
นักวิชาการชี้ทางออก หากร่าง รธน.ถูกตีตก
26 เม.ย. 2558
นักวิชาการชี้ทางออก หากร่าง รธน.ถูกตีตก : โดย...ศักรินทร์ เข็มทอง
ในระหว่างการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่ออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ ตลอดช่วง 6 วันที่ผ่านมา สมาชิก สปช.หลายคนออกมาแสดงความเห็นคัดค้านในหลายประเด็น โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมือง ทำให้เกิดกระแสความรู้สึกว่าหากมีการพิจารณาไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะมีทางออกอะไรบ้างกับอนาคตประเทศไทย
นายสติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการสำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า มองทางออกว่า ถ้าหากไม่ผ่านขึ้นมาจริงๆ ก็คงต้องทำตามกรอบรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 เพราะทางผู้มีอำนาจยังไม่ได้ทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราวระบุไว้ชัดเจนว่าถ้าสภาปฏิรูปแห่งชาติ ไม่รับร่างก็ให้ทำการยุบ สปช. และคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วทำการสรรหาใหม่
ทั้งนี้ เขามองว่า หากร่างนี้ต้องตกไปจริง แล้วจะมีการไปหยิบรัฐธรรมนูญเก่ามาใช้นั้น ทางรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ไม่ได้มีกลไกตรงนั้น ถ้าตกก็คือตกไปเลย ไม่เหมือนรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2549 ที่ระบุไว้ว่าถ้าไม่ผ่านทำประชามติ ก็ให้พิจารณานำรัฐธรรมนูญเก่ามาใช้ แต่หนนี้ถ้าตกก็ให้กลับไปนับหนึ่งใหม่ สรรหา สปช. ใหม่ทั้ง 250 คน และเสนอกรรมาธิการยกร่างฯ ชุดใหม่ คนเก่าห้ามเป็นอีก
นายสติธร ยังชี้ 3 สัญญาณให้เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่ถกกันนี้ น่าจะสามารถผ่านการพิจารณาว่า 1.ที่ สปช.อภิปรายกัน ไม่ได้ร้อนแรงมาก ขนาดที่จะกลายเป็นข้อขัดแย้งของ 2 ฝ่าย ระหว่าง สปช. กับคณะกรรมาธิการยกร่างฯ จนแบบที่ยอมกันไม่ได้ 2.จากการที่มีการเชิญกลุ่มการเมืองต่างๆ มาคุยกันที่ ศปป.ก็มีการเสนอเรื่องประชามติจากทั้ง 2 ฝ่ายที่เห็นตรงกันว่าเลื่อนเลือกตั้งออกไปสักนิด แล้วทำประชามติ แล้วท่าทีรัฐบาล อย่างเช่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็พูดชัดเจนว่าจะเดินตามโรดแม็พ ไม่ได้บอกว่าจะมีการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557 เพื่อให้เกิดการทำประชามติ ทำให้รู้สึกว่าน่าจะเดินหน้าตามนี้ สถานการณ์ที่กดดันรัฐบาลอยู่ อาจจะทำให้สามารถยืดออกเวลาไปอีกได้
ส่วนในข้อท้วงติงจากนายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ตั้งฉายาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าเป็น "รัฐธรรมนูญฉบับฝันเฟื่อง" นักวิชาการผู้นี้มองว่า น่าจะเป็นเพราะรับเอาข้อเสนอจากทุกฝ่ายเข้ามา พยายามประนีประนอม อะไรที่มองว่าเป็นเรื่องดีก็รับไว้ทั้งหมด ก็เลยทำให้มีหลายมาตรา เช่น ระบบการเลือกตั้งใหม่ ก็ยังให้มีเลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์อีก
"จริงๆ เกินความจำเป็น หลายคนที่วิเคราะห์อาจจะมองว่ามันเกินความจำเป็นไป เพราะปาร์ตี้ลิสต์เป็นอำนาจต่อรองของพรรคการเมือง ส่วนเลือกตั้งเขตเป็นอำนาจต่อรองของผู้สมัคร เพราะเป็นการมองว่าพรรคครอบงำ ส.ส.มากเกินไป จึงทำมาตรการเข้ามาจัดการ รวมทั้งการกลัวการทุจริตมากเกินไป จึงตั้งองค์กรมากมายเข้ามา ทำให้คนสงสัยว่าองค์กรมากมายเหล่านี้จะทำงานซ้ำซ้อนกันหรือเปล่า เช่น ป.ป.ช.ก็มีอำนาจมากอยู่แล้วในการตรวจสอบ ยังจะมีการใส่สมัชชาคุณธรรม มีการใส่องค์กรตรวจสอบภาคประชาชน เข้าไปอีก ก็เหมือนว่าการใส่มากเกินไป แล้วจะทำงานกันยังไงกัน" นายสติธร กล่าวตั้งข้อสังเกต
