพื่อทำร่างเสนอต่อสภาฯต่อไป เพื่อท่านจะได้ไม่มีปัญหาในการทำงาน