ข่าว

ปรากฏการณ์ใหม่ การเลือกตั้งอังกฤษ 2015

ปรากฏการณ์ใหม่ การเลือกตั้งอังกฤษ 2015

26 เม.ย. 2558

เปิดโลกวันอาทิตย์ : ปรากฏการณ์ใหม่ การเลือกตั้งอังกฤษ 2015 : โดย...อนุดี เซียสกุล

 
                               อังกฤษจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอน แห่งพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ช่วงนี้ ข่าวการหาเสียงเลือกตั้งเพื่อให้พรรคของตนได้เสียงข้างมากจนสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในช่วงต้นเดือนเมษายน จะหนักไปที่ประเด็นการโต้วาทีระหว่างนายเดวิดกับนายเอ็ด มิลลิแบน หัวหน้าพรรคเลเบอร์ แต่พอนายเดวิดประกาศว่าจะไม่โต้วาทีกับนายเอ็ด มิลลิแบน แบบตัวต่อตัว แต่ให้หัวหน้าพรรคเล็กๆ อื่นๆ เข้าร่วมด้วย จึงทำให้การโต้วาทีของการเลือกตั้งในอังกฤษครั้งนี้ออกจะแปลกและแตกต่างไปกว่าที่แล้วๆ มาอย่างยิ่ง เพราะปรากฏว่าหัวหน้าพรรคเล็กๆ เช่น พรรคกรีน, พรรคยูคิป มีโอกาสยืนกระทบไหล่พรรคใหญ่เช่น เลเบอร์ บ่งบอกเป็นนัยว่า ผลการเลือกตั้งอังกฤษครั้งนี้พรรคใหญ่เช่น เลเบอร์ และคอนเซอร์เวทีฟ คงต้องพึ่งพาพรรคเล็กๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลเป็นแน่ 
 
                               หลังการโต้วาทีกันในหลายเวทีที่บรรดาสื่อมวลชนใหญ่ๆจัดขึ้น เช่นของ สถานีโทรทัศน์ แชนแนล 4, ไอทีวี และบีบีซี ปรากฏว่า นางนิโคลา สเตอเจน หัวหน้าพรรคสกอตทิช เนชั่นแนล  (เอสเอ็นพี) ได้รับคำนิยมชมเชยว่า พูดได้ตรงเปิดเผยและชัดเจนกว่าหัวหน้าพรรคคนอื่นๆ ในนโยบายที่พรรคของเธอจะทำ
 
                               เท่าที่ฟังดู การหาเสียงของบรรดาผู้นำพรรคใหญ่และพรรคเล็กมีประเด็นที่น่าสนใจอยู่มาก โดยประเด็นใหญ่ประเด็นหนึ่งก็คือ มีการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคคอนเซอร์เวทีฟหรือทอรี และพรรคเลเบอร์จะไม่ได้เสียงมากพอที่จะตั้งรัฐบาลตามลำพังได้ (จากผลการสำรวจความคิดเห็นของคนอังกฤษของสำนักต่างๆ แสดงให้เห็นว่าสองพรรคใหญ่ได้คะแนนไล่เลี่ยกันและบางครั้งก็เท่ากัน) 
 
                               บางขณะก็มีการทายทักจับคู่กันว่า พรรคเลเบอร์อาจจะขอเสียงจากพรรคเอสเอ็นพี ของนางนิโคลา ให้ร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคคอนเซอร์เวทีฟ อาจจะร่วมมือกับพรรคลิเบอรัล เดโมแครต ดังเดิม แต่บางขณะก็มีเสียงกระซิบว่าพรรคคอนเซอร์เวทีฟได้เจรจาลับๆ กับพรรคเอสเอ็นพี เพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ค่อนข้างแปลกมากในความรู้สึกของผู้เขียนว่า การเมืองอังกฤษกำลังจะให้ความสำคัญกับพรรคเล็กที่กำลังดัง มากกว่าพรรคใหญ่สองพรรคที่ชนะขาดลอยได้เสียงข้างมากในการจัดตั้งรัฐบาล 
 
                               อันที่จริง ที่ผ่านมา อังกฤษก็เคยมีรัฐบาลที่ไม่ได้เสียงข้างมากเด็ดขาดในการตั้งรัฐบาล แต่ก็เป็นรัฐบาลที่อยู่ได้ไม่นานนัก ล่าสุดเป็นรัฐบาลคอนเซอร์เวทีฟของนายคาเมรอนและลิเบอรัล เดโมแครตของนายนิค เครค ที่อยู่กันจนครบเทอม
 
                               อย่างไรก็ดี ในการให้สัมภาษณ์ของทั้งนายคาเมรอนและนายเอ็ด มิลลิแบน ทั้งสองคนยังยืนยันว่า จะชนะการเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมาก โดยยังไม่ตอบรับการเชิญชวนของพรรคเล็กๆ ซึ่งผู้เขียนก็เห็นว่าการยืนยันเช่นนั้น สมควรทำอย่างยิ่ง เพราะถ้าไปเปิดทางหรือแสดงท่าทียินดีว่าพร้อมจะร่วมรัฐบาลกับพรรคเล็กๆ อาจจะทำให้การออกเสียงของประชาชนแกว่ง ทำให้โอกาสที่จะได้เสียงข้างมากลดลง
 
