ข่าว

เปิดตัว “หู ไห่ผิง”ผู้เชี่ยวชาญแพนด้าคนใหม่

เปิดตัว “หู ไห่ผิง”ผู้เชี่ยวชาญแพนด้าคนใหม่

15 ก.ค. 2552

ทีมวิจัยไทยเปิดตัว “หู ไห่ผิง” ผู้เชี่ยวชาญแพนด้าคนใหม่ เผยพอใจการดูแลแพนด้าน้อยของไทย แต่ยังติงสไลด์ในโดมหิมะลาดชัน อาจเป็นอันตรายต่อแพนด้า

 ภายหลังจากนายเว่ย หมิง ผู้เชี่ยวชาญด้านแพนด้าจากประเทศจีน ซึ่งดูแลแพนด้าน้อยมาตั้งแต่เกิดเดินทางกลับ จากนั้นศูนย์เพาะพันธุ์แพนด้าหยาอัน เมืองเฉินตู ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญคนใหม่มาดูแลแพนด้าน้อยในประเทศไทย โดยเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 กรกฎาคม ที่ศูนย์สื่อมวลชนหน้าส่วนจัดแสดงแพนด้า ในสวนสัตว์เชียงใหม่ ทีมวิจัยแพนด้าสวนสัตว์เชียงใหม่แถลงข่าวแนะนำตัวนางหู ไห่ผิง ผู้เชี่ยวชาญแพนด้าจากประเทศจีนคนใหม่ ที่เพิ่งเดินทางจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มาถึง จ.เชียงใหม่ เมื่อเย็นวันที่ 13 กรกฎาคม และจะเข้ารับหน้าที่ดูแลให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแพนด้าน้อย และหลินฮุ่ย ต่อจากนายเว่ย หมิง

 นายประเสริฐศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี หัวหน้าโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนด้าในประเทศไทย สวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวถึงผู้เชี่ยวชาญจีนคนใหม่ว่า ในช่วงแรก นางหู ไห่ผิง จะมาสังเกตการณ์ดูข้อมูลจากทีมวิจัยไทยก่อน การทำงานจะไม่ใช่ลักษณะของการมาวางแผนใหม่ทั้งหมด แต่จะเป็นการสานงานต่อจากนายเว่ย หมิง ที่วางงานไว้ทั้งหมดแล้ว ซึ่งจะเป็นลักษณะของการใช้ประสบการณ์ที่มีมาเป็นแบ็กอัพให้ในกรณีเกิดปัญหา แต่หากไม่มีสถานการณ์ที่น่าห่วงก็จะเป็นการทำงานในรูปของการเก็บข้อมูลแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน

 นอกจากนี้ นายประเสริฐศักดิ์ ยังกล่าวถึงสุขภาพของแพนด้าแม่ลูกว่า ยังแข็งแรงดี โดยหลินฮุ่ย เริ่มกลับมากินไผ่ในปริมาณที่มากขึ้นหลังจากตกลูกแพนด้าน้อย เริ่มปรับปริมาณการกินเพิ่มตามลำดับ จากวันละ 2 กิโลกรัม เป็น 4 กิโลกรัม ล่าสุดปริมาณการกินอยู่ที่ 8 กิโลกรัม คาดว่าหลังจากนี้จะกินเพิ่มไปเป็น 10 กิโลกรัม เช่นเดียวกับช่วงปกติ ก่อนที่จะตั้งท้องและคลอดลูก ซึ่งหากเป็นช่วงที่จิตใจสงบและสบายใจ หลินฮุ่ยจะกินไผ่ได้บ่อยขึ้น

 ส่วนพัฒนาการของแพนด้าน้อยนั้น ล่าสุดจากการประเมินด้วยสายตา พบว่ามีขนาดตัวและความยาวตัวที่เพิ่มขึ้นอีก จะสังเกตเห็นได้จากเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของแม่ เวลาที่กินนมแม่ หลินฮุ่ยจะไม่สามารถอุ้มแพนด้าน้อยไว้ได้ เนื่องจากลูกแพนด้ามีลำตัวที่ยาว จนพ้นระยะมือแม่

