
เสือใต้แสดงความแกร่ง 'ชิชาริโต' ตัวนำโชคชุดขาว
25 เม.ย. 2558
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : เสือใต้แสดงความแกร่ง 'ชิชาริโต' ตัวนำโชคชุดขาว
ได้ 4 ทีมสุดท้ายสำหรับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาลนี้เรียบร้อยแล้ว ถือว่าในรอบ 8 ทีมสุดท้ายที่ผ่านมา ไม่มีพลิกล็อก ทีมที่ถูกมองว่าเหนือกว่าอย่าง "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา, "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด, "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค และ "ม้าลาย" ยูเวนตุส ต่างผ่านเข้ารอบได้ทั้งหมด
จะมีลุ้นกันอย่างใจหายใจคว่ำหน่อยก็คงเป็น "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ของกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่พลิกสถานการณ์จากช่วงสัปดาห์อันเลวร้ายกลับมาถล่ม เอฟซี ปอร์โต เข้ารอบตามมาตรฐานจากเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และทั้ง บาเยิร์น กับ เป๊ป คงไม่ได้หวังเพียงแค่รอบนี้ เพราะถ้วยนี้คงเป็นถ้วยที่ได้พิสูจน์ฝีเท้าการเป็นทีมชั้นยอดของเยอรมนีมากที่สุด
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สถานการณ์ของบาเยิร์นย่ำแย่เอามากๆ หลังจากไปแพ้ 1-3 ที่เอสตาดิโอ ดราเกา โดยเรื่องของรูปเกม อาจจะมองได้ว่า เสือใต้แพ้เพราะความผิดพลาดของตัวเอง แต่การจะพลิกสถานการณ์คงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยังมีปัญหาเรื่องการบาดเจ็บ รวมทั้งสถานการณ์ภายในทีมเองก็ไม่สู้ดีนัก
สุดท้ายเป็น กวาร์ดิโอลา ที่นำทีมยกความกดดันออกจากอกได้ด้วยเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทีมที่มีปัญหาการบาดเจ็บของผู้เล่นอย่างหนักกลับกลายเป็นทีมที่ยิงนำ ปอร์โต ถึง 5-0 ด้วยเวลาเพียงแค่ 22 นาที และสุดท้ายชนะไป 6-1 และแซงเข้ารอบด้วยประตูรวม 6-1
ช่วงแรกๆ ของเกม บาเยิร์น เปิดเกมได้ดุ แต่ก็เหมือนโชคไม่เป็นใจจากการยิงชนเสาของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี แต่จากนั้น บาเยิร์น ก็ไม่ได้สนใจอะไร เดินหน้ายิงประตูอย่างสนุกเท้าไม่แตกต่างจากเกมฟุตบอลโลก 2014 ในคู่ของ บราซิล กับ เยอรมนี
เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า บาเยิร์น และ เป๊ป ยังมีดี แม้ว่าจะไม่มีผู้เล่นหลักอย่าง ฟรองก์ ริเบรี, อาร์เยน ร็อบเยน และ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ แต่ก็ยังสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้ตัวเองได้ เพราะก่อนหน้านี้ถ้าเล่นรอบน็อกเอาท์ ในถ้วยนี้ไม่ว่าจะเป็นชื่อยูโรเปี้ยน คัพ หรือว่า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แล้วตามหลังก่อน 2 ประตูไม่มีครั้งใดที่บาเยิร์นกลับมาเข้ารอบได้ แต่ครั้งนี้ทำได้สำเร็จ
ทำให้เรื่องที่หมอฮันส์ วิลเฮล์ม มุลเลอร์ โวห์ฟาห์ท หมอเทวดาของทีมลาออกจากการผิดใจกับเป๊ป กวาร์ดิโอลา หลังเกมที่ไปแพ้ ปอร์โต เงียบไปได้พอสมควร