                               ผลการเลือกตั้งที่จะทราบชัดเจนในวันที่ 8 พฤษภาคม จะแสดงให้เห็นว่า คนอังกฤษเลือกใครมาบริหารบ้านเมืองในอีก 5 ปีข้างหน้า ตอนนี้ใครๆ บนเกาะอังกฤษก็คงอยากจะรู้มากๆ ว่าพรรคไหนกันแน่ เพราะโพลล์สำรวจความคิดเห็นของสองพรรคใหญ่สูสีกันมาก 
 
                               ช่วงเวลาที่เหลืออีกสิบกว่าวันนี้ แต่ละพรรคคงจะมีข้อเสนอเพิ่มเติมมาให้ถูกใจผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง พูดถึงนโยบายของแต่ละพรรคแล้ว ผู้เขียนเข้าไปในเว็บไซต์ของบีบีซีที่จัดขึ้นเฉพาะการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งต้องขอชมเว็บไซต์นี้มาก คือให้ข้อมูลสั้นกะทัดรัด ชัดเจน เช่นประเด็นสำคัญว่าด้วยกรอบนโยบายที่แต่ละพรรคประกาศว่าจะทำมีอะไรบ้าง เช่น การรักษาพยาบาล, เศรษฐกิจ, การศึกษา, การต่างประเทศ, คนเข้าเมือง, กฎหมาย, ที่อยู่อาศัย, สหภาพยุโรป, สิ่งแวดล้อม, รัฐธรรมนูญ, คมนาคม, องค์กรปกครองท้องถิ่น, บำนาญ, กิจการในชนบทและภาษี นับว่าเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญที่ประชาชนตาดำๆ เจ้าของสิทธิเสียงออกเสียงจะได้อ่านจะได้รู้ว่า พรรคไหนจะทำอะไร เป็นการเลือกในหลักการเบื้องต้นที่ชัดเจนเป็นข้อมูลที่ประเสริฐเลิศล้ำที่สื่อมวลชนทำหน้าที่สื่อสารอย่างครบถ้วน 
 
                               และเพื่อให้ประชาชนรู้ทันกับคำประกาศกรอบนโยบายที่ว่า จะทำทั้งหลายนั้น พรรคการเมืองสามารถทำได้จริงเพียงไร บีบีซีก็มีหน้าที่เรียกว่า Reality Check (ตรวจสอบข้อเท็จจริง) ให้คนอ่านด้วย แต่ละเรื่องที่คนเขียนเขาศึกษารายละเอียดมาดีมาก อ่านแล้วได้ความรู้และรู้ทันคำกล่าวอ้างของนักการเมืองได้อย่างดี เป็นหน้านี้ผู้เขียนชอบมาก เพราะนักข่าวที่เป็นคนเขียนจะต้องค้นคว้าและศึกษารายละเอียดอย่างครบถ้วน มิฉะนั้นก็จะถูกโต้แย้งจากนักการเมือง 
 
                               ยกตัวอย่างเช่น พรรคเอสเอ็นพี ประกาศว่าจะเก็บภาษีคฤหาสน์หรูหรือแมนชั่นราคาแพงที่มีมูลค่ากว่า 2 ล้านปอนด์ขึ้นไป แล้วนำเงินภาษีนั้นไปจ้างพยาบาล 1,000 คนให้ทำงานในสกอตแลนด์ ดักลาส เฟรเซอร์ บรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจของสกอตแลนด์ก็เขียนอธิบายว่า ที่จริงแล้วเมื่อรัฐบาลเก็บภาษีมาได้ก็จะนำเข้าไปใส่ไว้ในกองทุนรวมเพื่อใช้จ่ายที่เรียกว่า Consolidated Fund ของกระทรวงการคลัง ซึ่งเมื่อจะนำมาใช้จ่ายก็เป็นเรื่องยากที่จะแจกแจงว่าเงินทุนก้อนนั้นมาจากภาษีอันไหน ดักลาส บอกว่าการหาเสียงของพรรคเอสเอ็นพีในเรื่องนี้เปรียบเสมือนการเอาใจคนที่จะออกเสียงให้พรรคนี้ คือคนที่อยู่ในสกอตแลนด์มากกว่าคนที่เป็นเจ้าของแมนชั่นที่ส่วนใหญ่อยู่ในลอนดอนที่ไม่ได้ออกเสียงให้กับพรรคเอสเอ็นพี
 
