
นายกฯสั่งเข้าช่วยเหลือเนปาล-กำชับดูแลคนไทย
26 เม.ย. 2558
"นายกฯ" สั่ง "สธ.-กองทัพ"เข้าช่วยเหลือเนปาล พร้อมกำชับสถานทูตดูแลคนไทย ด้านรบ.เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดงานระดมความช่วยเหลือ "วัดไทย-มจร"ตั้งศูนย์รับบริจาค
วันที่ 26 เม.ย.58 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 80 ปีที่ประเทศเนปาล ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข พร้อมกองทัพ จัดเตรียมทีมแพทย์ และชุดบรรเทาสาธารณภัยเฉพาะกิจเพื่อส่งเข้าไปบรรเทาทุกข์ตามหลักมนุษยธรรมในประเทศเนปาลโดยเร็วที่สุด และแม้สนามบินกาฐมาณฑุจะปิดให้บริการแล้ว ก็สามารถเดินทางไปยังจุดที่ใกล้ที่สุดแทนเพื่อเดินทางต่อเข้าไปยังจุดภัยพิบัติต่อไป ทั้งนี้อยูในระหว่างการประสานงานกับสถานฑูต
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวด้วยว่า นายกฯ เชื่อว่าท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งที่มิตรประเทศควรปฏิบัติต่อกันคือ การร่วมมือช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และร่วมแบ่งเบาความทุกข์ใจอย่างจริงจัง แม้ไทยจะเป็นประเทศเล็กๆ แต่น้ำใจคนไทยไม่เคยด้อยกว่าใคร
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชนคนไทย ร่วมบริจาคสิ่งของ และปัจจัยเพื่อการดำรงชีพสำหรับพี่น้องชาวเนปาลและผู้ประสบภัยทุกคนในประเทศเนปาลได้ที่ ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรวบรวมจัดส่งไปบรรเทาความเดือดร้อนในนามประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ในสัปดาห์หน้ารัฐบาล จะเป็นเจ้าภาพจัดงานรวมน้ำใจคนไทยไปเนปาล เพื่อระดมความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการในส่วนกลาง ผ่านสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินการช่วยเหลือคนไทยที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุภัยพิบัติครั้งนี้ ทั้งที่อาศัยอยู่ในประเทศเนปาล และประเทศใกล้เคียง นายกฯ ได้กำชับให้สถานทูตไทยดูแลประสานความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด หากผู้ใดต้องการเดินทางกลับก็ให้ดำเนินการส่งกลับตามระเบียบปฏิบัติที่วางไว้ของกระทรวงการต่างประเทศ
"ไพบูลย์"ชี้แผ่นดินไหวใหญ่เนปาล เหตุแผ่น“อินเดีย”มุดใต้แนวแผ่น"ยูเรเซีย" สะสมพลังนาน 80 ปี
กต.ออกแถลงการณ์ช่วยเหลือคนไทยในเนปาลฉบับที่2
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ รายงานสถานการณ์ล่าสุดและการตรวจสอบความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคน ไทย และการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ ขณะนี้ มีคนไทยเข้าพักพิงที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต 20 คน เป็นข้าราชการ ครอบครัว และคนไทย ที่พักอยู่ในอาคารสูงซึ่งไม่ปลอดภัยที่จะกลับเข้าไป โดยกลุ่มนี้ ยังไม่แสดงความประสงค์ที่จะเดินทางกลับประเทศไทย
สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ติดต่อคนไทยที่อยู่อาศัยในกรุงกาฐมาณฑุอีกประมาณ 30 คน ทุกคนปลอดภัยดีและยังไม่ประสงค์จะกลับประเทศไทย เช่นกัน กลุ่มคนไทย 34 คนที่มาประชุมที่เมืองนากากอด ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุประมาณ 30 กิโลเมตร ปลอดภัยดี และได้ลงชื่อเพื่อขอรับบัตรโดยสารและกำลังรอขึ้นเครื่องบินโดยสารเดิน ทางกลับประเทศไทย คนไทยที่ต้องการที่พักชั่วคราว สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อเข้าพักได้ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต (Dev Nivas) ได้