สำหรับทางออกของปัญหา ในมุมมองของ นายวันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ และนักวิชาการการทหาร มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ก็คงใช้วิธีการตั้งแต่งสรรหากรรมาธิการยกร่างฯ กันใหม่ ก็มาจาก สปช.เหมือนเดิม สัดส่วนเหมือนเดิม คนเล่นคนใหม่ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่
แต่ประเด็นที่ต้องขบคิดต่อมาอีก คือกระแสภาคประชาสังคม เรียกร้องการมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น สังเกตไหมว่าการออกแบบรัฐธรรมนูญหนนี้ ไม่ได้ออกแบบการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แต่เน้นไปที่วิธีการตรวจสอบ ควบคุมระบบการเมืองมากเกินไป โดยที่ไม่มีระบบการมีส่วนร่วมจากประชาชน สังเกตจากในรอบสัปดาห์ของการอภิปรายที่ผ่านมา ภาคประชาสังคมเรียกร้องอย่างมาก
"ไม่ได้ร่างจากเจตจำนงอย่างแท้จริง มาจากตัวแทนใน สนช. หรือ สปช. แม้แต่ความเป็นเอกภาพในการอภิปรายก็ยังมีความเห็นที่แตกต่าง และวิจารณ์ค่อนข้างจะรุนแรงด้วย แสดงว่าร่างฉบับนี้มีปัญหาในการแสดงความคิดเห็นค่อนข้างหลากหลาย ประเด็นที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกรรมาธิการยกร่างฯ เผยออกมาว่ายังไม่สู่การใช้จริง ทำให้เกิดความรู้สึกห่วงใยว่าเป็นการควบคุมการใช้อำนาจของรัฐธรรมนูญมากเกินไป"
หากร่างรัฐธรรมนูญถูกตีตกไป เขามองว่า ประเด็นอยู่ที่ว่าหัวหน้า คสช.จะให้กำหนดระยะเวลาในการร่างใหม่อีกครั้ง ต่อไปกี่เดือน 1 ปี 6 เดือนก็ได้ เพื่อร่นระยะเวลาลง หรือมาปรับแก้ไขของกฎหมายที่มีอยู่แล้วตอนนี้ก็ได้ อาจจะหมายถึงไปดึงรัฐธรรมนูญปี 2550 คิดว่าการร่างรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องยาก แต่การไล่แต่ละบท มากหรือน้อยเท่าใด อยู่ที่การตกลงของสภาร่างรัฐธรรมนูญ คือถ้าไปเริ่มนับตั้งแต่ศูนย์ใหม่ มันเสียเวลาแน่ๆ
"ก็ควรดูว่าอะไรคงไว้ เช่น ที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจ อาจจะไปเพิ่มในเรื่องกระบวนการเรื่องนิติบัญญัติให้มากขึ้นก็ได้ ตรงนี้จะใช้เวลาไม่มาก ตรงนี้อยู่ที่หัวหน้า คสช.จะวางกติกากำหนดไว้ให้เท่าไหร่"
ส่วนคำท้วงติงรัฐธรรมนูญฉบับฝันเฟื่อง นายวันวิชิต ชี้ว่า ให้ลองสังเกตดูว่าเคยมีการถามภาคประชาชนไหมว่าเขาพอใจกับร่างที่เห็นมากแค่ไหน ไม่มีถามครับ มีแต่ถามความเห็นนักการเมือง ซึ่งตรงนี้มันผิดปกติมาก ว่าทำไมภาคประชาชนเรียกร้องการที่จะมีส่วนร่วมมาก ในขณะที่ส่วนได้ส่วนเสียคือภาคการเมือง รับไม่ได้ ตรงนี้ต่างหาก ที่เป็นฝันเฟื่อง ทำให้หลายคนเชื่อว่าทำประชามติจริง ไม่น่าจะผ่าน ไม่จำเป็นต้องเป็นความเห็นของฝ่ายการเมือง แค่คนทั่วไป ก็มองว่ารัฐธรรมนูญนี้ ไม่น่าจะผ่าน
"เพราะอะไรไหมครับ เพราะความไม่เป็นเอกภาพมาวิพากษ์วิจารณ์ปัญหากันเอง ให้ประชาชนฟัง ปกติร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา สภาร่างรัฐธรรมนูญจะแสดงความสนับสนุนว่ามีประโยชน์มากน้อยเพียงใด แต่ในขณะเดียวกันคนที่ปกป้องร่างรัฐธรรมนูญกลายเป็นประธานกรรมาธิการยกร่างฯ เป็นหลัก ในขณะที่คนอื่นปากเสียงน้อยลงมาก แทบจะไม่มีบทบาทเลย ตรงจุดนี้ทำให้คนเห็นว่าต้องมีปัญหาแน่ ในมุมการเมืองก็จะมองว่าเป็นปัญหาของกลุ่มการเมือง เรื่องทับซ้อน เรื่องพื้นที่ ยังไม่พูดถึงเรื่องการมีส่วนร่วม หรือการตั้งองค์กรตรวจสอบ กลั่นกรองมากมาย ถามประชาชนดูว่ายอมรับในกระบวนการเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน" นายวันวิชิต กล่าวตอนท้าย
------------------
(นักวิชาการชี้ทางออก หากร่าง รธน.ถูกตีตก : โดย...ศักรินทร์ เข็มทอง)



