ข่าว

‘นายกฯ’ห่วงพายุฤดูร้อนสั่งดูแลปชช.

‘นายกฯ’ห่วงพายุฤดูร้อนสั่งดูแลปชช.

24 เม.ย. 2558

‘นายกฯ’ ห่วงพายุฤดูร้อน สั่งปภ.ผนึกกำลังทหารดูแลปชช. หารือ ‘ปธ.กมธ.กลางจีน’ สานความร่วมมือด้านความมั่นคง-พัฒนากองทัพ ย้ำเข้าใจสถานการณ์การเมืองไทย

 
           24 เม.ย.58 เมื่อเวลา 10.00 น. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าจากกรณีกรมอุตุนิยมวิทยาพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบนฉบับที่ 15 ลงวันที่ 23 เมษายน ระบุ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยแล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ในช่วงวันที่ 23-25 เมษายน 2558 บริเวณประเทศไทย มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง และภาคเหนืออาจมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีความห่วงใยประชาชนจึงสั่งการไปยังกระทรวงมหาดไทยในส่วนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ดูแลประชาชนรับมือพายุฤดูร้อน ห่วงลูกเห็บทำลายบ้านเรือน พร้อมกับย้ำให้เจ้าหน้าที่ทหารทุกหน่วยเตรียมพร้อมส่งกำลังหนุนฝ่ายปกครอง
 
 
‘นายกฯ’ หารือ ‘ปธ.กมธ.กลางจีน’ ร่วมมือความมั่นคง-พัฒนากองทัพ
 
 
           เมื่อเวลา 11.00 น. พล.อ.อ. สวี่ ฉีเลี่ยง (H.E. ACM. Xu Qiliang) รองประธานคณะกรรมาธิการกลางแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทย
 
           โดยภายหลังการเข้าพบร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเยือนของพลอากาศเอกสวี่ ฉีเลี่ยง ในฐานะแขกของกระทรวงกลาโหม โดยนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีที่มีการร่วมมือและแลกเปลี่ยนในประเด็นความมั่นคงและการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวกับพลอากาศเอกสวี่ ฉีเลี่ยงว่าได้ทราบว่าพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เดินทางเยือนจีนในช่วงวันที่ 8-10 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งได้พบกับพล.อ.อ.สวี่ ฉีเลี่ยงมาแล้วด้วย
 
           ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ไทยจีนนั้นมีพัฒนาการที่ก้าวหน้าอย่างโดดเด่นและแนบแน่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน มีการแลกเปลี่ยนการเยือนทั้งในระดับราชวงศ์ ผู้นำสูงสุด ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาความสัมพันธ์ในจีนและเน้นย้ำการเฉลิมฉลิงครบรอบ 40 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย จีน โดยพล.อ. ประยุทธ์ ได้ขอบคุณรัฐบาลจีนสำหรับการถวายการต้อนรับ การเสด็จเยือนจีนของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีระหว่างวันที่ 3-6 เม.ย.ที่ผ่านมาอย่างสมเกียรติ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นปีเฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสฉลองพระชนมายุครบ 5 รอบ
 
           ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันถึงนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมความสัมพันธ์และพัฒนาความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับจีน เพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะมีการขยายความร่วมมือด้านต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ทั้งการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจและความสำคัญระหว่างประาชาชน นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณจีนที่เข้าใจในสถานการณ์ทางการเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมาและได้ให้กำลังใจ สนับสนุนการเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ทุกด้านกับไทยด้วย สำหรับการท่องเที่ยวนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณที่มีนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยจำนวนมาก ซึ่งปีนี้เป็นโอกาสดีเนื่องจากไทยกำหนดให้เป็นปีแห่งการท่องเที่ยววิถีไทยและขอเชิญชวนชาวจีนมาประเทศไทย ซึ่งจะดูแลในเรื่องความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ดีที่สุดและสนับสนุนชาวไทยให้ไปเที่ยวจีนมากขึ้นด้วย
 
           ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า พลอากาศเอก สวี่ ฉีเลี่ยง ได้นำความปรารถนาดีจากนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนมามอบให้กับพลเอกประยุทธ์และคณะ โดยพลอากาศเอก สวี่ ฉีเลี่ยง ได้กล่าวถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่าพระองค์ท่านได้สร้างคุณูปการในความสัมพันธ์ระหว่างไทย จีน และขอถวายความเคารพ ถวายพระพรแด่พระองค์ท่านและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถและพระบรมวงศานุวงศ์ พร้อมทั้งถวายพระพรสมเด็จพระเทพฯ เนื่องในโอกาสพระชนมายุครบ 5 รอบ
 
           ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า พลอากาศเอก สวี่ ฉีเลี่ยง ระบุว่ามิตรภาพความสัมพันธ์ระหว่างไทย จีน มีมานานแล้ว โดยในบันทึกศิลาไทย จีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น 147 ปีก่อนคริสตศักราชที่มีการไปมาหาสู่กันและไม่เคยขาดสาย มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องและดีขึ้นเรื่อยๆ และทราบดีถึงสถานการณ์ของประเทศไทยในช่วงปี 2557 ที่มีสถานการณ์การเมืองตึงเครียด แต่กลังจากคสช.เข้ามาดำเนินการ สังคมไทยก็มีเสถียรภาพและความมั่นคงมาโดยตลอดและการปฏิรูปก็เดินหน้าไปตามโรดแมปที่วางไว้ ซึ่งทางรัฐบาลและประชาชนจีนได้เคารพในเส้นทางเลือกของรัฐบาลและประชาชนไทยและหวังว่าประเทศไทยจะแก้ไขความขัดแย้งโดยการพูดจากันและมีพัฒนาการอย่างตลอด รวมถึงมีความมั่นคงในระยะยาวอยู่เย็นเป็นสุข
 
           ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า จีนได้มีการหารือก่อนหน้านี้กับพล.อ.ประวิตร ในเรื่องของข้อตกลงความร่วมมือของกระทรวงกลาโหม ซึ่งจะมีการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป รวมไปถึงการจัดตั้งกลไกระหว่างกองทัพของทั้งสองฝ่ายและความร่วมมือทางยุทโธปกรณ์เพื่อส่งเสริมให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ด้านฝ่ายไทยเองได้แสดงความพร้อมที่จะผลักดันความร่วมมืออย่างบูรณาการและเป็นรูปธรรม และไทยสนับสนุนแนวคิดจีนเกี่ยวกับเขตเศรษฐกิจเส้นทางสายไหม และเส้นทางสายไหมทางทะเล พร้อมเชื่อมั่นว่าจีนจะมีบทบาทสำคัญ ในการเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค และมุ่งหวังว่าความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ระหว่างมหาอำนาจ จะช่วยส่งเสริมสภาวะแวดล้อมระหว่างประเทศที่เอื้อต่อการพัฒนาในภูมิภาค
 
           นอกจากนี้พล.อ.ประยุทธ์ และ พลอากาศเอก สวี่ ฉีเลี่ยง ได้พูดถึงเรื่องการร่วมมือกันทางด้านการทหารในทุกระดับชั้น ทั้งการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาการฝึกผสมร่วม การแลกเปลี่ยนข่าวกรอง และความร่วมมือด้านเทคนิคทางทหาร โดยเฉพาะความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ที่จีนมีความก้าวหน้ามาก โดยนายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณจีนที่ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพไทย และขอให้จีนสนับสนุนในเรื่องการพัฒนานักวิจัยไทยด้วย เพื่อให้นักวิจัยไทยได้มีโอกาสศึกษาในเรื่องของเทคโนโลยรีของจีน และนำมาพัฒนาขีดความสามารถของการวิจัยไทยต่อไป ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อเป็นกลไกในการทำงานระหว่างรัฐบาล และกองทัพของทั้งสองประเทศ เพื่อวางแผนร่วมกันในการผลักดันความร่วมมือ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้เสนอว่านอกจากความสัมพันธ์ทางการทูตที่เป็นช่องทางสื่อสารปกติระหว่างกันแล้วก็อยากให้มีช่องทางด่วนที่ระดับผู้บังคับบัญชาสามารถประสานงานกันได้ เพื่อให้การดำเนินความร่วมมือเป็นรูปธรรมโดยเร็วมากขึ้น
 
 
‘นายกฯ’ เตรียมบินถกอาเซียนซัมมิท ที่มาเลเซีย 26-28 เม.ย.
 
 
           24 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีกำหนดการเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน (อาเซียนซัมมิท) ครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 27-28 เมษายน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์และเมืองลังกาวี โดยจะเดินทางจากที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ในเวลา 14.00 น. วันที่ 26 เมษายน และจะเดินทางกลับจากการประชุมในเวลา 12.45 น. ของวันที่ 28 เมษายน ซึ่งตรงกับวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกฯ จึงได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุมครม.ที่ทำเนียบรัฐบาลแทน
 
           สำหรับการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 26 และเป็นการประชุมครั้งแรกของปี ซึ่งจะเน้นประเด็นภายในอาเซียนเป็นหลัก โดยในปีนี้ มาเลเซียเป็นประธานอาเซียนและเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ซึ่งจะมี ดาโต๊ะ ซรี นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นประธานการประชุม ภายใต้หัวข้อ (theme) “Our People, Our Community, Our Vision” – ประชาชนของเรา ประชาคมของเรา วิสัยทัศน์ของเรา
 
           การประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 26 จะเป็นการทบทวนพัฒนาการการสร้างประชาคมอาเซียนและเร่งรัดการจัดตั้งประชาคมอาเซียน การจัดทำวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียนภายหลังปี 2558 การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่กลไกอาเซียน และการสร้างความใกล้ชิดระหว่างอาเซียนกับประชาชน ตลอดจนการส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับภาคส่วนต่างๆ ภายในอาเซียน
 
           สำหรับประเทศไทย นายกรัฐมนตรีจะผลักดันการสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีกฎกติกา และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ตลอดจนส่งเสริมการเชื่อมโยงในทุกมิติ โดยเฉพาะเขตเศรษฐกิจตามแนวชายแดน การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวคิด 1+1 การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคการเกษตรเพื่อส่งเสริมให้ภูมิภาคเป็นคลังอาหาร ตลอดจนการรับมือกับผลกระทบเชิงลบจากความเชื่อมโยงและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมระดับผู้นำ IMT-GT ครั้งที่ 9 เพื่อทบทวนแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย ในวันที่ 28 เมษายน 2558 ณ เกาะลังกาวี อีกด้วย