สถานเอกอัครราชทูตฯ เปิดสาย Hotline หมายเลข +977 980 106 ๙๒๓๓ และ +977 984 124 2094 (ระบบ การสื่อสารในกรุงกาฐมาณฑุและในหลายพื้นที่ล่มและใช้ได้เป็นบางช่วงเท่านั้น ทำให้มีความยากลำบากในการติดต่อสื่อสารระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯ กับคนไทยในพื้นที่ สถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังพยายามหาช่องทางสื่อสารอื่นๆ) ขณะเดียวกัน กองคุ้มครองฯ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศได้เปิดสาย Hotline 4 หมายเลข ได้แก่ 08 5911 4076 , 09 4003 7190 - 2 ระหว่างเวลา 08.00 - 22.00 น. สำหรับผู้โดยสารของบริษัทการบินไทยที่ประสงค์จะเดินทางออกจากกรุงกาฐมาณฑุ สอบถามข้อมูลการบินไทยได้ที่ + 977 1411 3140 และ + 977 1411 3047
"ทอ" เตรียมพร้อม"อากาศยาน-จนท."ช่วยเนปาล
บ.แจ้งช่องทางติดต่อ-รับข้อมูล ที่กาฎมัณฑุ
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด กล่าวถึงความคืบหน้าการดูแลคนไทยในเนปาลว่า ขณะนี้ได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือดูแลและติดต่อข้อมูล ณ สถานทูตไทยประจำกรุงกาฎมัณฑุ ดังนั้นหากญาติมิตรในประเทศไทยต้องการสอบถามข้อมูลข่าวคราว คยไทยในเนปาล สามารถติดต่อผ่านทั้งทางกระทรวงการต่างประเทศ ที่เบอร์ 094-003-7190, 094-003-7191, 094-003-7192 และ 085-911-4076
รวมทั้งติดต่อผ่านทางทางสถานทูตไทยประจำกรุงกาฎมัณฑุได้โดยตรง ที่เบอร์ 977-1441-4372 หรือ ที่คุณจักรพันธ์ เลขาเอกสถานทูตไทย หมายเลข +977-9801069233 โทรสาร +97714371410
“ขณะนี้มีคนไทยอพยพมาพักพิงในศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยสถานเอกอัครราชทูตราว 30 คน และอาจจะมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หากญาติพี่น้องต้องตามติดตามสถานการณ์ และติดต่อแจ้งขอความช่วยเหลือ สามารถใช้ทุกเบอร์โทรที่กล่าวมาข้างต้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง”
"ไพบูลย์"ชี้แผ่นดินไหวใหญ่เนปาล เหตุแผ่น“อินเดีย”มุดใต้แนวแผ่น"ยูเรเซีย" สะสมพลังนาน 80 ปี
ดร.ไพบูลย์ นวลนิล อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นักแผ่นดินไหววิทยาคนเดียวในประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวเนชั่น” ถึงเหตุแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่ประเทศเนปาลว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเป็นแนวมุดตัวระหว่างแผ่นอินเดียกับแผ่นยูเรเซีย โดยแผ่นอินเดียมุดลงไปใต้แผ่นดินยูเรเซีย ซึ่งเป็นแนวมุดตัวที่ใหญ่และยาวทำให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ซึ่งการไหวที่รุนแรงเป็นเพราะการสะสมพลังงานมาเป็นเวลานาน แผ่นดินไหวขนาด 7.8 ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งต้องใช้เวลาสะสมพลังงานนาน 70 - 80 ปี โดยในรอบปีทั่วโลกจะเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7 ขึ้นไปอยู่ที่ 12 - 15 ครั้งต่อปี ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2558 ถึงขณะนี้มีแผ่นดินไหวขนาด 7 ขึ้นไปเกิดขึ้นไปแล้ว 4 ครั้ง ซึ่งก็เป็นไปตามสถิติที่ตนเคยบันทึกไว้ แต่จากนี้ไม่สามารถจะคาดการณ์ได้ว่าแผ่นดินไหวขนาด 7 ขึ้นไปจะเกิดขึ้นสถานที่ใด และเวลาใดอีก
