
วิชาชี้คสช.เปลี่ยนแปลงทุจริตวงราชการครั้งใหญ่
24 เม.ย. 2558
วิชา เผยหากไม่ได้ คสช. คงไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงเรื่องทุจริตในวงราชการครั้งใหญ่ ป.ป.ช.เตรียมสอบพยาน อภิสิทธิ์ คดีสลายม็อบปี53
24 เม.ย.58 นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงจำนวนข้าราชการที่ถูกร้องเรียนมายังสำนักงาน ป.ป.ช. เนื่องจากเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ต้องส่งรายชื่อข้าราชการที่พัวพันการทุจริตไปให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ว่า มีจำนวนมาก ซึ่งต้องยอมรับว่ามีบางส่วนที่ไม่ได้ขับเคลื่อนให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของป.ป.ช. โดยเฉพาะการชี้มูลที่มีการส่งให้หน่วยงานต้นสังกัดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพวก อบต. อบจ. เทศบาล ที่มีจำนวนมาก ป.ป.ช.ถูกบ่นมากว่าทำไมเราไม่ได้ติดตามเรื่องหลังชี้มูลพวกเขาไปแล้ว ซึ่งความจริงแล้วกระบวนการถอดถอนและกระบวนการที่ทำให้เกิดผลอย่างจริงจังอยู่ที่จังหวัด จึงได้ให้เลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช.ไปติดตามตรงนี้ รวมทั้งยังมีพวกฝ่ายประจำระดับสูงบางรายที่ ป.ป.ช.ชี้มูลไปแล้วแต่ยังไม่มีการขยับจากตำแหน่ง แต่ก็ได้มีการประสานงานไปที่หน่วยงานต้นสังกัดแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีการพูดไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับงานในกระทรวงด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะถ้าเขายังอยู่ในตำแหน่ง เขาจะยังทำลายทรัพยากรธรรมชาติได้ต่อ สิ่งที่คสช.ทำไม่ใช่การเอาผิดทางอาญา แต่เป็นเรื่องของการเคลื่อนย้ายบุคคลให้พ้นจากพื้นที่ที่ตัวเองควบคุมดูแล หากยังอยู่จะทำให้เกิดความเกรงกลัว และไปข่มขู่คุกคามได้ ดังนั้น การที่ป.ป.ช.เสนอรายชื่อบุคคลเหล่านี้ไปจะลดความเดือดร้อนของประชาชนลง และทำให้เครือข่ายที่เคยแจ้งเบาะแสมาเกิดกำลังใจว่ามีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขจริง ๆ เหมือนกรณีของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ที่เขามาหาเรา เพราะหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง หากไม่ได้ คสช.คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขยับใหญ่ขนาดนี้
“วิธีการแบบนี้จะมีส่วนทำให้ดัชนีชี้วัดความโปร่งใสของไทยดีขึ้น เพราะทุกชาติ ขึ้นอยู่กับฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายนโยบายว่าเอาจริงเอาจังหรือไม่ ป.ป.ช.ทำได้แค่ไหนมันก็ได้คะแนนอยู่แค่นี้ถ้ารัฐบาลหรือผู้บริหารราชการแผ่นดินไม่รับลูก ไม่ทุบโต๊ะจริงจังว่าฉันทำจริงนะ เพราะทางองค์กรเพื่อความโปร่งนานาชาติก็เตือนมาแบบนี้ ซึ่งดีแล้ว” นายวิชา กล่าว
‘ป.ป.ช.’ พร้อมสอบพยาน ‘อภิสิทธิ์’ คดีสลายการชุมนุมปี53
นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี พระสุเทพ ปภากโร หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปี 2553 ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอพยานที่นายอภิสิทธิ์อ้างไว้มาให้ถ้อยคำ คือ นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ที่จะเดินทางมาด้วยตัวเองในวันที่ 28 เม.ย.นี้ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ที่จะส่งคำชี้แจงมาเป็นลายลักษณ์อักษร จากนั้นป.ป.ช.จะพิจารณาว่าข้อมูลเพียงพอหรือไม่ หากไม่เพียงพอจะเชิญมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมได้ โดยจะพยายามเร่งให้รีบส่งหนังสือที่เป็นลายลักษณ์อักษรมา
ส่วนข้อสงสัยที่จะสอบถามนั้นในส่วนของพล.อ.อนุพงษ์ จะพิจารณาประเด็นเรื่องการทำงานในพื้นที่ เพราะทหารทราบดีเรื่องการควบคุมกลไกต่าง ๆ ส่วนนายถวิลจะทราบดีเกี่ยวกับแผนยุทธการ ซึ่งเราต้องการทราบว่ามีการปรับเปลี่ยนวิธีการหรือไม่ เนื่องจากผู้คนที่ไปชุมนุมไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายทุกคน จึงต้องดูว่ายุทธศาสตร์และยุทธวิธีในการปฏิบัติเป็นอย่างไร หลังจากสอบพยานทั้งสองคน ก็จะมาดูรายละเอียดที่ทางตำรวจไปดำเนินการมาใหม่ด้วย รวมทั้งในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งต้องยอมรับว่ามันพลิกไปพลิกมา ไม่นิ่ง ดังนั้น เมื่อตำรวจและดีเอสไอสอบอะไรไปเราต้องตามว่าได้เรื่องอย่างไร โดยเฉพาะที่มีการจับกุมชายชุดดำ 5 คน ได้ และส่งไปที่ศาล เราต้องการได้ถ้อยคำจากพยานเหล่านี้ด้วย
ส่วนการเข้าให้ถ้อยคำเพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของพระสุเทพ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมานั้นค่อนข้างละเอียดมาก และมีคลิปวิดีโอมาด้วย ต้องยอมรับว่าชี้แจงได้เก่ง ส่วนจะต้องมาให้ถ้อยคำเพิ่มหรือไม่ คงต้องรอให้มีการสอบพยานที่นายอภิสิทธิ์อ้างไว้ทั้งสองคนก่อน
‘วิชา’ มั่นใจข้อมูลข้าวจีทูจีครบส่ง สนช.ถอดถอน
24 เม.ย. นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงกรณีแถลงเปิดคดีถอดถอนนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ ,นายภูมิ สาระผล อดีตรมช.พาณิชย์ ,นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กรณีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่า ป.ป.ช.ทำงานตามหน้าที่ อย่าไปพูดถึงเรื่องมั่นใจหรือไม่มั่นใจเลย หากข้อมูลไม่ครบถ้วนเราคงไม่ส่งไป สนช.



