
จะยังมีอะไรเหลือ
ค่ายสะตอเริ่มเผชิญวิกฤติศรัทธาจากประชาชน แม้บางโพลล์แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านยังทนได้ ยอมให้บริหารบ้านเมืองต่อไปเพราะยังอยู่ในช่วงวิกฤติสารพัด ผลงานที่ผ่านมายังไม่ปรากฏชัด เพราะมัวใช้เวลาไปบริหารการเมืองมากกว่าปัญหาของชาติ
เด็กมาร์คยังได้รับความเห็นใจ หลังจากรอดตาย 2 รอบ จากการไล่ล่าฆ่าฟันของกลุ่มมวลชนเสื้อแดง ที่ผ่านมาต้องเดินสายทั้งในและต่างประเทศเพื่อไม่ให้ความเชื่อมั่นเสื่อมทรุด จะทำให้รากฐานความนิยมผุกร่อน ต้องถูกขับไล่ให้ไปก่อนเวลา
ปัญหาที่มีอยู่ยังแก้ไขไม่สำเร็จ แต่ที่น่าหนักใจคือการ “เล่น” พวกเดียวกันเอง ตามธรรมเนียมของการซ่อนมีดดาบไว้ในรอยยิ้ม และใช้แผนยืมดาบฆ่าคน
ที่ผ่านมา ค่ายสะตอมักแก้ปัญหาได้ไม่ยากนัก เมื่อถูกฝ่ายค้านหรือปฏิปักษ์เล่นงาน เอาตัวรอดได้เพราะธรรมชาติและสัญชาตญาณ ความชำนาญเกมการเมือง
เขี้ยวโง้งไม่เป็นสองรองใคร อยู่ได้นานกว่า 60 ปี ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เป็นเพราะฝีมือ ประสบการณ์ล้วนๆ รอดจากการยุบพรรคมาได้ด้วยวิธีพิสดาร
ถ้าจะพัง หรือแตกบางช่วง ก็เพราะฟัดกันเองนั่นแหละ! เห็นได้ชัดว่าศัตรูตัวกลั่นของค่ายสะตอทุกวันนี้ ล้วนมาจากการแตกแยกเพราะแย่งกันใหญ่ทั้งนั้น
ไล่ชื่อไปได้ตั้งแต่ยุคเดอะหมัก สิงห์เหลิม วีระ ไข่เยี่ยวม้าดำ เสธ.หนั่น เสธ.นูญ บอกชื่อพรรคการเมืองไหนก็ได้ รับรองว่าต้องมีอดีตพรรคประชาธิปัตย์ กลยุทธ์ในการหักล้างทางการเมือง แปลงมิตรให้เป็นศัตรูนั้น เทียบระดับชั้นอ๋องนั่นเลย
เหยื่อของการ “เล่นกันเอง” ล้วนพกประสบการณ์อันขมขื่น ยากที่จะลืม สั่งสมกลายเป็นความคลั่งแค้น ถ้าไม่ได้เอาคืน บอกได้เลยว่านอนตายตาไม่หลับ
รายล่าสุดคือ “กษิต ภิรมย์” หลังจากมีประสบการณ์การเมือง การทูต ระหว่างประเทศมาจนเกษียณอายุ เพิ่งรู้ซึ้งถึงพิษการเมืองคราวนี้ ที่เจ็บปวดกระดองใจ ไม่ใช่เพราะฝีมือ “ทักษิณ” และสมุน แต่เป็นคนที่คุณกษิตหลงคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน
“คดีผู้ก่อการร้าย” ทำเอาหัวเราะไม่ได้ ร่ำไห้ไม่ออกจริงๆ เพราะเป็นถึงรัฐมนตรีต่างประเทศ ไม่มีใครในรัฐบาลมีมรรยาทหรือเวลาบอกกล่าวว่าจะโดนข้อหาร้ายแรง
ความกล้าหาญของตำรวจไทยในคดีนี้ถือเป็นความพิสดารสุดยอด ไม่เคยปรากฏมาก่อน กินดีหมี หัวใจเสือมาจากไหน ไม่ยอมบอกประธาน ก.ตร. คือเด็กมาร์ค ซึ่งมอบหมายหน้าที่ให้ “ท่านเทพ” ควบคุมดูแลแทน
หรือว่าคนคุมคดีรายงานให้ ผบ.ตร. รับรู้ เห็นชอบแล้ว และ ผบ.ตร. รายงานให้ “ท่านเทพ” และเด็กมาร์ค รับทราบ และทั้งสองเห็นดีเห็นงามด้วยเช่นนั้นใช่หรือไม่
ก่อนหน้านั้นคุณกษิตดูเหมือนไม่รู้ตัวล่วงหน้า เพราะอยู่ต่างประเทศ กลับมาก็รีบไปรับทราบข้อกล่าวหา ช้ำใจมากเพียงใดวัดได้จากการระบายหัวอกที่นิวซีแลนด์
คงไม่คิดว่าตัวเองอยู่ในสภาพของ “ขุนพลเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว” และตอนนี้กลายเป็น “ภาระ” สำหรับพรรค เพราะเป็นเป้าหมายของปฏิปักษ์ของค่ายสะตอและมวลชนเสื้อแดง ซึ่งรับใช้ “ทักษิณ” หวังสางรอยแค้นให้นายใหญ่ ซึ่งเร่ร่อนไร้แผ่นดิน
ใครเจอเกมหักล้างกันเองในสไตล์ค่ายสะตอต้องกระอักเลือดแน่ๆ นิ! อิอิอิ!!!