ดร.ไพบูลย์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเมนช็อค ก็ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อคขนาดสูงสุดที่ 6.7 และมีอาฟเตอร์ช็อคก็เกิดขึ้นอีกประมาณ 30 ครั้ง จากนั้นก็จะมีขนาดเล็กและมีความถี่น้อยลงเรื่อยๆ ส่วนมารตการการเฝ้าระวังหน่วยงานในประเทศเนปาลคงเตรียมไว้แล้ว โดยผู้ที่ประสบเหตุณ์แผ่นดินไหวทั้งคนเนปาลหรือคนไทยที่อยู่ที่นั้นเบื้องต้นต้องขอดูแลตัวเอง และปฏิบัติตามที่ทางการเนปาลสั่ง หากให้มีการอพยพ ผู้คนให้ไปอยู่ในสถานที่ปลอดภัย โดยการช่วยเหลือต้องเริ่มต้นอยากเร็วที่สุดในช่วง 1 - 3 วันแรก ต้องเร่งค้นหาคนที่ติดอยู่ในซากอาคาร หากไม่สามารถทำได้โอกาสที่จะรอดชีวิตก็จะน้อยลง
"เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ" สานการบินไทย นำนักคนไทยในเนปาลกลับถึงไทยเย็นวันนี้
เมื่อเวลา 12.00 น. นายวุตติ วุตติสันต์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเนชั่นว่า ในวันที่ 26 เม.ย. กระทรวงการต่างประเทศจะจัดประชุมเป็นการภายใน เพื่อติดตามสถานการณ์ภายหลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.9 ริกเตอร์ ที่เมืองโพคารา ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร ที่จะนำไปสู่ดำเนินการให้ความช่วยเหลือคนไทยในเนปาล ทั้งคนไทยที่พักอาศัยในเนปาล มีอยู่ราว 100 คน และนักท่องเที่ยวไทยในเนปาลที่ยังตกค้างต้องการเดินทางกลับประเทศ
ทั้งนี้ ล่าสุด ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกาฐมาณฑุ ได้ประสานสายการบินไทย ในการนำคนไทยจำนวนหนึ่งเดินทางกลับประเทศ ในเที่ยวบินที่ TG320 เดินทางออกจากกรุงกาฐมาณฑุมายังประเทศไทย โดยคาดว่า จะเดินทางมาถึงประเทศไทย ยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 17.00 น.ของวันที่ 26 เม.ย.58
นายวุตติ กล่าวอีกว่า ในที่ 27 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่กระทรวงการต่างประเทศ ในการประสานให้การดูแลคนไทยในเนปาล และการให้ความช่วยเหลือรัฐบาลเนปาล ประชาชนเนปาล อีกด้วย
สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ติดต่อคนไทยที่อยู่อาศัยในกรุงกาฐมาณฑุอีกประมาณ 30 คน ทุกคนปลอดภัยดีและยังไม่ประสงค์จะกลับประเทศไทย เช่นกัน กลุ่มคนไทย 34 คนที่มาประชุมที่เมืองนากากอด ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุประมาณ 30 กิโลเมตร ปลอดภัยดี และได้ลงชื่อเพื่อขอรับบัตรโดยสารและกำลังรอขึ้นเครื่องบินโดยสารเดิน ทางกลับประเทศไทย คนไทยที่ต้องการที่พักชั่วคราว สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อเข้าพักได้ที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต (Dev Nivas) ได้