 นายประเสริฐศักดิ์ กล่าวอีกว่า ด้านการกินนมนั้น ช่วงนี้แพนด้าน้อยกินนมได้ครบทั้ง 4 เต้า ซึ่งทำให้ทีมวิจัยหมดห่วง เพราะช่วงหลายวันก่อนพบปัญหาว่า ขณะที่ลูกแพนด้าพยายามจะหันหัวมุดเข้าไปกินนมที่เต้าคู่ล่างของแม่ หลินฮุ่ยคิดว่าลูกกำลังจะร่วงตก จึงพยายามใช้มือโกยลูกขึ้นมาให้อยู่ที่เต้านมด้านบน ทำให้แพนด้าน้อยดูดนมเฉพาะเต้านมสองข้างด้านบน แต่ขณะนี้พบว่าขาของแพนด้าน้อยเริ่มยาวลงมาถึงพื้นแล้ว เมื่อหลินฮุ่ยอยู่ในท่านอนเอนตัว จึงทำให้ลูกสามารถดูดกินนมที่เต้าล่างได้พอดี ตัดความกังวลของทีมวิจัยไปได้มาก เนื่องจากลูกแพนด้ากินนมได้ครบทุกเต้า และถือว่าช่วยกระตุ้นให้หลินฮุ่ยสร้างน้ำนมได้อย่างเพียงพอ

 นอกจากนี้หลินฮุ่ยยังกินอาหารได้ทุกอย่าง ทั้งขนมปังไผ่ แครอท แอปเปิ้ล และไผ่รวม ทั้งวิตามินเสริม ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของแม่อย่างหลินฮุ่ยที่จะสามารถผลิตน้ำนมที่มีคุณภาพสูงได้อย่างเพียงพอสอดรับกับการเจริญเติบโตของแพนด้าน้อย

 ด้านนางหู ไห่ผิง ผู้เชี่ยวชาญจีนคนใหม่ กล่าวว่า เพิ่งมาถึงเชียงใหม่เมื่อเย็นวันที่ 13 กรกฎาคม เมื่อเข้าไปดูแพนด้าน้อยสองครั้งคือ เมื่อคืนวันที่ 13 กรกฎาคม และเช้าวันที่ 14 กรกฎาคม จากการประเมินด้วยตาพบว่าทั้งแม่และลูกมีร่างกายแข็งแรงมาก หลินฮุ่ยมีการกินไผ่ที่ดี ไม่น่ามีปัญหาน่าห่วง ด้านพัฒนาการในการเลี้ยงลูก จัดว่าดีเยี่ยม เห็นได้จากแพนด้าน้อยโตเร็วและมีขนเป็นเงา แสดงถึงสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ตัวอ้วนท้วนแสดงถึงการกินนมอยู่ในขั้นที่ดีมาก

 นางหู ไห่ผิง กล่าวอีกว่า พัฒนาการของแพนด้าน้อย ขณะนี้พบว่าแพนด้าน้อยใช้ขาหลังบังคับตัวเองให้เดินไปรอบๆ ห้องได้แล้ว หากมีอายุครบ 4 เดือน คาดว่าจะสามารถคลานได้อย่างคล่องแคล่ว อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสุขภาพแพนด้าน้อยอย่างละเอียดโดยตรงก่อน ซึ่งตามแผนของสวนสัตว์จะตรวจในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้

 ส่วนการตรวจเยี่ยมโดมหิมะซึ่งเป็นบ้านใหม่ของแพนด้านั้น นางหู ไห่ผิง กล่าวว่า เบื้องต้นรู้สึกพอใจ เพราะสร้างห้องที่เป็นส่วนของการปรับอุณหภูมิสำหรับแพนด้าเอาไว้ก่อนที่จะปล่อยเข้าไปเล่นหิมะ เชื่อว่าจะไม่ประสบปัญหาด้านกับการปรับตัว  

 ที่สำคัญแพนด้าเป็นสัตว์ที่ชอบหิมะมากอยู่แล้ว เชื่อว่าถ้าได้เจอหิมะ แพนด้าจะดีอกดีใจ และตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้พบเจออย่างแน่นอน ซึ่งที่ประเทศจีนนั้นหลังจากลูกแพนด้าตกลูกออกมาตามฤดูกาล คือ ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน และพ้นจากช่วงนั้นไป 5 เดือน เจ้าหน้าที่ก็จะปล่อยให้เล่นหิมะเป็นครั้งแรกเช่นกัน เพราะเป็นสิ่งที่เขาชอบ แต่ที่เป็นห่วงคือ ช่วงลาดชันที่จัดไว้ให้แพนด้าได้สไลด์ลงมา เกรงว่าจะเป็นอันตราย

 นอกจากนี้ นางหู ไห่ผิง กล่าวฝากไปยังคนไทยซึ่งเป็นผู้ชื่นชอบแพนด้าว่า จะใช้ประสบการณ์ และเทคนิคในการดูแลแพนด้าที่มีถึง 8 ปี มาใช้ในการทำงานร่วมกับทีมไทยในการดูแลแพนด้าให้ประสบความสำเร็จและราบรื่น และอยากขอร้องคนไทยว่าอย่ามองแค่เพียงสิ่งที่เห็น ขอให้วัดดูที่ความสามารถในการทำงานซึ่งจะทำให้ดีที่สุด