ข่าว

แกะลายมือบนผนังห้องน้ำ ล่าคนงานฆ่านายจ้าง

แกะลายมือบนผนังห้องน้ำ ล่าคนงานฆ่านายจ้าง

26 เม.ย. 2558

แกะลายมือบนผนังห้องน้ำ ล่าคนงานฆ่านายจ้าง : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                         เช้าตรู่วันที่ 14 มีนาคม 2554 เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นภายในบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ปลูกบนเนื้อที่กว่า 2 ไร่ พื้นที่ หมู่ 4 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ด้านหลังของบ้านหลังนี้เปิดเป็นโรงฆ่าสัตว์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของกลุ่มผู้ค้าเนื้อ
 
                         พ.ต.ท.กวี รัตนะ พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) ประสานแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และตำรวจประจำศูนย์พิสูจน์หลักฐาน เขต 1 จ.ปทุมธานี เดินทางไปยังบ้านหลังเกิดเหตุเพื่อชันสูตรพลิกศพ รวมทั้งเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อเป็นเบาะแสในการตามล่าตัวคนร้าย
 
                         พบเจ้าของบ้านวัย 40 ปี ซึ่งเป็นมารดาของนักแสดงสาวชื่อดังเสียชีวิต โดยศพถูกจับยัดไว้ในถังน้ำซีเมนต์ขนาดใหญ่ภายในห้องน้ำ ในลักษณะนั่ง สวมเสื้อยืดสีเทาดำ ผ้าถุงลายดอกสีม่วง ขณะที่กางเกงในถูกถอดกองไว้ข้างชักโครก ลำคอด้านซ้ายถูกเชือดเป็นแผลเหวอะหวะ
 
                         ตำรวจพิสูจน์หลักฐานใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ตรวจสอบหาร่องรอยของคนร้าย พบว่าที่บริเวณผนังหน้าประตูห้องน้ำมีลายมือแฝง คาดว่าน่าจะเป็นของคนร้ายติดอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่ลูกบิดประตูห้องน้ำมีรอยถูกงัดแงะจนเสียหาย ผนังภายในห้องน้ำหลายแห่งมีรอยคราบเลือด เช่นเดียวกับที่บริเวณตะแกรงกรองน้ำทิ้ง พบมีดเปื้อนเลือดคาดว่าเป็นอาวุธที่คนร้ายใช้สังหารผู้ตายตกอยู่ใกล้กับปั๊มน้ำหน้าห้องน้ำที่เกิดเหตุ
 
                         ลายมือแฝงบนผนังที่พบคือเบาะแสสำคัญที่คนร้ายทิ้งไว้ให้ตำรวจได้แกะรอยควานหาตัว
 
                         สามีของผู้ตายให้การว่า ลูกจ้างสาวชาวพม่าวัย 21 ปี หายตัวไปหลังเกิดเหตุ โดยก่อนพบศพไม่นาน ได้ยินเสียงชายชาวพม่าวัย 20 ปีเศษ ซึ่งเป็นแฟนของลูกจ้างรายนี้มายืนเรียกอยู่ที่หน้าบ้านก่อนจะหายตัวไปพร้อมกัน โดยมีพยานเห็นทั้งสองขึ้นรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ออกจากซอยที่เกิดเหตุไป
 
                         จากการสอบสวนทราบว่า ลูกจ้างชาวพม่ารายนี้เคยถูกผู้ตายไล่ออกไปเมื่อ 2 ปีก่อนเนื่องจับได้ว่าขโมยของ แต่ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 สัปดาห์แฟนหนุ่มของลูกจ้างรายนี้ได้พามาขอโทษและอ้อนวอนขอโอกาสกลับเข้ามาทำงานอีกครั้ง ซึ่งผู้ตายเกิดความสงสารจึงรับไว้
 
                         "เขาอาจผูกใจเจ็บกลับมาล้างแค้นภรรยา โดยวางแผนร่วมกับแฟนหนุ่มกลับเข้ามาทำงานอีกครั้งเพื่อหาโอกาสขโมยทรัพย์สิน แต่ภรรยาอาจพบเห็นเข้าจึงถูกฆ่าปิดปาก" สามีผู้ตายตั้งข้อสังเกตและยืนยันต่อตำรวจว่า ลูกจ้างชาวพม่ามีส่วนรู้เห็นกับการตายของภรรยา
 
                         ตำรวจได้ตรวจสอบพบว่า เครื่องประดับมีค่าที่ผู้ตายสวมใส่อยู่ก่อนเสียชีวิตหายไปหลายรายการ เพิ่มน้ำหนักให้ข้อสังเกตของสามีผู้ตายมากยิ่งขึ้น หลังเกิดเหตุไม่ทันข้ามคืน ตำรวจ สภ.คลองหลวง และตำรวจสืบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สามารถติดตามควบคุมตัวลูกจ้างสาวชาวพม่ารายนี้พร้อมกับแฟนหนุ่มได้ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ แต่จากการตรวจค้นกลับไม่พบทรัพย์สินของผู้ตาย และทั้งคู่ยืนยันเสียงแข็ง ไม่รู้ไม่เห็นกับการตายของนายจ้าง
 