เป็นอันว่า บาเยิร์น ได้เข้ารอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้เป็นฤดูกาลที่ 4 ติดต่อกัน แต่ตัวของ กวาร์ดิโอลา ก็รู้ดีว่าความท้าทายยังไม่สิ้นสุดลงแค่นี้ เนื่องจากเชื่อว่าถ้วยนี้แหละคือถ้วยที่ต้องใช้ฝีมือพิสูจน์ตัวเองอย่างแท้จริง เพราะในบุนเดสลีกา หรือว่า เดเอฟเบ โพคาล จะบอกว่าเป็นของตายในช่วงนี้ก็คงไม่แปลก
"ผมรู้ว่าการเป็นแชมป์บุนเดสลีกานั้นคงไม่พอ ผมรู้ว่าการเป็นแชมป์เดเอเบ โพคาล ก็คงไม่พอ เพราะว่านี่คือ บาเยิร์น มิวนิค การคว้า 3 แชมป์เป็นทางเดียวที่เหมาะสมกับจุดนี้" กวาร์ดิโอลาบอกเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเกมกับ ปอร์โต
ขณะที่ "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด ในที่สุดก็สามารถเอาชนะ "ตราหมี" แอต.มาดริด ได้แล้ว หลังจากที่ทำศึกดาร์บีแมทช์ กันมา 7 นัดในฤดูกาลนี้ ยังไม่สามารถเอาชนะได้แม้แต่นัดเดียว สุดท้ายกลายเป็นมวยแทนอย่าง "ชิชาริโต" ฮาเซียร์ เอร์นันเดซ ที่เป็นฮีโร่นำทีมเข้ารอบรองชนะเลิศได้
ก่อนเกมทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ถือว่าน่าเป็นห่วงไม่น้อยจากสกอร์ 0-0 ในนัดแรก สถานการณ์ไม่แน่ไม่นอนเอามากๆ ถึงจะได้กลับมาเล่นในบ้านตัวเอง แต่ก็ขาดตัวหลักไปพร้อมๆ กันถึง 4 คนไม่ว่าจะเป็น มาร์เชโล ที่ติดโทษแบน และตัวเจ็บอย่าง ลูกา โมดริช, แกเรธ เบล และ คาริม เบนเซมา
นั่นหมายความว่า อันเชล็อตติ ต้องปรับวิธีเล่นของตัวเองพอสมควร แดนหน้าขาด 2 ตัวหลักอย่าง เบล และเบนเซมา หาตัวแทนได้ยากแน่นอน ส่วนแดนกลางไม่มีตัวคุมเกมชั้นดีอย่าง โมดริช
ส่วน ชิชาริโต ใช้เวลาส่วนใหญ่ที่ซานติอาโก เบอร์นาบิว อยู่ที่ม้านั่งสำรอง แต่เกมนี้ อันเชล็อตติ ไม่มีทางเลือกจริงๆ ต้องส่งลงสนามเป็นตัวจริง และปรับเปลี่ยนรูปแบบการเล่นของทีมออกไป แต่หัวหอกชาวเม็กซิกันทำให้เห็นแล้วว่ายังเป็นกองหน้าที่น่าจับตามอง
ที่ผ่านมาเมื่อ เบนเซมา ยืนหัวหอกให้ทีมในเกมดาร์บีแมทช์ เคยยิงทีมตราหมีได้เพียงแค่ประตูเดียวจาก 15 นัดที่เล่นมา แต่ตอนนี้ ชิชาริโต ก็ทำได้แล้วทั้งๆ ที่ได้โอกาสลงสนามไม่กี่นัด
รีล มาดริด จึงยังได้เป็นทีมที่มีโอกาสป้องกันแชมป์ยุโรปได้เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ รวมทั้งมีลุ้นแชมป์สมัยที่ 11 หรือ "ลา อุนเดชิมา"
อีกคนที่น่าชื่นชมไม่พ้น อันเชล็อตติ ที่ปรับสไตล์ตามผู้เล่นที่มีอยู่ กุนซืออิตาเลียนน่าจะรู้ดีกว่าเกมนี้แดนกลางของทีมจำเป็นต้องเล่นให้ได้ เพราะ ชิชาริโต เป็นกองหน้าสไตล์ที่เข้าทำประตูจากการผ่านบอลของเพื่อนร่วมทีม ไม่สามารถพาบอลไปได้เองเหมือนอย่าง เบนเซมา
ขณะที่เจ้าตัวก็หาช่องทางในการทำประตูตั้งแต่นาทีแรก การเคลื่อนที่ในกรอบเขตโทษยังทำได้อย่างยอดเยี่ยม
สุดท้ายทั้ง รีล มาดริด และคาร์โล อันเชล็อตติ ก็ต้องขอบคุณ ชิชาริโต อยู่ดีที่ทำให้ผ่านรอบหนักรอบนี้ไปได้