                               อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือเรื่องที่นายไนเจิล ฟาลาช หัวหน้าพรรคยูคิป ผู้โด่งดังในนโยบายต่อต้านคนเข้าเมืองบอกว่านายคาเมรอน เข้าร่วมในการถล่มลิเบีย เพื่อจัดการกับโมอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำลิเบียนั้น เป็นต้นเหตุของการอพยพของคนในแอฟริกาตอนเหนือที่ประสบเหตุเรือล่มกลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จมน้ำตายเป็นร้อยเป็นพัน ข้อกล่าวหาของนายไนเจิลถูกต้องหรือไม่ นักข่าวก็เขียนวิเคราะห์ว่าที่จริงมิใช่เฉพาะนายคาเมรอนและอดีตประธานาธิบดีซาร์โคซีของฝรั่งเศสเท่านั้นที่ตัดสินใจถล่มลิเบียหลังจากที่กัดดาฟีสั่งปราบผู้ประท้วงของตนอย่างรุนแรงในช่วงที่เกิดอาหรับสปริง ยังมีผู้นำสหรัฐ ผู้นำยุโรปและชาติอาหรับอื่นๆ ร่วมด้วย จะโทษนายคาเมรอนคนเดียวไม่ได้ นับเป็นการให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ผู้อ่านอย่างยิ่งเขาตรวจสอบกันอย่างนี้กันเลย
 
                               ประเด็นที่น่าสนใจมากอีกเรื่องหนึ่งในหน้า Reality Check คือคำถามที่ว่า พรรคการเมืองจะรักษาคำมั่นสัญญาเพียงใดในสิ่งที่ประกาศออกไป Queen Mary University of London ทำการวิจัยเรื่องนี้แล้วพบว่า พรรคการเมืองให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำโน่นนี่นั่นเพิ่มมากขึ้นในคำประกาศของพรรรคก่อนการเลือกตั้ง ตัวอย่างเช่นในการเลือกตั้งปี 2553 พรรคคอนเซอร์เวทีฟให้คำมั่นสัญญาไว้ถึง 550 เรื่อง ดร.ซารา ผู้ทำวิจัยเรื่องนี้ได้แบ่งคำมั่นสัญญาทั้งหลายของพรรคการเมืองออกเป็นกลุ่มๆ คือ คลุมเครือ ทั่วไป เจาะจง และรายละเอียด และสิ่งที่พบซึ่งน่าสนใจหรือน่าตกใจมากก็คือ พรรคการเมืองอังกฤษให้คำมั่นสัญญาที่คลุมเครือ และทั่วไปมากขึ้น
 
                               ในส่วนความคิดเห็นของชาวอังกฤษเองนั้น ผู้เขียนมีโอกาสฟังความคิดเห็นของพวกเขาจากรายการโทรทัศน์ที่เชิญนักการเมืองมาอภิปราย หลังจากนั้นก็เปิดโอกาสให้ประชาชนซักถาม บางคนพูดได้น่าฟังและรู้ทัน เช่นบอกว่าไม่ต้องการฟังการกล่าวโจมตีพรรคอื่น แต่ให้บอกมาว่าพรรคนั้นจะทำอะไรและทำอย่างไร บางคนพูดสั้นๆ เพียงว่าให้นักการเมืองพูดอย่างซื่อสัตย์ เมื่อฟังประชาชนพูดแล้ว จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่มีความเห็นในการเมืองและการเลือกตั้งชัดเจนและรู้ว่าอะไร คืออะไร
 
                               สำหรับการหาเสียงในอังกฤษก็ดูแปลกไปกว่าเมืองไทยมากคือ ตอนนี้เดินไปตามถนนในกรุงลอนดอนแทบจะไม่เห็นป้ายหาเสียงของพรรคหรือผู้สมัครเลย ไม่เห็นป้ายที่ติดตามถนนให้รกรุงรัง เห็นอยู่เพียงสองป้ายเล็กๆ ในเขตริชมอนด์ ที่ติดอยู่หน้าสำนักงานของผู้สมัคร ส.ส.เท่านั้น 
 
                               วิธีการหาเสียงของเขาดูจะสื่อสารด้วยจดหมายเป็นสำคัญ เช่นที่ไปคุยกับเจ้าหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้งของพรรคคอนเซอร์เวทีฟในเขตริชมอนด์และคิงส์ตัน ทางใต้ของลอนดอน เขาบอกว่าเมื่อได้ข้อมูลจากการออกไปเคาะประตูบ้านถามความเห็นว่าจะเลือกพรรคใดของคนในเขตนั้นแล้ว เช่น พรรคกรีน หรือพรรคเลเบอร์ เขาจะทำรายชื่อของคนที่คิดจะออกเสียงให้พรรคอื่นแล้วเขียนจดหมายไปหา ดังเช่นคนที่จะออกเสียงให้พรรคกรีนก็เขียนไปแบบหนึ่ง ใครที่จะออกเสียงให้พรรคเลเบอร์ก็เขียนไปอีกแบบหนึ่ง เป็นการสื่อสารที่เป็นเรื่องเป็นราวและโน้มน้าวความคิดเห็นด้วยเหตุและผล นี่แหละการเมือง-การเลือกตั้งในอังกฤษ
 
 
 
 
 
----------------------
 
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : ปรากฏการณ์ใหม่ การเลือกตั้งอังกฤษ 2015 : โดย...อนุดี เซียสกุล)