                         พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ที่ปรึกษา (สบ 10) ซึ่งทำหน้าที่รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ตำแหน่งขณะนั้น สั่งการให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดีส่งตัวบุคคลทั้งสองไปตรวจพิสูจน์ตามหลักนิติวิทยาศาสตร์ โดยไม่ลืมประสาน พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ตำแหน่งขณะนั้น) ให้ช่วยอำนวยการการทำงานของตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานอย่างใกล้ชิด ซึ่งผลการตรวจพิสูจน์กลับไม่พบหลักฐานใดๆ ที่เชื่อมโยงไปยังบุคคลทั้งสอง 
 
                         ตำรวจชุดคลี่คลายคดี จึงต้องนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง 
 
                         สามีของผู้ตายถูกเชิญมาให้ปากคำต่อตำรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาชนวนเหตุแห่งคดีฆาตกรรม
 
                         "นอกจากลูกจ้างสาวชาวพม่าและแฟนหนุ่มแล้ว คงจะมีแต่คนงานชาวพม่าที่ผมเพิ่งไล่ออกไป เพราะมีปัญหากระทบกระทั่งกัน ซึ่งพวกเขาหายตัวไปหลังจากภรรยาผมเสียชีวิตเช่นกัน" สามีของผู้ตายให้ข้อมูลต่อตำรวจชุดคลี่คลายคดี
 
                         เบาะแสที่ได้จากปากของสามีผู้ตายนำมาสู่การขยายผล โดยแรงงานชาวพม่าที่ถูกระบุถึงคือ นายสฮีดุลรา หรืออะดุลลา นายมูดาเฮะ และนายอิบรอฮีม ซึ่งตำรวจสามารถติดตามตัวพบขณะอยู่ใน อ.แม่สอด จ.ตาก ระหว่างรอกลับประเทศพม่า หลังควบคุมตัวได้ตำรวจชุดสืบสวนประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อนำทั้ง 3 คน เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรวจพบว่าลายมือของนายสฮีดุลรา หรือ อะดุลลา ตรงกับลายมือที่พบบนฝาผนังห้องน้ำจุดเกิดเหตุ
 
                         เบาะแสที่ได้จากการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์นี้ เป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้ตำรวจเชื่อว่าแรงงานชาวพม่ารายนี้มีส่วนรู้เห็นกับการตายของผู้เสียชีวิต เพราะโดยปกติแล้วบริเวณจุดพบศพจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของบ้าน แรงงานโรงฆ่าสัตว์จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบริเวณนั้น และยิ่งเป็นแรงงานที่ถูกไล่ออกไปแล้วยิ่งไม่มีโอกาสที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปในบริเวณจุดพบศพ
 
                         กลายเป็นคำถามตามมาว่า ลายนิ้วมือของแรงงานชาวพม่ารายนี้ไปเปื้อนอยู่บนผนังห้องน้ำได้อย่างไร หากไม่ได้ก่อเหตุฆาตกรรมหรือมีส่วนรู้เห็นกับการตายของผู้เสียชีวิต
 
                         ตำรวจชุดคลี่คลายคดีจึงนำตัวคนงานชาวพม่ารายนี้มาสอบเค้น กระทั่งยอมสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายหมอก เพื่อนคนงานชาวพม่าที่หลบหนีไปแล้วสังหารนางจันทนาจริง โดยใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิต แล้วนำศพไปใส่ไว้ในถังน้ำซีเมนต์ในห้องน้ำ โดยไม่ลืมที่จะถอดสร้อยคอทองคำ และแหวนเพชร ที่ผู้ตายสวมติดตัวเป็นของแถม
 
                         “เมื่อ 2-3 เดือนก่อนเกิดเหตุขณะทำงานอยู่ในโรงฆ่าสัตว์ของผู้ตาย ถูกสามีผู้ตายดุด่า กดขี่ข่มเหงด้านจิตใจ และจ่ายค่าแรงไม่เป็นธรรม จึงทำให้ทะเลาะกันอย่างรุนแรง สามีผู้ตายถึงกับใช้ปืนไล่ยิง ทำให้รู้สึกแค้น จึงได้ร่วมกับนายหมอกกลับมาล้างแค้น” นายสฮีดุลรา ยอมเปิดปากสารภาพหลังจำนนต่อหลักฐาน
 
                         โดยยังยอมรับด้วยว่า วันเกิดเหตุนั่งดื่มเบียร์ไป 3 ขวด ก่อนที่จะวางแผนร่วมกับนายหมอกเพื่อสังหารสามีของผู้ตาย โดยปั่นจักรยานออกจากห้องพักไปยังบ้านหลังเกิดเหตุ แล้วแอบปีนเข้าทางหลังบ้านไปแอบอยู่ในห้องน้ำเพื่อรอจังหวะที่อดีตนายจ้างลงมาเข้าห้องน้ำจะได้ลงมือสังหาร แต่ปรากฏว่าผู้ตายลงมาเข้าห้องน้ำก่อน และร้องเอะอะโวยวาย กลัวว่าจะมีใครมาเห็นจึงใช้มีดปาดคอจนเสียชีวิต แล้วอุ้มศพไปใส่ไว้ในถังน้ำซีเมนต์ หลังจากนั้นได้หนีขึ้นรถแท็กซี่ไปหาเพื่อน ที่ย่านคลองตัน กรุงเทพฯ ต่อมาได้นั่งรถประจำทางไปชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อรอโอกาสหนีกลับประเทศพม่า แต่ถูกตำรวจตามจับได้เสียก่อน ขณะที่นายหมอกหนีไปได้สำเร็จ
 
 
 
 
 
------------------
 
(แกะลายมือบนผนังห้องน้ำ ล่าคนงานฆ่านายจ้าง : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)