ข่าว

ทะเลมีมูลค่าศก.24ล้านล้านเผชิญภัยคุกคามรอบด้านวอนฟื้นฟู

ทะเลมีมูลค่าศก.24ล้านล้านเผชิญภัยคุกคามรอบด้านวอนฟื้นฟู

24 เม.ย. 2558

ผลศึกษาชี้มหาสมุทรโลกมั่งคั่งมีมูลค่าแตะ24ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีเท่ากับศก.ใหญ่อันดับ7ของโลกแต่กำลังจนลงอย่างรวดเร็วเพราะทำประมงมากเกินมลพิษและอากาศโลกเปลี่ยนแปลง

 
         
          กองทุนสัตว์ป่าโลก ออกรายงานระบุว่า แต่ละปี ทะเลเป็นแหล่งผลิตสินค้าและบริการ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะมูลค่าโดยรวมในฐานะสินทรัพย์ชิ้นหนึ่ง สูงกว่านั้นถึง 10 เท่า หากเปรียบเป็นประเทศ มหาสมุทรจะติดอันดับเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 7 ของโลก เป็นรองอังกฤษ แต่อันดับเหนือกว่าประเทศขนาดมหึมาอย่างบราซิล รัสเซีย และอินเดีย  
 
          สินทรัพย์ของมหาสมุทรที่ประเมินมูลค่า 24 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของนอร์เวย์ ที่ว่าใหญ่สุดในโลกด้วยมูลค่า 8.93 แสนล้านดอลลาร์ เทียบไม่ติด 
 
          อย่างไรก็ดี รายงานความยาว 60 หน้าชื่อ "กอบกู้เศรษฐกิจมหาสมุทร" ย้ำว่า การประเมินทั้งหมดนี้เป็นการประเมินต่ำเกินจริง เนื่องจากยังไม่ได้รวมพลังงานลม น้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่ง หรือสิ่งจับต้องไม่ได้ เช่น บทบาทของทะเลต่อการกำกับภูมิอากาศโลก  
 
          นายมาร์โค ลัมเบอร์ตินี ผู้อำนวยการดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ เตือนว่า ความมั่งคั่งของมหาสมุทรไม่น้อยหน้าประเทศร่ำรวยที่สุดของโลก แต่กลับถูกปล่อยให้จมดิ่งเป็นเศรษฐกิจล้มเหลว 
 
          รายงานฉบับนี้ซึ่งจัดทำร่วมกับสถาบันโกลบอล เชนจ์ ของมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ และกลุ่มบอสตัน คอนซัลติ้ง ชี้ว่าทุกวันนี้ มหาสมุทรเปลี่ยนแปลงรวดเร็วกว่าช่วงใดในหลายล้านปีที่ผ่านมา การทำประมงแบบไม่คำนึง การทำลายป่าโกงกาง การสูญสลายของปะการัง และหญ้าทะเล เป็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังคุกคามการดำรงชีวิตของผู้คนหลายร้อยล้าน 
 
          มูลค่าทางเศรษฐกิจของหาสมุทรสองในสาม ขึ้นอยู่กับสุขภาพของทะเล แต่ทะเลกำลังแสดงอาการย่ำแย่ จากสถิติพบว่า 90% ของแหล่งปลาทั่วโลก ถูกจับมากเกินไป และสัตว์น้ำลดลงราว 39% ช่วงปี 2513-2553  
 
          รายงานระบุว่า โลกร้อนอาจเป็นโทษประหารสำหรับแนวปะการัง ซึ่งมีความอ่อนไหวแต่เป็นแหล่งระบบนิเวศหลากหลายที่สุดบนโลก ปะการังครึ่งหนึ่งสูญหายไปแล้ว และคาดว่าจะไม่เหลือเลยภายในปี 2593 หากอุณหภูมิยังสูงขึ้นในอัตราเดิม 
 
          ส่วนป่าโกงกาง ที่มีความสำคัญต่อประมงและแนวปะการัง และทำหน้าที่เป็นแนวกันชนให้กับเมืองชายฝั่งจากระดับน้ำทะเล เพิ่มสูงและคลื่นทะเลยกตัว หรือ สตอร์มเซิร์จ ก็เผชิญกับอัตราถูกตัดทำลาย สูงกว่าอัตราการสูญเสียป่าไม้โลกโดยเฉลี่ย 3-5 เท่า  
 
          รายงานเรียกร้องประชาคมโลก ดำเนินมาตรการเร่งด่วน 8 มาตรการที่ช่วยพลิกฟื้นสถานการณ์ได้ เช่น ควรให้การฟื้นฟูมหาสมุทรอยู่ในเป้าหมายพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติ คุ้มครองพื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งและบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพอย่างน้อย 10% ภายในปี 2563 และเพิ่มเป็น 30% ภายในปี 2573