สถานเอกอัครราชทูตฯ เปิดสาย Hotline หมายเลข +977 980 106 ๙๒๓๓ และ +977 984 124 2094 (ระบบ การสื่อสารในกรุงกาฐมาณฑุและในหลายพื้นที่ล่มและใช้ได้เป็นบางช่วงเท่านั้น ทำให้มีความยากลำบากในการติดต่อสื่อสารระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯ กับคนไทยในพื้นที่ สถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังพยายามหาช่องทางสื่อสารอื่นๆ) ขณะเดียวกัน กองคุ้มครองฯ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศได้เปิดสาย Hotline 4 หมายเลข ได้แก่ 08 5911 4076 , 09 4003 7190 - 2 ระหว่างเวลา 08.00 - 22.00 น. สำหรับผู้โดยสารของบริษัทการบินไทยที่ประสงค์จะเดินทางออกจากกรุงกาฐมาณฑุ สอบถามข้อมูลการบินไทยได้ที่ + 977 1411 3140 และ + 977 1411 3047
"ทอ" เตรียมพร้อม"อากาศยาน-จนท."ช่วยเนปาล
พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประเทศเนปาล ภายหลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ทางกองทัพอากาศยังไม่ได้รับการประสานอย่างเป็นทางการจากรัฐบาล แต่ก็ได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ โดยได้รับทราบเบื้องต้นจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนว่ารัฐบาลไทยจะส่งความช่วยเหลือไปยังเนปาล ซึ่งต้องรอรายละเอียดจากรัฐบาลอีกครั้งว่าจะมอบหมายให้กองทัพอากาศดำเนินการช่วยเหลือในภารกิจใดบ้าง เช่น การส่งสิ่งของช่วยเหลือ หรือการส่งทีมแพทย์ไปช่วยเหลือ โดยกองทัพอากาศได้เตรียมความพร้อมทั้งอากาศยานและเจ้าหน้าที่ไว้แล้ว ถ้ารัฐบาลสั่งการมาอย่างไรก็พร้อมดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมายทันที
"วัดไทย-มจร"ตั้งศูนย์ช่วยเหลือรับบริจาค
พระเมธีธรรมมาจารย์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เปิดเผยว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มจร ในนามมหาวิทยาลัยกำลังประสานกับทุกฝ่าย เพื่อจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลภัยพิบัติครั้งใหญ่นี้ มีผลกระทบรุนแรง ทั้งชาวเนปาล คนไทยในเนปาลและวัด ชาวไทยควรจะแสดงออกถึงน้ำใจอันดีงาม ในการให้ความช่วยเหลือตามกำลัง โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ มจร จะมีรายละเอียดแจ้งให้ทราบต่อไป
ขณะเดียวกันทางด้านวัดสระเกศ และวัดปากน้ำ สถาบันโพธิคยาวิชาลัย ได้ตั้งกองทุนช่วงเหลือด้วย โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ จะช่วยเป็นแกนกลางรวบรวมความช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย
พระเมธีธรรมมาจารย์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) เปิดเผยว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มจร ในนามมหาวิทยาลัยกำลังประสานกับทุกฝ่าย เพื่อจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาลภัยพิบัติครั้งใหญ่นี้ มีผลกระทบรุนแรง ทั้งชาวเนปาล คนไทยในเนปาลและวัด ชาวไทยควรจะแสดงออกถึงน้ำใจอันดีงาม ในการให้ความช่วยเหลือตามกำลัง โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ มจร จะมีรายละเอียดแจ้งให้ทราบต่อไป
ขณะเดียวกันทางด้านวัดสระเกศ และวัดปากน้ำ สถาบันโพธิคยาวิชาลัย ได้ตั้งกองทุนช่วงเหลือด้วย โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ จะช่วยเป็นแกนกลางรวบรวมความช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย
สาส์นแสดงความเสียใจของหัวหน้าพระธรรมทูตอินเดีย-เนปาล
ด้านพระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย- เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ได้ออกสาส์นแสดงความเสียใจต่อการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศเนปาลความว่า
"ทราบข่าวอันน่าสะเทือนใจของวันที่ 25เมษายน ที่ประเทศเนปาล ดินแดนแห่งพุทธภูมิอันเป็นที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เกิดแผ่นดินไหวซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง. หลายพันชีวิตต้องพลัดพราก สูญเสียและบาดเจ็บ ตามพระไตรลักษณ์. อาคารทางประวัติศาสตร์ สถานที่ราชการและบ้านเรือนของประชาชนต้องพังพินาศ ทันทีที่อาตมาได้รับฟ้งสถานการณ์อันน่าเจ็บปวดและสะเทือนใจนี้ อาตมาได้สวดมนต์แผ่เมตตาอุทิศให้แก่ญาติโยมผู้ได้รับผลกระทบครั้งนี้และจะได้สวดภาวนาต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่พวกเรากำลังเผชิญกับสถานการณ์อันสิ้นหวังเรามิอาจจะเพิกเฉยนิ่งดูดาย
เราต้องร่วมพลังกันและร่วมรับภาระแห่งความเศร้าสลดนี้ด้วยกัน สิ่งที่สำคัญยิ่งคือพวกเราแต่ละคนต้องจุดแสงสว่างแห่งความกล้าหาญ นอกจากนั้นสิ่งที่สำคัญยิ่งคือ ได้มอบหมายให้พระธรรมทูตทั้งหลายใน อินเดีย เนปาลไม่เพียงแต่สำรวจความต้องการที่จำเป็นในการปกป้องศาสนสถานและเร่งให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น แก่สาธารณชนในชุมชนโดยรอบด้วย ในส่วนตัวของอาตมา อาตมาจะพยายามทุกวิถีทางที่จะเดินทางไปให้กำลังใจและช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประสบภัยพิบัติด้วยตัวเองในอนาคตอันใกล้นี้ ขอความมีสติ จงคุ้มครองปกป้องทุกท่าน"
ด้านพระเทพโพธิวิเทศ หัวหน้าพระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย- เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ได้ออกสาส์นแสดงความเสียใจต่อการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศเนปาลความว่า
"ทราบข่าวอันน่าสะเทือนใจของวันที่ 25เมษายน ที่ประเทศเนปาล ดินแดนแห่งพุทธภูมิอันเป็นที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้เกิดแผ่นดินไหวซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวง. หลายพันชีวิตต้องพลัดพราก สูญเสียและบาดเจ็บ ตามพระไตรลักษณ์. อาคารทางประวัติศาสตร์ สถานที่ราชการและบ้านเรือนของประชาชนต้องพังพินาศ ทันทีที่อาตมาได้รับฟ้งสถานการณ์อันน่าเจ็บปวดและสะเทือนใจนี้ อาตมาได้สวดมนต์แผ่เมตตาอุทิศให้แก่ญาติโยมผู้ได้รับผลกระทบครั้งนี้และจะได้สวดภาวนาต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่พวกเรากำลังเผชิญกับสถานการณ์อันสิ้นหวังเรามิอาจจะเพิกเฉยนิ่งดูดาย
เราต้องร่วมพลังกันและร่วมรับภาระแห่งความเศร้าสลดนี้ด้วยกัน สิ่งที่สำคัญยิ่งคือพวกเราแต่ละคนต้องจุดแสงสว่างแห่งความกล้าหาญ นอกจากนั้นสิ่งที่สำคัญยิ่งคือ ได้มอบหมายให้พระธรรมทูตทั้งหลายใน อินเดีย เนปาลไม่เพียงแต่สำรวจความต้องการที่จำเป็นในการปกป้องศาสนสถานและเร่งให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น แก่สาธารณชนในชุมชนโดยรอบด้วย ในส่วนตัวของอาตมา อาตมาจะพยายามทุกวิถีทางที่จะเดินทางไปให้กำลังใจและช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประสบภัยพิบัติด้วยตัวเองในอนาคตอันใกล้นี้ ขอความมีสติ จงคุ้มครองปกป้องทุกท่าน"



